CIBA-DPU ติดอาวุธผู้นำบัญชียุคใหม่ เจาะลึก ‘สินทรัพย์ดิจิทัล-AI’ พลิกบทบาทเป็นมากกว่านักบัญชี พร้อมนำทัพที่ปรึกษาธุรกิจ
วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) โดยหลักสูตรบัญชีมหาบัณฑิต จัดสัมมนาหัวข้อพิเศษทางการบัญชี “ประเด็นร่วมสมัยทางบัญชี: จากสินทรัพย์ดิจิทัลสู่ Carbon Credits มุมมองมาตรฐานการบัญชีและภาษีอากร” โดย รศ.ดร.วรศักดิ์ ทุมมานนท์ ประธานคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานการบัญชี สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2569 เพื่อสรุปความรู้ความเข้าใจด้านมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่สอดรับกับนวัตกรรมดิจิทัลสมัยใหม่และเตรียมความพร้อมสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยมี ผศ.ดร.อริสรา ยิ่งยง ผู้อำนวยการหลักสูตรบัญชีมหาบัณฑิตและหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต ให้การต้อนรับ
สำหรับการสัมมนาในครั้งนี้เป็นกิจกรรมลำดับที่ 5 จัดเป็นส่วนสุดท้ายของชุดการบรรยายหัวข้อพิเศษที่เน้นการรวบรวมประเด็นสำคัญในวิชาชีพบัญชีมาถ่ายทอดให้แก่ผู้เรียน โดยสาระสำคัญมุ่งเน้นไปที่การบริหารจัดการสินทรัพย์ดิจิทัล และแนวทางการจัดการคาร์บอนเครดิต โดยเนื้อหาครอบคลุมทั้งแนวปฏิบัติสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ (NPAEs) และกิจการที่มีส่วนได้เสียสาธารณะ (PAEs) เพื่อให้นักศึกษาสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินได้อย่างครอบคลุมและเท่าทันในปัจจุบัน
ผศ.ดร.อริสรา เปิดใจว่า ปัจจุบันภาคธุรกิจมีการนำคริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลเข้ามาใช้เป็นส่วนหนึ่งของธุรกรรมอย่างแพร่หลาย นักบัญชีจำเป็นต้องปรับวิธีการทำงานให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการพิจารณาสินทรัพย์ดิจิทัลในลักษณะ “สินค้าคงเหลือ” สำหรับธุรกิจบางประเภท เช่น ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำ ซึ่งจัดเป็นสินทรัพย์ที่ระบุได้แต่ไม่มีรูปร่าง และจัดอยู่ในหมวดสินทรัพย์หมุนเวียนในงบการเงิน โดยวางลำดับไว้ต่อจากรายการเงินมัดจำและเงินประกัน
“ปัจจุบันตลาดมีการนำคริปโทเคอร์เรนซีมาใช้ในเชิงธุรกิจ แต่ระบบยังไม่มีการประกาศใช้มาตรฐานการบัญชีสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลโดยตรง นักบัญชีจึงต้องเลือกใช้มาตรฐานการรายงานทางการเงินที่เกี่ยวข้องมาเทียบเคียง ซึ่งหากนักบัญชีวิเคราะห์และระบุประเภทสินทรัพย์ผิดพลาด จะส่งผลให้งบการเงินคลาดเคลื่อน ซึ่งจะกระทบต่อการรับรู้รายได้และการคำนวณกำไรเป็นลำดับ และยังส่งผลต่อเนื่องไปถึงการชำระภาษีอากรที่อาจผิดพลาดตามไปด้วย”
ในการบรรยายเชิงลึกครั้งนี้ที่ DPU รศ.ดร.วรศักดิ์ ยังได้หยิบยกมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 9 (TFRS 9) มาใช้เทียบเคียงสำหรับการจัดการโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน โดยเน้นเรื่องการดูเนื้อหาทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริงเพื่อให้งบการเงินถูกต้อง พร้อมทั้งยกกรณีศึกษาของการทำบัญชีสินทรัพย์ดิจิทัลมาอธิบายให้นักศึกษาเห็นภาพการทำบัญชีที่เชื่อมโยงกับธุรกรรมจริงในปัจจุบัน

นอกจากนี้ การบรรยายในครั้งนี้ยังเน้นเรื่องคาร์บอนเครดิต แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่มีกฎหมายบังคับใช้เข้มงวดกับผู้ประกอบการรายย่อยเหมือนบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ แต่ผู้ประกอบการทั่วไปเริ่มตื่นตัวและเข้ามาทำเรื่องนี้มากขึ้น การสัมมนาครั้งนี้จึงเป็นการเตรียมความพร้อมล่วงหน้าให้นักบัญชีรู้เท่าทันมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อมูลค่าทางบัญชี และเรียนรู้วิธีลดต้นทุนควบคู่ไปกับการรักษาฐานสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่กิจการควรจะได้รับ
