หน้าแรก เศรษฐกิจ นักกฎหมาย ร่อ...

นักกฎหมาย ร่อน จม. ถึงสถานทูตนอร์เวย์ กดดันเทเลนอร์ บ.แม่ดีแทค ยุติดีลควบรวม

6.10.22 | 12:16 น.

นักกฎหมาย ร่อน จม. ถึงสถานทูต ส่งสารถึงรัฐบาลนอร์เวย์ กดดันเทเลนอร์ บ.แม่ดีแทค ยุติดีลควบรวม เหตุละเมิดต่อกม.-รัฐธรรมนูญไทย

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 6 ตุลาคม นายสมบูรณ์ บุญญาภิรมณ์ ทนายความ ได้เข้ายื่นหนังสือ 3 ข้อเรียกร้องการควบรวมกิจการระหว่าง บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือทรู และ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ต่อสถานเอกอัครราชทูตนอร์เวย์ประจำประเทศไทย เพื่อส่งต่อข้อเรียกร้องผ่านไปถึง บริษัท เทเลนอร์ ให้ยุติข้อเสนอการควบรวมกิจการระหว่าง ทรูและดีแทค ในครั้งนี้ และขอเรียกร้องถึงรัฐบาลนอร์เวย์ให้พิจารณาว่า ข้อเสนอควบรวมกิจการของทั้งสองบริษัทนั้น เป็นไปตามหลักการชี้แนะของสหประชาชาติ ว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนหรือไม่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

นายสมบูรณ์ กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวนั้น ขัดต่อกฎหมาย มีทั้งการปฏิบัติข้ามขั้นตอนตามที่กฎหมายกำหนด การบิดเบือนเอกสารที่เป็นสาระสำคัญที่ใช้ในการพิจารณา การก้าวก่ายและแทรกแซงการพิจารณาตัดสินใจขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ (กสทช.) และ การดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อาทิ

1.ข้อเสนอในการควบรวมกิจการของทั้งสองบริษัทฯ  ขัดต่อ พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม มาตรา 21 ที่บัญญัติว่า การประกอบกิจการโทรคมนาคม นอกจากต้องอยู่ในบังคับของ กฎหมายว่าด้วยการแข่งขันทางการค้าแล้ว ให้คณะกรรมการกําหนดมาตรการเฉพาะตามลักษณะการ ประกอบกิจการโทรคมนาคม มิให้ผู้รับใบอนุญาตกระทําการอย่างใดอันเป็นการผูกขาด หรือลด หรือ จํากัดการแข่งขันในการให้บริการกิจการโทรคมนาคมในเรื่องดังต่อไปนี้

(1) การอุดหนุนการบริการ
(2) การถือครองธุรกิจในบริการประเภทเดียวกัน
(3) การใช้อํานาจทางการตลาดที่ไม่เป็นธรรม
(4) พฤติกรรมกีดกันการแข่งขัน
(5) การคุ้มครองผู้ประกอบการรายย่อย

Advertisement

2.การควบรวมกิจการของ ทรูและดีแทค จะทำให้เหลือผู้ให้บริการกิจการโทรคมนาคมน้อยลง และจะทำให้ เหลือผู้ให้บริการฯหลักเพียงสองรายเท่านั้น ซึ่งจะมีผลกระทบต่อผู้บริโภคทั้งในแง่การพัฒนาคุณภาพบริการ การกำหนดราคาและเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาและแข่งขันในด้านเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งเป็นประเด็นที่ประเทศไทยและนานาประเทศ ให้ความสำคัญในโลกยุคใหม่

โดยปัจจุบัน ดีแทคมีส่วนแบ่งการตลาดสำหรับสัญญาณมือถืออยู่ที่ 19.6 ล้านเลขหมาย (20%) ทรูอยู่ที่ 32.2 ล้านเลขหมาย (34%) และเอไอเอส 44.1 ล้านเลขหมาย (46%) จะเห็นได้ว่าหากการควบรวมเกิดขึ้นจะทำให้มีผู้ให้บริการรายใหญ่เหลือเพียงสองราย เพราะการควบรวมกิจการครั้งนี้ จะทำให้ทั้งสองบริษัทมีส่วนแบ่งทางการตลาดเกินกึ่งหนึ่งและสามารถชี้นำตลาดได้ทั้งในเรื่องราคาและคุณภาพของการให้บริการ การที่ กสทช.ด่วนสรุปมาตรการเฉพาะหลังการควบรวม เพื่อควบคุมผู้ขอควบรวมอย่างหย่อนยาน หละหลวมทั้งๆที่ ตามรายงานของอนุกรรมการชุดต่างๆ เห็นว่าไม่ควรจะอนุมัติให้ควบรวม

3.มีความกังวลเพิ่มเติมในเรื่องเสรีภาพในการสื่อสารของประชาชน ที่ต้องไม่ถูกแทรกแซงโดยบริษัทเอกชนหรือรัฐ หากผู้ให้บริการกิจการโทรคมนาคมมีจำนวนน้อยลง ก็จะทำให้การแทรกแซง คุกคาม จำกัด และปิดกั้นการเข้าถึง ข้อมูลข่าวสาร เกิดขึ้นได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการใช้เทคโนโลยีสปายแวร์ ในการเข้าถึงข้อมูล ในการสื่อสาร ของนักกิจกรรมและผู้ที่เห็นต่างจากรัฐ โดยไม่ได้รับอนุญาต ในส่วนของบริษัทเอกชนเองก็มีความรับผิดชอบในการปกป้อง สิทธิมนุษยชน ตามหลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (United Nations Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGPs) ซึ่งในเสาหลักที่สองได้เน้นย้ำ ว่าบุคคลและองค์กรที่ประกอบธุรกิจไม่ว่าจะเป็นธุรกิจประเภทใดหรือขนาดใดก็ตาม ย่อมมีความรับผิดชอบที่จะเคารพสิทธิมนุษยชน (Respect)

นายสมบูรณ์ กล่าวว่า ข้อเรียกร้องทั้งสามข้อเรียกร้องนี้ เป็นเรื่องเร่งด่วน เนื่องจากจะมีการลงมติชี้ขาดในที่ประชุมคณะกรรมการ กสทช. ในวันที่ 12 ตุลาคม 2565 ที่จะถึงนี้ จึงอยากให้สถานทูตนอร์เวย์สื่อสารไปยัง บริษัท เทเลนอร์ ให้มีคำสั่งหรือตรวจสอบการดำเนินการของบริษัทลูก ในประเทศไทย ไม่ให้ละเมิดต่อกฎหมาย จรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ ความโปร่งใสและการคุ้มครองสิทธิของผู้ใช้บริการเป็นสำคัญ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: