bg-single

ครั้งหนึ่ง ว.วชิรเมธี เคยอยู่บนปกมติชนสุดสัปดาห์ พร้อมพาดหัวว่า “อร่อย จนลืมกลับวัด”

17.10.2024

อร่อย จนลืมกลับวัด เผยแพร่ครั้งแรกที่นิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ วันที่ 04 มกราคม พ.ศ. 2556 ปีที่ 33 ฉบับที่ 1690

“ในเฟซบุ๊ก ของท่าน ว.วชิรเมธี เชิญชวนร่วม “สวดมนต์ข้ามปี” ณ มหาวิหารแห่งการตื่น ไร่เชิญตะวัน จ.เชียงราย ระหว่าง 31 ธันวาคม 2555-1 มกราคม 2556 ที่ผ่านมา

ไฮไลต์สำคัญเทศนากัณฑ์แรกของปีเรื่อง “มหาอำนาจแห่งความสุข” ของท่าน ว.วชิรเมธี

“สุข” อย่างไรผู้ไปร่วมงานคงได้สดับแล้ว

แต่ในเฟชบุ๊กเดียวกันนี้แหละ

กลับมีเรื่อง “สวดข้ามปี” ที่ไม่น่าเป็นสุขนัก

เพราะคนสังคมออนไลน์ ซึ่งถูกมองว่า เป็นสังคมออนไลน์ที่ชื่นชอบ “สีแดง” พากันจงใจทำคำว่า “มนต์” ตกหล่น เหลือเฉพาะ “สวด”

สวดให้ท่าน ว.วชิรเมธี ฟังอย่างเข้มข้น!

แม้ท่าน ว.วชิรเมธี จะไม่ใช่จุด “เริ่มต้น” ของ “เพราะมีสิ่งนั้น จึงมีสิ่งนี้”

แต่เมื่อเกี่ยวเนื่องเชื่อมกัน

ก็เลยพลอยอยู่ในกระแส “สวด” ของโลกออนไลน์ ไปด้วย

ย้อนถอยหลังไปเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2555 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้มอบรางวัลเกียรติยศแก่บุคคลและองค์กรที่มีผลงานดีเด่นด้านการส่งเสริม ปกป้อง และคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2555

พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี เป็นหนึ่งในผู้ได้รับรางวัล “ผู้อุทิศตนเพื่อสิทธิมนุษยชน” ด้วย

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ยกย่องเกียรติคุณ ว่า

“พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี หรือ ว.วชิรเมธี …เปรียญธรรม 9 ประโยค (ปี 2543)

เป็นผู้ก่อตั้งสถาบันวิมุตตยาลัย ภายใต้หลักการ พุทธศาสนาเพื่อสันติภาพโลก

จัดทำเว็บไซต์ www.dhammatoday.com เพื่อเป็นวัดออนไลน์ในโลกเสมือนจริงทางอินเตอร์เน็ต และสื่อทางอินเตอร์เน็ต

พระมหาวุฒิชัยเป็นผู้ที่เชื่อมโยงหลักธรรมคำสอนกับงานด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะหลักการสร้างสันติให้ประชาชนอยู่อย่างเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน จนมีผลงานเป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชน”

เรื่องนี้อาจจะไม่ร้อน

หากนามของ พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี จะไม่ได้เคียงคู่ไปกับผู้ได้รับรางวัลปีนี้ เช่น “วีระ สมความคิด” “พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์” เป็นต้น

ซึ่งในโลกออนไลน์จำนวนไม่น้อยมองว่าสะท้อน “จุดยืนและมุมมอง” ของกรรมการสิทธิมนุษยชนที่ชัดเจนอีกครั้ง ว่า “เอียงกระเท่เร่” ไปทางใด

ผู้ได้รับรางวัลจึงถูกเอ็กซเรย์อย่างถี่ยิบ เพื่อเป็น “บูมเมอแรง” ย้อนกลับไปยัง “วินิจฉัยของคณะกรรมการสิทธิฯ” เต็มๆ

แน่นอนรวมถึง ท่าน ว.วชิรเมธี ด้วย

โดยได้ย้อนอดีตหมาดๆ มาทบทวนหลายเรื่อง

เช่น นักวิชาการจากกลุ่มพุทธศาสน์ของราษฎร หยิบคำพูด ว.วชิรเมธี เรื่อง “ฆ่าเวลาบาปยิ่งกว่าการฆ่าคน” มาพูดถึงอีกครั้ง

“คำคมของพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี ที่ได้เผยแพร่ออกสู่สาธารณชนผ่านทางทวิตเตอร์ (Vajiramedhi) ในวันที่ 9 เมษายน 2553 หนึ่งวันก่อนเหตุการณ์การสลายการชุมนุมที่สี่แยกคอกวัว อันเป็นเหตุการณ์ทางการเมืองที่ทำให้มีประชาชนบาดเจ็บล้มตายมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

สองปีผ่านไป วรรคทองดังกล่าวยังคงเป็นที่กล่าวถึงกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงและนักวิชาการด้านสังคมศาสตร์และรัฐศาสตร์ ที่ยังคงตั้งคำถามถามถึงความเหมาะสมของข้อความที่ออกมาจากการคิดใคร่ครวญด้วยสติปัญญาของพระสงฆ์ที่ได้ชื่อว่าเป็นที่ยอมรับสูงสุดรูปหนึ่งในหมู่คนชั้นกลางมีการศึกษาในปัจจุบัน

วิวาทะนี้ถือเป็นประเด็นทางสังคมที่ควรหยิบยกขึ้นมาเป็นบทเรียนและกรณีศึกษา เพื่อทำความเข้าใจในฐานะปรากฏการณ์ อันสะท้อนถึงสถานะและบทบาทของคำสอนทางศาสนาที่มีต่อสังคม …และการวางตัวที่เหมาะสมของพุทธศาสนิก ในฐานะผู้วางรากฐานทางสติปัญญาให้กับสังคมไทย”

ที่ร้อนแรง “ข้ามปี” ยิ่งกว่านั้น

เป็นการที่มีผู้นำภาพท่าน ว.วิชรเมธี ในขณะกำลังใช้ตะเกียบฉันอาหารอยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง และมีการนำใส่กรอบรูป

รวมทั้งมีข้อความเขียนด้วยลายมือว่า

“อร่อยจนลืมกลับวัด”

พร้อมลงลายมื่อชื่อของ พระอาจารย์ ว.วชิรเมธี โพสในเว็บบอร์ดชื่อดัง อย่างพันทิบ

เมื่อภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป

มีกระแสความไม่เห็นด้วยและไม่เหมาะสม มากมาย

เช่น “ว.วัชระเมธี ชวนชิม” หรือ

“หลักพุทธก็คือ ให้ละวาง ไม่ยินดีในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสครับ การกินอาหารแล้วรู้สึกอร่อย ไม่อาบัติครับ แต่พระที่เคร่งๆ เช่นพระป่า จะสวดบทปฏิสังขาโยก่อน เพื่อเตือนสติตนเองไม่ให้กำหนัดยินดีกับสิ่งที่เป็นกิเลส ปฏิสังขาโยมี 4 บท คือปัจจัยสี่ครับ เตือนตนไม่หลงไปกับกิเลส ในบทขบฉันคือ ปิณฑปาโต สวดก่อนฉันอาหารครับ เนื้อความแปลว่า ที่เรากินอาหารนี้ ไม่ใช่เพื่อความสนุกสนาน ไม่ใช่เพื่อความเอร็ดอร่อย ไม่ต้องการความสวยงาม หรูหราแต่ขบฉันเพื่อประทัง หล่อเลี้ยงชีวิตให้มีแรง สามารถปฏิบัติธรรมได้ต่อไปเท่านั้น ส่วนที่มาบอกว่าร้านไหนอร่อย จนลืมกลับวัดนั้น สาธุชนก็พิจารณาเอาเองแล้วกันควรเคารพบูชา เชื่อฟังคำสอนต่างๆ ของเขาหรือไม่?”

เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าว ท่าน ว.วชิรเมธี ได้ชี้แจงผ่านวอยซ์ทีวีว่า

“เป็นเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องอย่างยิ่ง

สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ผิดพระวินัย โดยเป็นการให้ขวัญกำลังใจ ในฐานะที่ลูกศิษย์ต้องการกำลังใจ ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ที่มากไปกว่านั้น

จึงอย่าไปตีความอะไรที่เลยเถิด

ข้อความที่เขียน เป็นการเขียนทีเล่นทีจริง ประสาครูอาจารย์ ลูกศิษย์ ไม่ใช่การการันตี เหมือนรายการเชลล์ชวนชิมอะไรทั้งสิ้น

และไม่ใช่การการันตีที่เพิ่มมูลค่าทางการตลาดอะไรทั้งสิ้น”

ขณะที่เจ้าของร้าน ซึ่งอยู่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นผู้นิมนต์พระ ว.วชิรเมธี มาฉันเพลและขอให้เขียนข้อความให้กำลังใจ ได้โพสต์ในเฟซบุ๊กของร้านเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม มีใจความว่า

“ภาพท่าน ว.วชิรเมธี ฉันอาหารพร้อมถ้อยคำประกอบที่มีการเผยแพร่ในอินเตอร์เน็ต เป็นภาพในร้านซาชิ ถ่ายเมื่อครั้งท่าน ว.วชิรเมธี กรุณามาเยี่ยมเยือน กระผมซึ่งเป็นเจ้าของร้านนับถือท่านเป็นครูบาอาจารย์ ได้เรียนรู้ธรรมะจากท่านหลายครั้ง เมื่อท่านมาถึงร้านก็พลอยยินดี และอยากให้ท่านได้ฉันอาหารที่ร้าน ซึ่งขอให้ท่านได้เมตตาเขียนให้กำลังใจตามภาพ ผมนำภาพท่านมาประดับในร้านร่วมกับภาพของครูบาอาจารย์อื่นอีกหลายท่านที่เคยมาเยี่ยมเยือน เพื่อเป็นกำลังใจให้ตนเอง เตือนตัวเองว่าครูบาอาจารย์เห็นชอบและสนับสนุนในสิ่งที่ผมทำ ควรต้องพากเพียรเพิ่มขึ้น มิได้ประสงค์ประโยชน์ทางการค้า และไม่คาดว่าจะเกิดผลกระทบต่อท่าน”

“กระผมกราบขออภัยต่อท่าน ว.วชิรเมธี และขอความเข้าใจจากทุกท่านต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยครับ”

เรื่องนี้คงอื้ออึงไปอีกนาน

ขณะที่ท่าน ว.วชิรเมธี คงจะไม่มีอะไรดีไปกว่า เดินตามแนว “สมุดแผนงานประจำปี (Year Planner) สุขทั้งปี” ของท่านและถูกเผยแพร่ไว้ในเฟชบุ๊ก เมื่อ 7 พฤศจิกายน 2555

“หากใจเธอหนักแน่นดังแผ่นผา

ใครจะปาถ้อยคำขอยำใหญ่

เธอย่อมนิ่งสนิทไม่ติดใจ

เพราะเธอไม่มีตัวให้มัวมน”



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ย้อนอ่าน 5 ข้อเสนอ ‘ผ่าทางตันการเมือง’ สุรพล นิติไกรพจน์ ขณะเป็นอธิการบดี มธ.
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (16)
เชลยศึกสงครามลาว (33) เป็นเชลย
ฝังจำ ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ต่อระบบราชการ
กับดักธูซิดิดิส (1) ทฤษฎีการเปลี่ยนผ่านของอำนาจ
ถ้าผู้ใหญ่ยังเลี่ยงบาลี เรียนฟรีก็จะยังไม่ฟรีจริง
E-DUANG | เลือก บอร์ด ประกันสังคม พลังแห่งอดีต กับ อนาคต
อาเศียรวาท
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 2) เรื่อง ปัญหาเส้นเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ประเทศไม่ไหวแล้ว เด็กรุ่นต่อไปจะอยู่กันอย่างไร เปิดใจ ‘เพียงพนอ’ ร่วมทางพรรคประชาชน
‘สุชาติ’ ค้านขึ้น VAT-กู้ 4 แสนล้านแจกเงิน จี้ปฏิรูปราชการอุดรูรั่วทุจริต ดีกว่ารีดภาษีประชาชน
ยศชนัน-ประเสริฐ ชูหลักสูตรฐานสมรรถนะ ยกระดับวิชา “ประวัติศาสตร์-หน้าที่พลเมือง-ภาษาไทย” ปั้นเด็กไทยสู่พลเมืองโลกที่สมบูรณ์