bg-single

เคราะห์ซ้ำ ‘แม้ว’กรรมซัด ‘ชินวัตร’วิบาก ‘เพื่อไทย’

21.11.2025

ที่โบราณว่าไว้ “คนล้มอย่าข้าม” ดูจะใช้ไม่ได้กับเมืองไทยเลย

เพราะในบริบทการเมืองไทย การต่อสู้ระหว่างฝ่ายอำนาจเก่าและพลังใหม่ รอบ 2 ทศวรรษที่ผ่านมาพิสูจน์ชัดเรื่องหนึ่งคือ ไม่ว่าฝ่ายพลังใหม่จะเปลี่ยนผู้เล่นไปเป็นใครก็ตาม

หากมีข้อบกพร่อง-ช่องว่างของฝ่ายพลังใหม่เกิดขึ้น พลังอำนาจเก่าก็พร้อมเล่นงานพลังใหม่ หาจังหวะผลักให้ล้ม กดลงจนจมดินอยู่เสมอ แม้แต่การเล่นทีเผลอ เล่นนอกกติกาก็ตาม

หากใช้เครื่องมือคือนิติสงครามแล้วเอาไม่อยู่ ก็พร้อมใช้กำลังรุนแรงกระทำซ้ำๆ เพื่อไม่ให้ยืนขึ้นได้อีก

การต่อสู้ในการเมืองไทยช่วงทศวรรษ 2550 ตัวแทนพลังใหม่ทางการเมืองก็คือนักการเมืองในพรรคไทยรักไทย ต่อเนื่องมาจนถึงพรรคพลังประชาชน ก่อนจะถูกกระทำทางนิติสงครามจนกลายร่างสุดท้ายมาเป็น พรรคเพื่อไทย-ค่ายแดง ในทุกวันนี้

พรรคเพื่อไทย-ค่ายแดงเองโดนมาหนัก

ทั้งรัฐประหารด้วยทหาร 2 ครั้ง รัฐประหารด้วยองค์กรอิสระแบบชนิดนับไม่ถ้วน โดนยุบพรรคชนิดยุบแล้วยุบอีกๆ ตัดสิทธิ์การเมือง โดนแช่แข็งไม่ให้มีอำนาจมายาวนาน

ขณะที่การต่อสู้ทางการเมืองช่วงทศวรรษ 2560 ตัวแทนพลังใหม่ในการเมืองไทยเปลี่ยน มีผู้เล่นคนใหม่เข้ามาคือค่ายสีส้ม

ตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ ต่อเนื่องมาจนถึงพรรคก้าวไกล และร่างล่าสุดคือพรรคประชาชน

ชะตากรรมก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก แม้ยังไม่เคยถูกทหารรัฐประหาร เพราะยังไม่เคยเป็นรัฐบาล แต่ก็ต้องเจอนิติสงคราม-การรัฐประหารด้วยกฎหมายและองค์กรอิสระ ทั้งยุบพรรคและตัดสิทธิ์การเมืองแกนนำระดับหัว หมดไปแล้ว 2 รุ่น

แต่เพราะการเลือกตั้งปี 2566 ประชาชนแสดงออกชัดเหลือเกินผ่านผลการเลือกตั้ง ว่ารับไม่ได้กับการใช้อำนาจของกลุ่มพลังเก่าในการเมืองไทยแล้ว

“การประนีประนอมใหญ่ครั้งแรก” จึงเกิดขึ้น

เป็น “ค่ายแดง” ที่เลือกสลัดทิ้ง “การเมืองค่ายส้ม” ยอมลดวาระทางการเมืองของตนเอง เพื่อเข้าไปมีอำนาจรัฐ แต่ก็ครองอำนาจได้เพียง 2 ปีเศษ ก็ถูกโค่นลงด้วยวิธีการเดิมๆ

ที่จริงรัฐบาลเพื่อไทยก็ถอยจนไม่รู้จะถอยยังไงแล้ว เปลี่ยนตัวนายกฯ เปลี่ยน ครม. ทั้งลดวาระทางการเมืองเพื่อหวังไม่ให้เกิดความขัดแย้งกับ “พลังอำนาจเก่าในการเมืองไทย”

แต่สุดท้ายก็ลงเอยแบบเดิม โดนเขี่ยพ้นวงจรอำนาจ ด้วยข้อหาทางการเมือง ชนิดที่นักเรียนรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์สายกฎหมายมหาชน ต่างก็งงกันเป็นไก่ตาแตก

การเมืองไทยของจริง มันช่างขัดแย้งกับสิ่งที่ร่ำเรียนมาทั้งหมด

เมื่อเห็นภาพกว้างของละครการเมืองไทยรอบ 2 ทศวรรษที่ผ่านมาจึงไม่ต้องแปลกใจหากจะเกิดข่าวร้ายขึ้นกับนายทักษิณ ชินวัตร และตระกูลชินวัตร หลายข่าวในระยะเวลาเพียงสัปดาห์เดียว

