bg-single

เจ้าแม่คอนเทนต์ ฟันธง! “ซีรี่ส์ฟิลิปปินส์” จะยึดพื้นที่หน้าจอบ้านเรา แทนเกาหลี-อินเดียที่เริ่มแผ่ว

13.12.2017

รายงานพิเศษ : จากเกาหลี อินเดีย ต่อไปคือฟิลิปปินส์ นี่คือเทรนด์ซีรี่ส์ ที่เจ้าแม่คอนเทนต์ฟันธง

อดีต “เจ้าพ่อ” ที่ปัจจุบันกลายเป็น “เจ้าแม่” แอน (ดรูว์) จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ผู้ถือครองคอนเทนต์รายการโทรทัศน์จากต่างประเทศมากที่สุดในประเทศไทย ฟันธงกับ “มติชนสุดสัปดาห์” ว่า หลังจากซีรี่ส์เกาหลีที่ฮิตนักฮิตหนาในหมู่ผู้ดูรายการโทรทัศน์บ้านเราจะค่อยๆ แผ่ว แล้วเสียพื้นที่ในหัวใจของคนดูให้ซีรี่ส์อินเดีย

ล่าสุดที่กำลังจะมาคือ งานจากประเทศฟิลิปปินส์

ฟิลิปปินส์ เนี่ยนะ?

“เชื่อสิ” เธอว่า

แอนซึ่งเริ่มจับงานนี้มาตั้งแต่อายุ 21 หลังเรียนจบด้านรัฐศาสตร์ จากประเทศออสเตรเลีย เล่าว่า เธอนั้นเติบโตมากับ “ฟิล์ม ไลบรารี่” ด้วยที่บ้านทำธุรกิจ ST VDO มาตั้งแต่รุ่นพ่อ พอรู้ความเธอจึงมีคอนเทนต์ต่างประเทศมากมายให้ดู และเธอก็ดูอยู่ทุกวัน

“กลายเป็นคัมภีร์เล่มสำคัญ เป็นต้นทุนชีวิต” เธอบอกด้วยความภาคภูมิ

แต่กระนั้นตอนเริ่มต้นก็ยังพลาด เนื่องจากคอนเทนต์แรกที่เลือกมา คือสารคดี Walking with Dinosaurs ของบีบีซี ที่มั่นใจมากว่าจะได้รับการตอบรับ

หากความเป็นจริงกลับสวนทาง ด้วย “ขายไม่ได้ ไม่มีใครเอา”

แอน (ดรูว์) จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์
ผู้ถือครองคอนเทนต์รายการโทรทัศน์จากต่างประเทศมากที่สุดในประเทศไทย

เศร้า แต่ไม่ท้อ ดังนั้น พอเปิดทีวีเห็น “จอร์ช” กับ “ซาร่า” มาขายเครื่องออกกำลังกายให้ทีวีไดเร็คต์ทุกคืนจึงเกิดไอเดีย

“คิดว่าทำไมเขาขายแต่เครื่องเดิม เขาไม่มีสินค้าอื่นเลยหรือ”

ขณะเดียวกันก็คิดว่า แล้วที่สินค้าของเธอขายไม่ได้ เป็นเพราะไม่เป็นที่รู้จักหรือเปล่า จึงติดต่อไป

ผลคือ เขาได้กำไร 10 ล้านบาทจากการนั้น

“วิกฤตกลายเป็นโอกาสทันที”

นี่ถ้าศูนย์เช่าวิดีโอรับซื้อไปในตอนแรก เธอคงไม่ได้เจอช่องทางใหม่-เจ้าตัวเล่ายิ้มๆ

เมื่อเจอช่องทางเช่นนี้ หลังจากนั้นเธอก็ไปติดต่อขอลิขสิทธิ์จากทั้งบลู แพลนเน็ต, เนชั่นแนล จีโอกราฟิก, ดิสคัฟเวอรี่ แชนแนล ฯลฯ ก่อนขยายไลน์เอาซีรี่ส์จากฮอลลีวู้ดเข้ามา ทั้ง “ซีเอสไอ ไขคดีปริศนา” ฯลฯ แล้วตามด้วยซีรี่ส์เกาหลี ซีรี่ส์อินเดีย

