bg-single

ข้อควรรู้! หากเลี้ยงและจงใจปล่อยสุนัขดุร้ายของตน ไปไล่กัดผู้อื่นมีโทษทั้งจำ ทั้งปรับ

13.03.2021

จากกรณีการปล่อยสุนัขดุร้าย ให้ไปไล่กัดชาวบ้านนั้น ดร.สาธิต ปรัชญาอริยะกุล เลขาธิการและผู้อำนวยการสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย (TSPCA) เปิดเผยว่า การเลี้ยงดูสุนัขแล้วไปสร้างความเสียหายต่อร่างกายและทรัพย์สินของผู้อื่น เช่น ไปกัดเด็กหรือไปกัดไก่ผู้อื่น หรือปล่อยสุนัขดุร้ายไปไล่กัดชาวบ้านนั้น เจ้าของอาจจะต้องรับผิดชอบตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 377 ถ้าผู้ควบคุมสัตว์ดุหรือสัตว์ร้าย ปล่อยปละละเลยให้สัตว์นั้นเที่ยวไปโดยลำพังในประการที่อาจจะทำอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

และตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 ประกอบมาตรา 433 ถ้าความเสียหายเกิดขึ้นเพราะสัตว์ เจ้าของสัตว์จำต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในความเสียหาย ให้แก่ฝ่ายที่เสียหายจากสัตว์นั้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าได้ใช้ความระมัดระวังอันสมควรแก่การเลี้ยงสัตว์นั้น

อีกทั้งถ้าเจ้าของสุนัขเลี้ยงดูสุนัขไม่ดี ปราศจากความระมัดระวัง ปล่อยปละละเลย ไปไล่กัดหรือทำร้ายผู้อื่นก็สามารถเอาผิดเจ้าของสุนัขฐานประมาทได้ เช่น หากการกระทำประมาทนั้น เป็นเหตุให้ผู้อื่นอันตรายแก่กายหรือจิตใจ จะมีโทษตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถ้าการกระทำประมาทนั้น เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้ รับอันตรายจนสาหัส อาจมีความผิดตาม มาตรา 300 โทษคือจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถ้าการกระทำประมาทและพิสูจน์ได้ว่า เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามมาตรา 291 ผู้ใดกระทำประมาทจนทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต โทษสูงสุดคือจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท

ถึงแม้พระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 ให้การกระทำ ตามมาตรา 21 (6) การฆ่าสัตว์ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อป้องกันอันตรายแก่ชีวิตหรือร่างกายมนุษย์หรือสัตว์อื่น หรือป้องกันความเสียหายที่เกิดแก่ทรัพย์สิน ไม่ถือว่าเป็นการทารุณกรรมสัตว์ ก็ตาม

แต่การจงใจเลี้ยงสุนัขดุร้าย ปราศจากความระมัดระวังแล้วไปสร้างความเดือดร้อนนั้น ย่อมมีโทษตามกฎหมายแน่นอน ดังนั้นการเลี้ยงสัตว์ เจ้าของนอกจากต้องมีความเมตตาต่อสัตว์แล้ว ความรับผิดชอบ ต่อผู้อื่นและสังคมนั้นมีความสำคัญยิ่ง เมื่อหากเกิดเหตุขึ้นมา เจ้าของจะปฏิเสธในส่วนที่ตัวเองต้องรับผิดชอบไม่ได้ หรือจะไปโทษสุนัขเพียงอย่างเดียวไม่ได้เช่นกัน ดังนั้น ความระมัดระวังอย่างเช่นวิญญูชนที่ควรปฏิบัติต่อกัน จึงเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นที่จะทำให้ทุกชีวิตสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างปกติสุขต่อไป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ปลัดมหาดไทย แจงความจริง ชี้ข่าวปล่อยจากภาพ บิดเบือนข้อเท็จจริง มุ่งทำลายภาพลักษณ์ กรณีไหว้นอบน้อม
E-DUANG | คำถามใหม่ ในทาง การเมือง คำถาม อาทิตย์ 13 กันยายน
บิ๊กจ๋อ-มัลลิกา นำทีมรับโล่ “ฐานันดร 4” ยกย่องคนสื่อ–คนทำดีเพื่อสังคม ครบรอบ 10 ปี สมาคมสมาพันธ์นักข่าว ประเทศไทย
“วัชระพล” ลุยกำจัด “ปลาหมอคางดำ” ไม่รอศาลฯ ชี้ขาดถึงที่สุด-ยกเป็นพันธกิจต่อประชาชน – ลั่น! เดินหน้าเข้มข้นไม่ต่ำกว่ามาตรฐานคำพิพากษาศาล
ดร.เรือบิน เผยวัตถุดิบสุดท้ายที่พิสูจน์ว่า #เลือกตั้งไม่ลับ ทั้งสองใบ ได้ถูกส่งให้ผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว
เปิดตัว “Thai Content Hub (TCH)” คลังข้อมูลภาพยนตร์ไทย ผลักดันหนังไทยสู่เวทีโลก
สส.วิทวัส พรรคประชาชน ชี้กระทรวงพาณิชย์ จัดงบปี 70 หลายโครงการเสี่ยงไม่คุ้มค่า ซ้ำซ้อนหน่วยงานอื่น
สภาสังคมสงเคราะห์ระดมแนวคิดกำหนดยุทธศาสตร์ “ปลัดเก่ง-ดร.วันดี” ร่วมแจม!!
เชลยศึกสงครามลาว (47)
ลักษณ์ แห่ง ตัวแทน ‘ศรีบูรพา’ สงครามชีวิต ความคิด การเมือง
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (192)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับประวัติศาสตร์ไทยฉบับวิพากษ์ (30)