1.คืออัยการสูงสุดใช้อำนาจสั่งฟ้องนายทักษิณพร้อมยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอาญา คดี 112 กรณีถูกอดีตผู้บัญชาการทหารบกยุครัฐบาลทหารฟ้องเอาผิด

ที่ผ่านมาต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าคดีนี้น่าจะจบแล้ว เพราะศาลชั้นต้นตัดสินยกฟ้องฯ แถมกระบวนการฟ้องร้อง สำนวนและการสืบพยานต่างๆ ก็เต็มไปด้วยคำถาม ไม่นับว่าถูกฟ้องจากแกนนำรัฐบาลทหาร ระดับผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งเป็นฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองกับนายทักษิณอย่างชัดเจนในขณะนั้น

2. ถัดจากนั้นยังมีข่าวร้ายอีกข่าว เมื่อศาลภาษีอากรอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี (โจทก์) ยื่นฟ้องกรมสรรพากร กรณีจ่ายภาษีขายหุ้นชินคอร์ป

โดยศาลพิพากษากลับ ให้นายทักษิณต้องจ่ายภาษีขายหุ้นชินคอร์ป 1.76 หมื่นล้านบาทให้กรมสรรพากร แม้ศาลอุทธรณ์และศาลชั้นต้นจะพิพากษาว่าไม่ต้องจ่าย

จากที่เกือบจะได้ยิ้ม ไม่ต้องเสียเงินมหาศาล ผลสุดท้ายกลายเป็นตรงกันข้าม

3. วันเดียวกันยังมีคำสั่งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สั่งทบทวน แก้ไขหลักเกณฑ์ผู้ต้องขังพักโทษและการส่งรักษาตัวนอกเรือนจำ โดยอ้างเป็นข้อสังเกต ป.ป.ช. หลังเกิดกรณีการเข้าพักรักษาตัวของอดีตนายกรัฐมนตรี ที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ

วันที่นายทักษิณต้องเดินเข้าสู่เรือนจำ ว่ากันว่าเป็นช่วงตกต่ำทางการเมืองของนายทักษิณแล้ว วันนี้ตกต่ำยิ่งกว่า

ถามว่านายทักษิณเป็นอย่างไร ดูจากสีหน้าของพานทองแท้ ชินวัตร และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ ก็รู้

ทันทีที่ออกมาจากเข้าเยี่ยมพ่อ เอม-พินทองทา ก็เปิดความในใจทั้งหมด ยอมรับตรงๆ ด้วยเสียงสั่นเครือและมีน้ำตาคลอ ว่าพ่อเสียใจมากและรู้สึกเจ็บช้ำ เพราะไม่ได้รับความยุติธรรม

นั่นจึงเป็นปรากฏการณ์ของอาการ “คนล้มแล้วยังถูกข้าม” ถอยจนเกือบสุดทาง ก็ยังถูกไล่

เลี่ยงไม่ได้ที่เรื่องที่เกิดขึ้นกับนายทักษิณจะไม่ถูกโยงและตั้งคำถามถึงวาระทางการเมือง เพราะคนคนเดียวกันแท้ๆ ยังมีจุดยืนในการตัดสินไม่ตรงกัน

เมื่ออยู่ในตำแหน่งหนึ่ง เวลาหนึ่ง จุดยืนทางการวินิจฉัยก็เป็นแบบหนึ่ง แต่พอเวลาเปลี่ยน ตำแหน่งเปลี่ยน จุดยืนในการตัดสินกลับเป็นอีกแบบ

เลี่ยงไม่ได้ที่คนจำนวนมากจะเห็นคล้อยไปกับนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ที่ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า ทั้งหมดคือแผนสกัดนายทักษิณไม่ให้ออกมาเคลื่อนไหวก่อนการเลือกตั้งปี 2569 ทำให้ไม่สามารถยื่นพักโทษได้

ซึ่งนั่นก็ทำให้ข้อสังเกตของสรกล อดุลยานนท์ หรือหนุ่มเมืองจันท์ นักเขียนดัง ตั้งคำถามเตือนกลุ่มอำนาจเก่าอีกมุมหนึ่งอย่างน่าคิดว่า ให้ระวังการกระทำต่อนายทักษิณ เพราะปกตินิสัยคนไทยเป็นคนขี้สงสาร หากนายทักษิณโดนกระทำหนักๆ ระวังจะกลายเป็นพลิกคะแนนให้เพื่อไทย

เหตุการณ์ที่เกิดกับนายทักษิณรอบสัปดาห์นี้ ส่งผลกระทบต่อนายทักษิณ การเมืองของตระกูลชินวัตร และอนาคตของพรรคเพื่อไทยอย่างมาก