ทั้งนี้ ในช่วงแรกๆ แอนว่าเธอยังคงเดินตามรอยครอบครัว ด้วยการทำม้วนวิดีโอ ก่อนค้นพบจุดพลิกผันตอนอายุ 25 เมื่อตระหนักว่าเทคโนโลยีนำความเปลี่ยนแปลงมาให้ จนวิดีโอกลายเป็นวีซีดี จากนั้นก็เปลี่ยนอีกครั้งเป็นดีวีดี มีบลูเรย์ขึ้นมา

“ก็เกิดคำถามว่า แล้วเราจะอยู่กับการค้ายังไง ในเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา มีการค้าอะไรที่ทำแล้วเกิดความเสถียรบ้างไหม”

“แล้วก็เดินทางต่างประเทศเลย คิดอะไรไม่ออก เดินทางต่างประเทศก่อน เพราะอยู่ในบ้านเราก็อยู่ที่เดิม เลยไปสัมมนา ไปงานการตลาด โน่น นั่น นี่ จนตกผลึกว่าสิ่งที่ฉันขายอยู่ตั้งแต่รุ่นป๋า ไม่ใช่ม้วนวิดีโอนี่นา แต่คือสิ่งที่อยู่ข้างใน สิ่งนั้นเขาเรียกว่าคอนเทนต์”

นั่นคือเมื่อ 13-14 ปีก่อน

ขณะเดียวกันยังไปได้ยินคำว่า “ดิจิตอลทีวี” ตอนที่ในบ้านเรายังไม่มีใครพูดถึง หากด้วยความเชื่อมั่นว่า ถ้าโลกเขามี สักวันบ้านเราก็ต้องมีเหมือนกัน เธอจึงตัดสินใจเลิกทำโฮมวิดีโอ แล้วหันมาขายลิขสิทธิ์คอนเทนต์เต็มตัว

“เชื่อว่าสิ่งที่เราทำอยู่ ต้องอมตะแน่นอน บอกตัวเองว่าเดี๋ยวมันต้องมา เดี๋ยวต้องมา ท่องไว้ แล้วก็มาจริง เพราะพออายุ 30 เคเบิล แซตเทิลไลต์ เริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ มีช่องเต็มไปหมดเลย”

คอนเทนต์จึงขายดิบขายดี

แล้วพอช่องทีวีดิจิตอลมาอีก 20 กว่าช่องเท่านั้นละ เธอก็รู้เลยว่า “รวยแน่นอน ชาตินี้รวยแน่นอน” บอกพลางหัวเราะ

เพราะรู้อยู่ว่า 1.ช่องเหล่านั้นไม่มีกำลังในการผลิตแน่ๆ

และ 2.การซื้อจากเธอ ถูกกว่าลงทุนทำเองเป็นไหนๆ

จากการทำงานนี้มา 18 ปี แอนบอกสิ่งหนึ่งที่เธอเรียนรู้ คือสำหรับคนดูเมืองไทย พวกเขาไม่สนใจสารคดี และไม่ดูวิทยาศาสตร์

“ประวัติศาสตร์ที่ไกลตัวก็เหมือนกัน เพราะขนาดประวัติศาสตร์ไทย ยังไม่อยากจะดูเลย”

“ถ้าเป็นภาพยนตร์อย่าเอาดราม่า ประเภทออสการ์ หรือเอมมี่อวอร์ดมานะ เจ๊ง”

“บู๊ แอ๊กชั่น สัตว์ประหลาดฟอร์มยักษ์ ตลก ผี พวกนี้โอเค คือเขาจะดูอะไรๆ ที่มันเผาผลาญอารมณ์”

ขอบคุณภาพจาก Youtube

สำหรับซีรี่ส์อินเดียที่กำลังฮิตนักในบ้านเรา คนนำเข้าบอกว่าน่าจะเป็นเพราะตัวเรื่องมีกลิ่นอายแบบที่คนบ้านเราชอบ

กลิ่นของเรื่องแม่ผัว ลูกสะใภ้ อันมีบทที่เชือดเฉือนด้วยคำพูด มีการริษยา ไม่ยอมกัน

ขณะเดียวกัน “โลกทั้งใบก็แก่งแย่งกันเองไม่กี่คน”

ส่วนเหตุที่ซีรี่ส์เกาหลีดูจะดร็อปลงจากจอทีวี เธอก็ว่า นอกจากจะเพราะฟอร์แมตเริ่มตัน พวกเว็บไซต์เถื่อนที่แปลให้คนดูฟรี แถมมีมาแบบเร็วๆ ยังส่งผลกระทบ

