bg-single

การทูตไม้ไผ่ (Bamboo Diplomacy)ของเวียดนาม : พัฒนาการและข้อจำกัด

05.06.2026

โลกทรรศน์ | อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์

เวียดนามตอนนี้ไม่ว่าอะไรก็น่าสนใจไปหมดสำหรับภูมิภาคและโลก

อันหนึ่งที่น่าสนใจคือ การทูตไม้ไผ่ (Bamboo Diplomacy) ที่ถูกแสดงให้เห็นก่อนที่ผู้นำเวียดนาม โต เลิม (To Lam) เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งรัฐเดินทางเยือนไทยในเวลาครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างเวียดนามและไทย

ความจริงสำคัญกว่านั้น ผู้นำท่านนี้เดินทางเยือน สปป.ลาว กัมพูชาก่อนมาไทย

แล้วไปเป็นองค์ปาฐก Shangri la Dialogue ประจำปี 2026 ที่สิงคโปร์

ยุทธศาสตร์การทูตไม้ไผ่
ของ โต เลิม ในโลกที่ไม่แน่นอน

ไม่มีใครเถียงสถานะพิเศษของ โต เลิม ในประวัติศาสตร์การเมืองเวียดนามคือ เขาเป็นทั้งเลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งรัฐ การตัดสินใจใดๆ ของเขาเด็ดขาดและมีอำนาจแท้จริง

การทูตไม้ไผ่จะสำแดงครั้งสำคัญที่ Shangri la Dialogue 2026 ฝ่ายสนับสนุนการทูตนี้สรรเสริญความสามารถของนโยบาย ในความสัมพันธ์ที่สมดุลกับมหาอำนาจที่แข่งขันกัน ในขณะที่รักษาอธิปไตยของชาติและอิสระทางการเมือง

ในความเป็นผู้นำของ โต เลิม ไม่ปฏิเสธว่า เวียดนามได้ในระยะสั้นคือความผูกพันทางเศรษฐกิจลึกซึ้งกับจีน ขยายความผูกพันเกี่ยวเนื่องทางพาณิชย์และเทคโนโลยีกับสหรัฐ และให้บทบาทนานาชาติแก่เวียดนามซึ่งเติบโตขึ้นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ไร้เสถียรภาพมากขึ้น

ด้วยสภาพแวดล้อมภูมิรัฐศาสตร์ 2026 ยุ่งเหยิงมากกว่าที่การทูตไม้ไผ่เกิดขึ้นในครั้งแรก ด้วยการแข่งขันสหรัฐ-จีน ห่วงโซ่อุปทานแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ความตึงเครียดทางทะเลลึกซึ้งกว่าครั้งที่การทูตไม้ไผ่ถูกสร้างในระยะแรก

ตอนนี้มีเรื่องคำถามและจุดมุ่งหมาย จนถึงข้อจำกัดระดับโครงสร้างของมัน แม้การทูตไม้ไผ่ยืดหยุ่น มันสามารถหันเหไปจนแตกและเกิดเสียงดังได้

จากล้อมรอบอย่างยืดหยุ่น
ถึงเปิดเผยยุทธศาสตร์

พูดอย่างแฟร์ การทูตไม้ไผ่เวียดนามได้ให้ผลประโยชน์ที่จับต้องได้

คือจีนยังคงขาดไม่ได้ในแนวทางเศรษฐกิจของเวียดนามโดยการค้า โครงสร้างพื้นฐานและความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์

ขณะเดียวกัน สหรัฐเสนอเทคโนโลยีก้าวหน้า ตลาดส่งออกและความร่วมมือด้านความมั่นคงเติบโตขึ้น โดยการรักษาความสัมพันธ์กับทั้ง 2 มหาอำนาจ เวียดนามมีความสำเร็จที่หลีกเลี่ยงการซ่อนเร้นพันธมิตร ในขณะที่ดึงดูดการลงทุนและเร่งอุตสาหกรรม (Industrialization)

อย่างไรก็ตาม สัญลักษณ์รอบๆ ยุทธศาสตร์ของโต เลิม เกิดคำถามเพิ่มว่า ดุลยภาพยุทธศาสตร์ระยะยาวของเวียดนาม

ปักกิ่งกลายเป็นเป้าหมายปลายทางของการเดินทางต่างประเทศครั้งแรกของเขาทั้งในฐานะเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและครั้งแรกของการเป็นประธานาธิบดีประเทศ คือสถาปนากลไกเชิงสถาบันใหม่ ได้แก่ 3+3 Strategic Dialogue กรอบความร่วมมือระดับสูงเกี่ยวกับกิจการต่างประเทศ ด้านความมั่นคง ความมั่นคงสาธารณะ (ความมั่นคงภายใน)

การสถาปนาทั้ง 2 ฝ่ายต่อด้วยการแนะนำความสัมพันธ์กับจีนที่กำลังลึกมากขึ้น เป็นสถาบันมากกว่าเดิมและมีแนวโน้มอสมมาตรในช่วงเวลาพิเศษ

วาระภายในประเทศ
ก็อยู่ติดกับเรื่องนานาชาติ
สิ่งที่เปิดเผย
จาก the Shangri la Dialogue 2026