เป็นที่รู้กันว่ากระแสของพรรคเพื่อไทยวันนี้อยู่ในช่วงขาลง สิ่งที่เกิดกับนายทักษิณจึงส่งผลต่อพรรคสูง เพราะนายทักษิณถือว่าเป็นจิตวิญญาณของพรรค

ขณะที่บริบททางการเมืองตอนนี้ก็เป็นจังหวะที่ทุกค่ายสีและทุกองคาพยพ ต่างเดินเครื่องสู่เป้าหมายสำคัญคือการเลือกตั้งปี 2569 กันหมด

สถานการณ์วันนี้จึงเห็นได้ว่า

1. ทักษิณเจ็บช้ำอย่างหนักตามคำกล่าวของบุตรสาว ซึ่งก็ต้องติดตามกันต่อว่านายทักษิณจะสู้กลับอย่างไร และจะได้เรียนรู้บทเรียนครั้งนี้แค่ไหน

2. ตระกูลชินวัตรมีปัญหาระดับการนำ หลังถูกกระทำทางการเมืองมาอย่างหนัก ต่อเนื่อง หนีไม่พ้นต้องเจอกับปัญหาแกนนำ แม้จะมีชื่อแคนดิเดตนายกฯ หลุดมาเป็นข่าว 3 ชื่อ แต่ในระยะเวลาอันสั้นก่อนการเลือกตั้ง ก็ไม่สามารถมั่นใจได้ว่าจะสร้างการดึงดูดในเวทีหาเสียงได้เช่นเมื่อปี 2566

3. พรรคเพื่อไทยระส่ำ เพราะเจอสารพัดปัญหาถาโถมเข้าใส่ แม้จะพยายามโชว์การยกเครื่อง ปฏิรูปทางนโยบายและผู้สมัคร แต่ข่าวสารที่เกิดขึ้นแต่ละวันคือการทยอยออกจากพรรค (ไม่ว่าจะโดยการถูกดูดหรือตั้งใจออก) โดยไม่รู้ว่าจนถึงวันเลือกตั้ง บรรดาบ้านใหญ่และนักการเมืองคนสำคัญยังจะอยู่กับพรรคจนครบหรือไม่?

และ 4. ปัญหาใหญ่ที่สุดคือความนิยมลดลง กรณีที่เกิดกับนายทักษิณน่าสนใจว่าจะแปรเป็นคะแนนสงสารได้มากเช่นแต่ก่อนจริงหรือ คะแนนนิยมจะกลับมาในการเลือกตั้งครั้งนี้จริงหรือ?

เพราะต้องไม่ลืมว่าปัญหาทางการเมืองของประเทศวันนี้ คนมองว่านโยบายของเพื่อไทยยังไม่เพียงพอในการแก้ไข และพรรคเพื่อไทยเองก็มีโอกาสในการโชว์ฝีมือมาแล้ว 2 ปีเศษ

ทุกอย่างเข้าทางนายทักษิณและพรรคเพื่อไทยมาตั้งแต่กลางปี 2566 จนถึงกลางปี 2568 ก็ไม่สามารถสะสางปัญหาโครงสร้างการเมืองไทยอย่างเห็นผลได้

จนปัญหาลุกลามจนถึงปัจจุบัน

จึงเป็น “เคราะห์ซ้ำ” นายทักษิณ “กรรมซัด” ตระกูลชินวัตร

เกิดเป็น “วิบากกรรมพรรคเพื่อไทย” ในวันนี้ โดยแท้



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ท่านเสียดายปฏิทิน แต่ผมเสียดายชีวิต
ส่องลึกอิหร่าน: 5) ระบอบเทววิทยาอิสลามกับฝ่ายค้าน
56 ปียิงสดบอลโลกในไทย ค่าลิขสิทธ์จากร้อยสู่พันล้าน
การแยกทางของ ‘ลิเวอร์พูล’ กับ ‘ชล็อต’ เพราะฟุตบอลใช้หัวใจมากกว่าอัลกอริธึ่ม
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 5 – 11 มิถุนายน 2569
ทดสอบฮอนด้า CR-V e:HEV 2026 เพิ่มออปชั่นขับสนุก-นั่งสบายเหมือนเดิม
หยีทะเล พืชสามัญแต่ไม่ธรรมดา
ต้มซูเปอร์ปีกไก่
อสังหาฯ บ้านคอนโดฯ ‘ไหลย้อนกลับ’
E-DUANG | สัมพันธ์ ภูมิใจไทย เพื่อไทย จุดพลิก รัฐบาล ฝ่ายค้าน
‘แดง’ หวนคุมพืชสวนโลกอีสาน ตามรอยราชพฤกษ์ 2549 ยุค ‘นายใหญ่’
​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาเนินขาม ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”