แต่ซีรี่ส์อินเดียไม่เจอปัญหานี้ เพราะนอกจากจะมีคนเรียนภาษาสันสกฤตน้อย ตัวซีรี่ส์ยังมีความยาวขนาด 300-2,500 ตอนเป็นส่วนใหญ่ คนจะอาสามาแปลให้ฟรีๆ อย่างแปลให้ซีรี่ส์เกาหลีตามเว็บจึงไม่มี

ขณะเดียวกัน การใช้สตาร์มาร์เก็ตติ้ง นำทั้งดาราไทยมาช่วยโปรโมต ทั้งการร้องเพลงประกอบ และอื่นๆ รวมถึงการให้นักแสดงตัวจริงของเรื่องมาเดินสายก็ทำให้ซีรี่ส์เข้าถึงคนดูมากขึ้น

“แล้วแนวโน้มต่อไปจะเป็นฟิลิปปินส์”

ขอบคุณภาพจาก Youtube

เหตุที่มั่นใจเช่นนั้น เขาวิเคราะห์ว่า เพราะนอกจากหน้าตาดาราจะเหมือนๆ คนไทยแล้ว “เรื่องก็เน่าเหมือนกัน และเน่ายิ่งกว่า”

“คือเทรนด์คนดูไม่เปลี่ยน ดังนั้น เมื่อเขาจะกินส้มตำ อย่าไปเสิร์ฟสเต๊ก”

“ที่จะเปลี่ยนก็เฉพาะโปรดักชั่น ควอลิตี้ เป็นส้มตำรสชาติดีขึ้น จานสะอาดขึ้น ตกแต่งร้านสวยขึ้น วัตถุดิบออแกนิกนิดหนึ่ง แต่มันคือส้มตำ”

คือฟอร์มแมตที่คนดู ฟอร์แมตของความสำเร็จ ที่ไม่ว่าจะนำเสนอออกมาในรูปไหน แต่ “พอถอดสูตรออกมา จะพบว่ามันก็เหมือนกัน”



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘แดง’ หวนคุมพืชสวนโลกอีสาน ตามรอยราชพฤกษ์ 2549 ยุค ‘นายใหญ่’
​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาเนินขาม ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
“อนุทิน” ตอบปม UNCLOS ย้ำ ยังไม่ถึงเวลาฟื้นสัมพันธ์-ไม่มีเปิดด่าน มั่นใจรักษาอธิปไตยได้เต็มที่ !
การทูตไม้ไผ่ (Bamboo Diplomacy)ของเวียดนาม : พัฒนาการและข้อจำกัด
ผู้สมัคร ส.ก. ห้วยขวาง เปิดหน้าชนทุนต่างชาติ แฉ 4 ปัญหาใหญ่แย่งอาชีพ-สร้างมลพิษ กางแผน 3 ระดับ ดึงภาษีคืนท้องถิ่น
เจ้าฟ้าและสามัญชน ชีวิตโลดโผนผจญภัย ของนักเรียนทุนไทยในต่างแดน (1)
เส้นทางรัก ‘บิ๊ก-ไอซ์’ หลังตั้งเป้าจะเป็นโสดยาว อายุเยอะต้องใช้เวลาดูให้มั่นใจ
ธงทอง จันทรางศุ | ว่าด้วย ‘หมาจริง – หมาปลอม’
วิกฤตโจ๋ไทยจาก ‘มวน’ สู่ ‘พอต’ ‘บุหรี่ซอมบี้’ ภัยร้ายแบบใหม่ ปฏิบัติการ ‘ระดับชาติ’ หยุดควัน
ผ่าคดี ผอ.ป.ป.ช.เมินกฎหมาย ‘เมาขับ’ ขยี้ดับหนุ่มไรเดอร์ เป่าแอลฯ ทะลุ 189 มก.% สังคมจับจ้องพิรุธสลับตัว
เหยี่ยวถลาลม | แหวนแม่-นาฬิกาเพื่อน แค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง ป.ป.ช.
เจาะชีวิต ‘โกแพ’ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ มท.4 เลือดใหม่พรรคสีน้ำเงิน จุดเริ่มต้นที่ไม่ได้ชอบการเมือง?