เทศมองไทย
เรื่องราวของปฏิบัติการช่วยเหลือเหยื่อชาวลาว 7 คนที่เข้าไปติดอยู่ในถ้ำซึ่งเดิมเคยเป็นเหมืองทองเก่า ที่ล่องแจ้ง แขวงไซสมบูรณ์ ตอนกลางของประเทศลาว กลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลก ที่ไม่เพียงยินดีต่อการรอดชีวิตของเหยื่อบางส่วนซึ่งได้รับการช่วยเหลือออกมาในสภาพปกติได้เมื่อวันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา
ดอนนา เฟอร์กุสัน ผู้สื่อข่าวเดอะ การ์เดียน สื่อของประเทศอังกฤษ รายงานเรื่องนี้ออกไป โดยระบุว่า เหยื่อทั้ง 5 รายที่ได้รับการช่วยเหลือออกมาดังกล่าว ติดอยู่ในถ้ำนานถึงกว่า 10 วัน ทำให้ยังคงหลงเหลือนักแสวงโชคอีก 2 ราย ซึ่งยังหาไม่พบตัว หลงติดอยู่ในถ้ำแห่งนี้เท่านั้น
เฟอร์กุสันระบุว่า ทีมกู้ภัยนานาชาติจำเป็นต้องใช้วิธีค่อยๆ คืบคลานผ่านช่องทางแคบๆ วกวนและบางตอนมีน้ำท่วม เพื่อค้นหาแหล่งที่อยู่ของเหยื่อทั้ง 2 รายที่เหลืออีกต่อไป ในขณะที่ภารกิจช่วยเหลือแสนอันตราย เบื้องต้นประสบผลสำเร็จ ท่ามกลางความพยายามแข่งกับเวลาในการสูบน้ำออกจากถ้ำเพื่อลดอันตรายในการค้นหาและกู้ภัยลง
เฟอร์กุสันรายงานว่า เหยื่อ 5 รายแรก ถูกพบขดตัวรวมกันอยู่บนเชิงหินแคบๆ ที่อยู่ห่างจากปากทางเข้าราว 300 เมตร เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา สภาพร่างกายปกติ แต่อ่อนแรงจนไม่สามารถนำตัวออกจากถ้ำมาได้ในทันที ต้องรอให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นในระดับหนึ่งจึงสามารถนำตัวออกมาได้เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา
ปฏิบัติการค้นหาและช่วยชีวิตเหยื่ออีก 2 รายที่เหลือยังคงดำเนินต่อไป
โดยทีมผู้เชี่ยวชาญการดำน้ำในที่แคบจากนานาชาติเริ่มทยอยเดินทางมาถึงตามลำดับ รวมทั้งนักประดาน้ำซึ่งเคยเข้าร่วมในปฏิบัติการช่วยเหลือเหยื่อติดถ้ำชาวไทยที่ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน เมื่อปี 2561 ทั้งหมดต้องใช้วิธีการคืบคลานและบิดตัวไปตามความคดเคี้ยวของถ้ำ ฝ่าไปในน้ำโคลนที่ดำลงไปก็มืดมิดมองอะไรไม่เห็น เพื่อค้นหาตำแหน่งของคนทั้งสองต่อไป
ทีมกู้ภัยเชื่อว่า คนทั้ง 7 เดินทางเข้าไปในถ้ำเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเพื่อมองหาแร่มีค่า อาทิ ทองคำ ก่อนที่จะเกิดภาวะน้ำท่วมถ้ำกะทันหันจากภาวะฝนตกหนัก จนติดอยู่ภายใน ในขณะที่พายุฝนฟ้าคะนองก็กวาดเอาบรรดากรวด หิน และทราย มาปิดกั้นทางออกจากถ้ำที่พวกเขาเคยรู้จักไปในทันทีเช่นกัน
ทีมกู้ภัยนำอาหาร น้ำ และผ้าห่มฟอยล์ ไปให้เหยื่อ 5 รายที่ค้นพบก่อน เพื่อรักษาสุขภาพและร่างกายให้แข็งแรงขึ้นก่อนที่จะนำพาทั้งหมดฝ่าออกจากถ้ำเหมืองสุดอันตรายแห่งนี้ต่อไป ทั้งหมดอยู่ในสภาพอ่อนแอ หิวโหยและบางคนได้รับบาดเจ็บอีกด้วย
