E-DUANG
คล้อยหลังแถลงว่าด้วย”ระบอบสีน้ำเงิน”เนื่องในรำลึกถึงวันรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ของ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
ก็ตามมาด้วย”ปฎิกิริยา”จาก 89 ส.ว.ปฏิสธต่อการดำรงอยู่แห่ง”ระบอบสีน้ำเงิน”ในทางการเมือง
ปฏิกิริยานี้ปิดท้ายด้วย”คำขาด”ให้ตอบภายใน 3 วัน
จำนวนไม่น้อยบังเกิดนัยประหวัดไปยังท่าทีของบางกระทรวงซึ่งได้รับแรงกระทบจาการสำรวจในเรื่องการทุจริตคอรัปชั่นที่เรียกว่า”เงินใต้โต๊ะ”
นั่นคือภาพของ”อธิบดี”และข้าราชการออกมายื่น”คำขาด” ต่อมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยให้ชี้แจง
หากไม่ชี้แจงภายใน 7 วันจะดำเนินการทางกฎหมาย
ความน่าสนใจมิได้อยู่ที่”ปฎิกิริยา”ต่อความเห็นในทางสาธา รณะเพียงประการเดียว หากแต่อยู่ที่”คำขาด”
ไม่ว่าจะมาจาก”ส.ว.” ไม่ว่าจะมาจาก”อธิบดี”
แม้กรณีหนึ่งจะเป็นเรื่องของ”เงินใต้โต๊ะ” ขณะที่กรณีหนึ่งจะเป็นเรื่องของ”ระบอบสีน้ำเงิน”
ปรากฏการณ์อย่างนี้สะท้อนและยืนยันอะไร
ต้องยอมรับว่า”อธิบดี”และเหล่าข้าราชการที่ออกมาแถลงข่าวสำแดงปฏิกิริยาอยู่ในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ถามว่ากระทรวงนี้อยู่ในการกำกับและรับผิดชอบในสัดส่วนของพรรคการเมืองใด
ตอบได้เลยว่าเป็นโควตาของพรรคภูมิใจไทย
เมื่อตรวจสอบปฏิกิริยาของเจ้ากระทรวงประสานกับของอธิบดีและข้าราชการ ก็แทบไม่แตกต่างไปจากท่าทีของ 89 ส.ว. ที่ออกโรงมายื่นคำขาด
ยิ่งได้ฟังคำแถลงของนายกรัฐมนตรีซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้า พรรคภูมิใจไทยอยู่ด้วย ยิ่งเกิดเอกภาพในทางความคิด
เป็นการพ้องประสานในกระบวนท่าและท่วงทำนองจากกรณีถูกกล่าวหาว่าพัวพันในเรื่องทุจริต โยงสายยาวไปยังการตั้งความเห็นในกรณีอันเกี่ยวกับ”ระบอบน้ำเงิน”
แต่ละปรากฏการณ์จึงอธิบายถึงความเกี่ยวเนื่องและสัมพันธ์ทางความคิดและการปฏิบัติทางการเมือง
พรรคภูมิใจไทยกับ”ระบอบสีน้ำเงิน”
อย่าได้แปลกใจที่ในบรรยากาศแห่งการถกเถียงเรื่องรัฐธรรมนูญและ”ระบอบสีน้ำเงิน”จะเกิดความเห็นต่างสวนทางและปะทะกัน
เมื่อมี ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ก็มี 89 ส.ว.
เมื่อมีความเห็นด้วยความมั่นใจจาก ภราดร ปริศนานันทกุล ก็มีความเห็นแย้งจาก วิโรจน์ ลักขณาอดิศร
“ปฎิกิริยา”เหล่านี้สะท้อนอะไร
สะท้อนให้สัมผัสได้ว่า การจุดประเด็นในเรื่อง”ระบอบสีน้ำเงิน”ประสบความสำเร็จ
อาศัย”รัฐประหาร 2557”มามีส่วนในการปักธง”ความคิด”
เท่ากับโยงสายสัมพันธ์ระหว่าง ยุคแห่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มายังยุคแห่งรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล
บรรยากาศแห่งการถกแถลง แย้งและเห็นด้วยเป็นปัจจัย
ถามว่าบรรยากาศเช่นนี้คือเป้าหมายที่ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และพรรคประชาชนต้องการหรือไม่
“คำขาด”อันมาจาก”ส.ว.”อาจฟังดูดุดัน
ความเห็นของ ภราดร ปริศนานันทกุล อาจคมคายแต่เมื่อได้ยินเสียง วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ก็พอสมกับน้ำยา
สมควรยิ่งที่ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จะต้อง”ขอบคุณ”
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