สําหรับโต เลิม การไปประชุมครั้งนี้ต่างจากผู้นำเวียดนามคนอื่นๆ ก่อนหน้านั้น นอกจากเรื่องทางการทูตแล้ว โครงร่างอัตลักษณ์ ความเป็นผู้นำของเขา ทำความแข็งแกร่งให้นโยบายต่างประเทศเวียดนาม ที่แปลความได้ว่า เป้าหมายภายในประเทศอยู่ติดกับเรื่องนานาชาติ ในมือของเขา นโยบายต่างประเทศและเรื่องภายในไม่แยกกัน ทั้ง 2 เรื่องอยู่ในเหรียญเดียวกัน

สิงหาคม 2024 โต เลิม เป็นเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม โต เลิม ผลักดันเรื่องที่สื่อต่างประเทศเรียกว่า การทูตป้องกัน (Diplomacy Offensive)

ปี 2026 เขารวมซีรีส์กิจการทวิภาคีและพหุภาคี ที่รวมทั้งการเยือนระดับรัฐ (State Visit) กับ สปป.ลาว กัมพูชาในเดือนกุมภาพันธ์ เดือนเดียวกันนี้ เขาเดินทางไปประชุมครบวาระของ Board of Peace และเขาได้พบกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ทำเนียบขาว เดือนเมษายน โต เลิม เยือนระดับรัฐ 4 วันกับจีน อินเดีย และศรีลังกา ดังนั้น เดือนพฤษภาคม ความเคลื่อนไหวของโต เลิม เป็นแบบแผนที่คิดอย่างรอบคอบมากกว่าความบังเอิญอย่างน้อย 3 ความเหนือกว่า

ประการแรก โต เลิม ต้องการยืนยันและสร้างความชอบธรรมบทบาทผู้นำของเขาเอง เขารวมศูนย์อำนาจใน 2 ตำแหน่ง ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี 7 เมษายน ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์เวียดนาม ด้วยการรวมศูนย์นำมาซึ่งทั้งโอกาสและความอ่อนแอ

วาดรูปโครงร่างนานาชาติที่แข่งขันให้กลไกการให้เหตุผลสำคัญ ผู้นำที่เห็นความก้าวหน้าของผลประโยชน์ของประเทศเขา มีผลต่อเกียรติของการเมืองที่ให้ความเข้มแข็ง ที่ยืนภายในประเทศของโต เลิม

ระบบพรรคเดียวที่ให้ความชอบธรรมมากอยู่ที่ การทำงานและแนวมอง ได้ความเคารพระดับโลก ไม่เพียงแค่ความหยิ่งยโส แต่เป็นกระแสเงินทางการเมืองคือ มีคุณค่ามาก

ประการที่สอง ความเหนือทางเศรษฐกิจ ภายใต้โต เลิม เวียดนามมีความทะเยอทะยานพิเศษพัฒนา GDP โตเป็นเลข 2 หลัก และมีรายได้สูงในปี 2045 เขาขนานนามเวียดนามว่าเป็น ยุคสมัยการทะยานของชาติ (Era of National rise) เพื่อให้บรรลุ ประเทศต้องดึงดูดทุนต่างประเทศ เข้าถึงตลาดอย่างลึกและได้การแลกเปลี่ยนทางเทคโนโลยี เพื่อต้องการให้เพิ่ม ห่วงโซ่มูลค่า แต่เป้าหมายไม่เป็นจริง โดยนโยบายภายในประเทศอย่างเดียว

การทูตเศรษฐกิจ (Economic Diplomacy) อยู่ในศูนย์กลางกิจการต่างประเทศและการไหล การถกเถียงการลงทุนและการค้าในการเกี่ยวกับต่างประเทศ ที่สะท้อนตรรกะนี้คือ ตารางเวลาการทูตของโต เลิม อยู่ไม่น้อย เครื่องมือพัฒนาเศรษฐกิจ

สำหรับโต เลิม เวทีโลกและเรื่องในบ้านไม่เคยแยกกันแท้จริง ทุกๆ การทูตเป็นการเมืองที่เกิดขึ้นพร้อมกัน

จักรกลที่ 3 คือ ภูมิรัฐศาสตร์

การแข่งขันของมหาอำนาจโดยเฉพาะระหว่างสหรัฐกับจีนแพร่กระจายความไม่แน่นอนอย่างเป็นระบบทั้งด้านการค้า เทคโนโลยีและความมั่นคง สงครามที่ดำเนินอยู่ในยูเครนและอิหร่าน แสดงว่าความขัดแย้งขนานใหญ่ยังคงเป็นไปได้ ด้วยผลกระเพื่อมไกลเหนือภาพของท้องที่

สำหรับเวียดนาม ประเทศที่คร่อมการหนุนทั้ง 2 ฝ่ายของการแข่งขันสหรัฐ-จีน เผชิญอย่างต่อเนื่องความตึงเครียดที่ไม่จบในทะเลจีนใต้ การผูกพันการทูตแข่งขัน ไม่ใช่เรื่องของโชคดี แต่เป็นความจำเป็นทางยุทธศาสตร์

