คณะศิลปกรรมศาสตร์ DPU โชว์งานวิจัยใช้ศิลปะและ Design Thinking ยกระดับอัตลักษณ์บางม่วง จ.นนทบุรี ชู “ICE Model” สร้างสรรค์เครื่องมือท่องเที่ยว สร้างรายได้และความยั่งยืนให้ชุมชน
คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) นำเสนอผลงานวิจัย “การพัฒนาชุดเครื่องมือสร้างสรรค์จากอัตลักษณ์ชุมชนบางม่วง ตำบลบางม่วง อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี โดยใช้หลักการคิดเชิงออกแบบ เพื่อส่งเสริมการจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” ภายในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 หรือ Thailand Research Expo 2026 ชูแนวคิดการนำศิลปะและกระบวนการออกแบบมาพัฒนาศักยภาพชุมชน ผ่านชุดเครื่องมือที่ช่วยให้คนในพื้นที่สามารถคิดโครงการ สร้างกิจกรรม พัฒนาผลิตภัณฑ์ และจัดการการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ได้ด้วยตนเอง
ผลงานดังกล่าวจัดแสดงภายใต้แนวคิดของงานในปี 2569 “Research Synergy พลังวิจัย สร้างสรรค์เศรษฐกิจและสังคมไทยยั่งยืน” ระหว่างวันที่ 22–26 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ ในบูธของ DPU ชั้น 22 บูธหมายเลข FL10 ซึ่งได้รับความสนใจจากนักเรียน นักศึกษา นักวิจัย และประชาชนที่เข้าชมผลงานอย่างต่อเนื่อง
- จากการออกแบบให้ชุมชน สู่กระบวนการที่ชุมชนต่อยอดได้เอง
ผศ.ทิพย์ลักษณ์ โกมลวณิช รองคณบดีและอาจารย์ประจำหลักสูตรปริญญาตรี สาขาวิชาเอกการออกแบบกราฟิกดิจิทัลและภาพประกอบ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัย เปิดเผยว่า งานวิจัยมุ่งนำศิลปะและกระบวนการออกแบบมาพัฒนาเป็นชุดเครื่องมือที่ช่วยให้คนในพื้นที่สามารถค้นหาอัตลักษณ์ คิดกิจกรรม สร้างผลิตภัณฑ์ และจัดการการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ได้ด้วยตนเอง โดยมี ดร.ปรวรรณ ดวงรัตน์ และอาจารย์ณมณ ขันธชวะนะ ร่วมเป็นนักวิจัย
โครงการได้รับทุนสนับสนุนงานมูลฐาน หรือ Fundamental Fund (FF) ประจำปีงบประมาณ 2568 เพื่อต่อยอดงานวิจัยที่เริ่มดำเนินการในปี 2565 ซึ่งคณะนักวิจัยได้ลงพื้นที่ศึกษาอัตลักษณ์ของชุมชนบางม่วง และนำข้อมูลมาพัฒนาเป็นต้นแบบผลิตภัณฑ์ ก่อนพบ Pain points ว่าผลงานในระยะแรกส่วนใหญ่ยังเกิดจากการออกแบบของบุคคลภายนอก ทำให้คนในพื้นที่อาจนำแนวคิดไปผลิตซ้ำหรือพัฒนาต่อได้ไม่เต็มที่
จากข้อค้นพบดังกล่าว คณะนักวิจัยจึงปรับกระบวนการทำงาน โดยเปิดโอกาสให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่การค้นหาเรื่องราวและอัตลักษณ์ของพื้นที่ การออกแบบและคัดเลือกผลงาน ไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับทักษะ ทรัพยากร และศักยภาพของคนในชุมชน เพื่อสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของและวางรากฐานให้คนในพื้นที่สามารถนำองค์ความรู้ไปใช้ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวได้อย่างต่อเนื่อง
“เราเปลี่ยนจากการออกแบบสินค้าให้ชุมชน มาเป็นการสร้างกระบวนการที่ทำให้คนในพื้นที่คิดและพัฒนางานต่อได้เอง เป้าหมายไม่ใช่เพียงการส่งมอบผลิตภัณฑ์ แต่ต้องการให้ชุมชนมีองค์ความรู้ มีเครื่องมือ และสามารถสร้างกิจกรรมหรือสินค้าใหม่ได้ แม้โครงการวิจัยจะสิ้นสุดลงแล้ว” หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าว