“โดยปกติมาตรฐานการรายงานทางการเงินและข้อกำหนดทางภาษีมักใช้ภาษากฎหมายที่ซับซ้อนจนยากต่อการตีความเพื่อนำไปปฏิบัติ การได้รับฟังคำอธิบายจากผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รศ.ดร.วรศักดิ์ ช่วยให้นักศึกษาสามารถย่อยเนื้อหาที่ยากให้กลายเป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายและตรงประเด็น ที่สำคัญยังมีการหยิบยกเคสตัวอย่างและประสบการณ์จริงมาเปลี่ยนทฤษฎีเชิงลึกให้เป็นแนวปฏิบัติที่เรียบง่าย ทำให้นักศึกษาสามารถนำหลักการเทียบเคียงเหล่านี้ไปใช้งานได้จริงในวิชาชีพ ช่วยลดความเสี่ยงจากการวิเคราะห์บัญชีผิดพลาด และเพิ่มความแม่นยำในการทำงาน” ผศ.ดร.อริสรา อธิบาย
นอกจากนี้ ผศ.ดร.อริสรา ยังกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า ภาพรวมผลลัพธ์จากการจัดกิจกรรมทั้ง 5 ครั้ง นักศึกษาได้นำความรู้จากหัวข้อพิเศษในโครงการไปปรับใช้ในการทำงานและพัฒนาธุรกิจของตัวเองได้จริง เริ่มตั้งแต่ครั้งที่ 1 ในเรื่องบัญชีนิติวิทยา Forensic Accounting เพื่อการตรวจสอบและป้องกันความผิดพลาดทางการเงิน ต่อเนื่องมาถึงครั้งที่ 2 เรื่องการสร้างธุรกิจจากความรู้ภาษี ที่มุ่งเปลี่ยนนักบัญชียุคใหม่ให้เป็นผู้เชี่ยวชาญที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจ หรือในครั้งที่ 3-4 ในหัวข้อการใช้ AI in Data Analytics และ AI for Accounting Research ที่เน้นการนำปัญญาประดิษฐ์มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงเพื่อการตัดสินใจ
“ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดเจนคือ นักศึกษาของหลักสูตรที่ปฏิบัติงานอยู่ที่โรงแรมระดับ 6 ดาว จังหวัดภูเก็ต ได้นำเทคโนโลยี AI จากการบรรยายในช่วง 3 สัปดาห์แรกไปพัฒนาระบบในธุรกิจของตนเองตามที่วิทยากรแนะนำ โดยมีการนำหน้าเว็บไซต์ที่เขียนรายละเอียด และพัฒนาฟังก์ชันเพิ่มเติมขึ้นมากมายผ่านเครื่องมือ AI มานำเสนอเพื่อยืนยันผลการใช้งาน ซึ่งนอกจากจะช่วยยกระดับการบริหารจัดการธุรกิจในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นแล้ว ยังสามารถสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริงหลังจบคลาส และเปลี่ยนการทำงานให้ทันสมัยขึ้นอย่างชัดเจน”
สำหรับก้าวถัดไปของนักศึกษาคือ การเข้าสู่รายวิชาประเด็นเกี่ยวกับมาตรฐานการรายงานทางการเงินเชิงลึก ก่อนดำเนินการทำสารนิพนธ์เพื่อจบการศึกษาตามหลักสูตร นอกจากนี้สำหรับผู้ที่สนใจหลักสูตรบัญชีมหาบัณฑิต CIBA-DPU ยังคงเปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่จนถึงช่วงสิ้นเดือนกันยายนนี้ พร้อมมอบสิทธิพิเศษส่วนลดค่าธรรมเนียมการศึกษา 10-15% เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้แก่กลุ่มข้าราชการ ศิษย์เก่า และบุคลากรจากหน่วยงานพันธมิตรที่มีบันทึกความร่วมมือ (MOU) เช่น กรมสรรพากร, กรมส่งเสริมสหกรณ์ ฯลฯ
“นอกเหนือจากความจำเป็นที่นักบัญชียุคนี้ต้องตื่นตัวและอัปเดตตัวเองตลอดเวลาแล้ว สิ่งสำคัญที่อยากฝากถึงผู้สนใจคือ หลักสูตรมีความมุ่งมั่นที่จะจัดเตรียมเนื้อหาอย่างเข้มข้น และเชิญวิทยากรระดับชาติมามอบมุมมองใหม่ๆ เพื่อให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ตรงที่มีประสิทธิภาพ ยิ่งไปกว่านั้นทุกรายละเอียดในการสัมมนายังถูกวางรูปแบบให้สามารถแตกแขนงต่อยอด โดยผู้เรียนทุกคนสามารถนำข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ไปสร้างเป็นหัวข้อ หรืองานวิจัยที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาวิชาชีพของตนเองได้ในทุกช่วงของการเรียนรู้” ผศ.ดร.อริสรา กล่าวทิ้งท้าย
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