หลังจากช่วยเหลือเหยื่อรายแรกออกมาได้สำเร็จ เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา เฟอร์กุสันระบุว่า เหยื่อรายที่สองก็เดินออกมาจากปากถ้ำด้วยตัวเอง เนื้อตัวเต็มไปด้วยโคลน ส่งยิ้มให้กับทีมกู้ภัยก่อนที่จะถูกห่อด้วยผ้าห่มฟอยล์และนำตัวไปรับการช่วยเหลือ
เฟอร์กุสันระบุว่า ทีมกู้ภัยนานาชาติพยายามอย่างหนักต่อเนื่องกันมานานหลายวัน เพื่อช่วยเหลือคนทั้งหมด โดยระบุว่า การเข้าถึงเหยื่อทั้งหมดจำเป็นต้องใช้นักประดาน้ำที่มีประสบการณ์สูงในการดำน้ำในที่แทบคดเคี้ยว โดยที่ไม่สามารถมองเห็นอะไรได้ถนัด
โจช ริชาร์ด นักดำน้ำในถ้ำชาวออสเตรเลีย ซึ่งเดินทางมาร่วมคณะกู้ภัยเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมา บอกว่าภายในถ้ำเต็มไปด้วยอันตรายสูงยิ่ง เนื่องจากผนังถ้ำเป็นโคลนดิน ซึ่งจะถล่มลงมาเมื่อใดก็ได้ แถมยังส่งผลให้น้ำที่ท่วมถ้ำบางตอนขุ่นคลั่ก จนมองไม่เห็นอะไรทั้งนั้น “ในทางปฏิบัติแล้วก็เหมือนกับคุณดำลงไปในน้ำกาแฟ มองไปไม่เห็นอะไรทั้งนั้น” ริชาร์ดบอก
เขาเล่าต่อว่า ทีมกู้ภัยต้องทำงานแข่งกับเวลา ช่วยกันสูบน้ำในถ้ำออกไปให้มากที่สุดเท่าที่สามารถจะทำได้ เพราะอุโมงค์ในส่วนที่อยู่ระหว่างเหยื่อกับปากถ้ำนั้น น้ำท่วมมิดทั้งหมด ถ้าน้ำลดลงมากพอก็จะใช้อุปกรณ์ประดาน้ำเพื่อช่วยนำตัวเหยื่อออกมาสู่โลกภายนอกต่อไป
เฟอร์กุสันรายงานว่า ทีมกู้ภัยนานาชาติ มีทั้งที่มาจากออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส อินโดนีเซีย และไทย กำลังทยอยกันเดินทางมาถึงเพื่อช่วยกันกู้ชีวิตเหยื่อให้ได้ทั้งหมดในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ โดยที่มีทีมของมาเลเซียเดินทางมาถึงก่อนหน้านั้น 1 วัน
เฟอร์กุสันอ้างคำกล่าวของ เก่งกาจ บงกาวงศ์ หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการของมูลนิธิกู้ภัยเมตตาธรรม ของไทย กล่าวถึงการค้นหาอีก 2 ชีวิตว่า เต็มไปด้วยความท้าทายเป็นพิเศษ เพราะเชื่อว่าอยู่ลึกเข้าไปอีกอย่างน้อย 25 เมตร ผ่านช่องทางที่แคบและอันตราย แคบขนาดไม่มีช่องว่างให้กลับตัว และมีหินแหลมคมระเกะระกะ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องทบทวน ประเมินมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างถี่ถ้วน รวมทั้งเส้นทางและความชำนิชำนาญในบริเวณถ้ำช่วงดังกล่าว
เฟอร์กุสันรายงานว่า ทางการลาวได้จัดเครื่องมือมาจัดการเคลียร์เส้นทางไปยังปากถ้ำเพื่อให้สะดวกต่อปฏิบัติการมากยิ่งขึ้น เพราะตัวถ้ำส่วนหนึ่งชอนไชขึ้นไปอยู่บนเนินสูงราว 5 กิโลเมตร ในปฏิบัติการที่เริ่มต้นเมื่อ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา
เมื่อ 1 ในผู้ที่รอดชีวิตจากการเข้าไปติดอยู่ในถ้ำ เดินทางเข้าแจ้งเหตุต่อทางการลาว หลังพบว่าปากทางออกของถ้ำถูกปิดตายโดยที่เพื่อนพ้องอีก 7 คนยังคงติดอยู่ภายใน