ชุมชนบางม่วงมีจุดเด่นในฐานะ “ชุมชนวิถีเกษตรเขตเมือง” ซึ่งยังคงมีสวน ลำคลอง และวิถีชีวิตดั้งเดิมไว้ แม้อยู่ใกล้กรุงเทพมหานครและเดินทางสะดวก ด้วยบรรยากาศที่สงบและกิจกรรมล่องเรือชมวิถีริมคลอง จึงเหมาะสำหรับการท่องเที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์ ผลิตภัณฑ์และกิจกรรมจากโครงการจึงได้รับการออกแบบให้ช่วยเพิ่มประสบการณ์แก่นักท่องเที่ยว โดยยังคงรักษาเสน่ห์และอัตลักษณ์ของชุมชนไว้

- ใช้ Design Thinking ถ่ายทอดตัวตนผ่านลายเส้นชุมชน
ผศ.ทิพย์ลักษณ์ อธิบายต่อว่า งานวิจัยใช้กระบวนการวิจัยเชิงคุณภาพแบบมีส่วนร่วม ควบคู่กับหลักการคิดเชิงออกแบบ หรือ Design Thinking โดยเริ่มจากการจัดเวิร์กช็อปให้คนในชุมชนถ่ายทอดเรื่องราว วิถีชีวิต และความรู้สึกผ่านเทคนิค Contour Drawing หรือการวาดภาพด้วยเส้นต่อเนื่องโดยไม่ยกปากกา รวมถึงนำลายมือจริงของคนในพื้นที่ เช่น ข้อความ “ฉันรักบางม่วง” มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของงานออกแบบ เพื่อให้ลวดลายที่เกิดขึ้นสะท้อนตัวตนของชุมชนอย่างแท้จริง
“หลังจากรวบรวมภาพวาด ลายเส้น และข้อมูลจากเวิร์กช็อปแล้ว คณะนักวิจัยได้นำองค์ประกอบต่าง ๆ มาพัฒนาตามหลักการออกแบบ ก่อนนำต้นแบบกลับไปให้ชุมชนร่วมกันพิจารณาและคัดเลือกผลงานที่เหมาะสมกับการต่อยอด โดยคำนึงถึงความถนัดและทรัพยากรที่มีอยู่ เช่น การเย็บผ้า งานฝีมือ การทำอาหาร และการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร กระบวนการดังกล่าวช่วยให้ผลิตภัณฑ์สามารถนำไปผลิตได้จริงและไม่ซับซ้อนเกินศักยภาพของคนในพื้นที่” หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าว
ผลผลิตชุดเครื่องมือของโครงการวิจัยนี้ คือ ชุดเครื่องมือ 3 ระดับ ได้แก่ 1. ระดับแนวคิด (Conceptual Tools) ซึ่งเป็นชุดนำทางไอเดียชุมชน ได้แก่ ชุดการ์ดกองไอเดีย ซึ่งประกอบด้วยคำถามที่ช่วยให้ผู้นำและสมาชิกในชุมชนระดมความคิดอย่างเป็นระบบ เช่น ต้องการแก้ปัญหาอะไร กลุ่มเป้าหมายคือใคร มีทรัพยากรใดที่สามารถนำมาใช้ได้ และต้องการสร้างประสบการณ์รูปแบบใดให้แก่นักท่องเที่ยว คำถามจากการ์ดจะช่วยเปลี่ยนแนวคิดเบื้องต้นให้กลายเป็นโครงร่างโครงการที่มีเป้าหมายและแนวทางดำเนินงานชัดเจน
2. ระดับกระบวนการ (Process Tools) ซึ่งเป็นชุดเครื่องมือระดมสมองเชิงมีส่วนร่วม ใช้ในการกระตุ้นและดึงอัตลักษณ์ชุมชนออกมาให้เห็นเป็นรูปธรรม สามารถใช้ต่อยอดจากเครื่องมือการ์ดกองไอเดียได้ และ 3. ระดับปฏิบัติการ (Implementation Tools) ซึ่งเป็นชุดเครื่องมือที่ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว สำหรับให้นักท่องเที่ยวได้ใช้งานขณะมาท่องเที่ยวในชุมชนหรือเป็นของที่ระลึก หากชุมชนใช้ชุดเครื่องมือในระดับที่ 1 และ 2 แล้ว ก็จะทำให้สร้างเครื่องมือระดับที่ 3 ได้เรื่อย ๆ เพราะสามารถประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับโครงการที่ชุมชนคิดขึ้นใหม่ๆ ได้ จากการทดสอบการใช้เครื่องมือทั้ง 3 ระดับดังกล่าวพบว่า สามารถเพิ่มคุณค่าให้กับประสบการณ์การท่องเที่ยวและสร้างโอกาสด้านรายได้ให้แก่ชุมชน
ผศ.ทิพย์ลักษณ์ กล่าวอีกว่า การ์ดกองไอเดียยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ช่วยในการวางแผนและเขียนโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนหรือขอทุนจากหน่วยงานต่าง ๆ ได้ เนื่องจากคำถามภายในการ์ดช่วยเปิดมุมมองทำให้ชุมชนมองเห็นองค์ประกอบที่สำคัญของโครงการ ตั้งแต่ปัญหา กลุ่มเป้าหมาย ทรัพยากร กระบวนการดำเนินงาน ไปจนถึงผลลัพธ์ที่ต้องการสร้าง