โต เลิม ผูกพันทั้งสหรัฐและจีน โต เลิม พบปะเป็นการส่วนตัวทั้งกับทรัมป์และสี จิ้นผิง ภายในเวลา 2 เดือน

สะท้อนคิดรอบคอบในการจัดการที่เกี่ยวกับภูมิรัฐศาสตร์ จัดรูปกติกาการปกครองประเทศเพื่อนบ้านเวียดนามและรักษาสภาพแวดล้อมภายนอกให้เสถียร ซึ่งเวียดนามมีความหวังทางเศรษฐกิจพึ่งพิงอยู่

โต เลิม กับ Shangri la Dialogue-SLD 2026

โต เลิม ปรากฏตัวใน SLD ช่วงการเยือนสิงคโปร์ครั้งที่ 2 ภายในเวลา 1 ปี 3 ความเหนือกว่าทันทีเกิดขึ้นคือ สิงคโปร์คือ พันธมิตรยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจสำคัญสำหรับเวียดนาม ทำดีลโครงการ ภาพความมั่นใจ ผู้นำมองไปข้างหน้า (Outward Looking) SDL เสนอแพลตฟอร์มให้โต เลิม เสนอ 2 สาระสำคัญ

ด้านที่ 1 การแถลงของเขาจะวาดภาพภายในของการมุ่งหน้าของเวียดนามอย่างมั่นใจ ช่วยปรับเปลี่ยนตัวเอง เสถียรภาพการเมือง จิตใจปฏิรูปและผลักดันโดยผู้นำด้วยวิสัยทัศน์ยุทธศาสตร์และการปกครองประเทศอย่างกล้าตัดสินใจ เปลี่ยนความปรารถนาของชาติให้เป็นความจริง

ด้านอื่นๆ โต เลิม จะเชื่อมต่อความผูกมัดเวียดนามอย่างอิสระ นโยบายต่างประเทศพึ่งพาตัวเองและอัตลักษณ์ของคนเป็นสมาชิกชุมชนนานาชาติที่แข็งขันและรับผิดชอบ เวียดนามวางท่าทางการทูตอย่างผู้มีประสบการณ์มาก บทบาทลึกซึ้งในเวทีภูมิภาคและโลก และความมุ่งหวังที่ให้ได้รับการยอมรับ

อำนาจระดับกลาง (Middle Power) ที่ทะยานขึ้นเป็น ลักษณะหน้าตาทั้งหมด จากแพลตฟอร์มนี้ เขาส่งสารผูกมัดการทำให้เวียดนามที่ยิ่งใหญ่ สร้างสันติภาพภูมิภาค มั่นคงและการพัฒนาที่ยั่งยืน

สำหรับโต เลิม เวทีโลกและด่านหน้าที่บ้านไม่แยกกันแท้จริงและทุกๆ การกระทำทางการทูตคือ การเมืองที่เกิดขึ้นโดยพร้อมกัน

นี่ไม่ใช่แค่การเยือนต่างประเทศ การฉลองครึ่งศตวรรษไทย-เวียดนาม เยือนชุมชนเวียดนามที่อุดรธานี แต่มากกว่านั้นมากๆ

โลกเห็นนโยบายต่างประเทศเวียดนามบ่ายหน้าไปทางไหน พร้อมๆ กับเห็นความมั่นคงทางการเมืองของผู้นำที่ชื่อว่า โต เลิม ด้วย



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ตามสถิติเอเลียนน่าจะมีจริง แต่…
aespa คั้นชีวิตให้เปรี้ยวเข็ดฟันมากกว่าเดิม ด้วยอัลบั้มชุดใหม่ Lemonade
จาก ‘ทรงวิทย์’ ถึง ‘อุกฤษฎ์’ จาก ‘ศอ.ปชด.’ สู่ ‘ศบค.ชด.’ ‘อนุทิน’ ติดดาบ ‘ผบ.หยอย’ คุม ทุกชายแดน กรำศึกเขมร รอบสุดท้าย
‘โต เลิม’ เยือนไทย : เห็นอะไรในประวัติศาสตร์ และความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม
สุทธิชัย วีรกุลสุนทร ‘เฮียล้าน ลุยต่อ’ ป้องกันแชมป์ ส.ก.จอมทอง สมัย 7 ไม่หวั่นคู่แข่งเจนใหม่
‘บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ’ มองประเทศไทยที่ ‘หยุดนิ่ง’ ‘คนรุ่นหลัง’ จะ ‘ทุกข์ยาก’ กว่านี้
Prachachat Business Awards 2026 เปิดทำเนียบ 5 สุดยอดธุรกิจไทย ‘ฮั่วเซ่งเฮง’ รายได้สูงสุด ปตท.สผ.แชมป์จ่ายภาษี
Space within space
E-DUANG | การรุก การถอย การเมือง ของ TH-AI Passport
Sexercise การออกกำลังกายชั้นยอด
วิวัฒนาการที่กำกับได้ (2) : การกำกับวิวัฒนาการในหลอดทดลอง
ยุคสมัยอันว่างเปล่า เรามีชีวิตไปเพื่ออะไร