- ต่อยอดอัตลักษณ์สู่สินค้า อาหาร และประสบการณ์ท่องเที่ยว
ผศ.ทิพย์ลักษณ์ ระบุว่า จากกระบวนการดังกล่าว คณะนักวิจัยได้พัฒนาชุดเครื่องมือสร้างสรรค์ทั้ง 3 ระดับ และได้ต้นแบบของชุดเครื่องมือระดับที่ 3 จำนวน 6 ผลงาน โดยเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถต่อยอดสู่การจำหน่าย ได้แก่ เสื้อ ถุงผ้า และพวงกุญแจอัตลักษณ์บางม่วง ซึ่งออกแบบจากภาพวาด ลายมือ และความคิดของคนในพื้นที่ ผลิตภัณฑ์เหล่านี้จึงไม่เพียงเป็นของที่ระลึก แต่ยังช่วยบอกเล่าเรื่องราว สะท้อนตัวตน และสร้างความภาคภูมิใจให้แก่คนในชุมชน นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ประกอบการถ่ายภาพ Viewfinder Muang Snap & Mango Scope สำหรับใช้ระหว่างท่องเที่ยวล่องเรือชมบรรยากาศริมคลอง โดยบน Viewfinder Muang Snap & Mango Scope จะมีลวดลายภาพวาด ลายมือที่เขียนว่า “ฉันรักบางม่วง” เมื่อผู้มาเยือนนำภาพไปเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ชื่อหรือสัญลักษณ์ของบางม่วงก็จะปรากฏอยู่ในภาพ สิ่งนี้สามารถช่วยประชาสัมพันธ์ชุมชนและกระตุ้นให้ผู้พบเห็นเกิดความสนใจอยากที่จะเดินทางมาสัมผัสวิถีท้องถิ่นด้วยตนเอง
“นอกจากนี้ยังพัฒนาแม่พิมพ์อเนกประสงค์ที่สามารถนำไปต่อยอดเป็นขนม แม่เหล็กติดตู้เย็น เข็มกลัด และของที่ระลึกประเภทต่าง ๆ พร้อมถ่ายทอดสูตรไอศกรีมจากผลไม้ในท้องถิ่น โดยออกแบบสูตรพื้นฐานให้ประยุกต์ใช้กับมะปราง มะยงชิด ฝรั่ง หรือผลไม้ตามฤดูกาลได้ และเลือกใช้น้ำตาลช่อดอกมะพร้าวเป็นส่วนประกอบ เพราะน้ำตาลชนิดนี้เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ป่วยเบาหวานและผู้ที่ใส่ใจสุขภาพ เนื่องจากมีค่าดัชนีน้ำตาล (GI) ต่ำ และ การใช้ผลไม้ที่ปลูกในท้องที่ช่วยจะลดข้อจำกัดด้านวัตถุดิบที่ให้ผลผลิตเพียงบางช่วงของปี” หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าว
ด้านสิ่งแวดล้อม โครงการได้พัฒนาประติมากรรมรีไซเคิลรูป “แม่ค้าพายเรือ” จากโครงลวด เพื่อใช้เป็นจุดรวบรวมขวดพลาสติกก่อนนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล ผลงานชิ้นนี้เชื่อมโยงอัตลักษณ์วิถีริมคลองเข้ากับการจัดการขยะ โดยทำหน้าที่เป็นทั้งงานศิลปะ จุดถ่ายภาพ และสื่อรณรงค์ให้นักท่องเที่ยวเก็บขยะที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทางมาทิ้งในจุดที่กำหนด แนวคิดดังกล่าวช่วยให้ผู้มาเยือนได้มีส่วนร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมและเรียนรู้การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ พร้อมเปิดโอกาสให้ชุมชนนำอัตลักษณ์ของตนเองมาสื่อสารประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมอย่างสร้างสรรค์
ทั้งนี้องค์ความรู้จากโครงการยังสรุปเป็น “ICE Model” ประกอบด้วย Identity การค้นหาอัตลักษณ์ จุดเด่น และทรัพยากรของพื้นที่ Creativity การใช้ความคิดสร้างสรรค์แปลงอัตลักษณ์เป็นสินค้า บริการ หรือกิจกรรม และ Experience การออกแบบประสบการณ์ให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และมีส่วนร่วม โมเดลดังกล่าวสามารถนำไปปรับใช้กับชุมชนอื่นตามบริบทของแต่ละพื้นที่ เพื่อสร้างการท่องเที่ยวที่สะท้อนตัวตน สร้างรายได้ และดูแลทรัพยากรท้องถิ่นควบคู่กัน
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
