ก่อสร้างและที่ดิน | นาย ต.
กระแสในตลาดอสังหาริมทรัพย์บ้านคอนโดมิเนียมเวลานี้ กระแสที่มาแรงเป็นกระแส “ไหลย้อนกลับ” ของทรัพย์สินบ้านคอนโดฯ จากเจ้าของผู้อยู่อาศัยกลายเป็นทรัพย์ NPL ทรัพย์ NPA กลับคืนสู่ตลาด
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงเมื่อเร็วๆ นี้ จากข้อมูลเครดิตบูโรพบว่า NPLs อยู่ที่ 1.31 ล้านล้านบาท ขยายตัว 9.45% จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 ติดต่อกัน โดยส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นจากสินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อส่วนบุคคล
ระยะถัดไปยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีก เพราะดูจากสินเชื่อที่ค้างชำระ 31-90 วัน (SMLs) ซึ่งเป็นต้นทางที่มาของ NPL พบว่า มีมูลค่า 4.8 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่อยู่ที่ 3.09%
เศรษฐกิจขาลง เมื่อสินเชื่อปกติเริ่มมีปัญหาก็จะกลายเป็นสินเชื่อค้างชำระ 31 – 90 วัน เรียกว่า SML เลยจากขั้นนี้ไปก็จะนับเป็นหนี้เสีย NPL และถ้าแก้ไขไม่ได้เลยไปอีกก็จะกลายเป็นทรัพย์ NPA รอการขาย
ซึ่งจะไปอยู่ใต้การดำเนินการของบรรษัทบริหารสินทรัพย์รายใหญ่ เช่น BAM, SAM, บริษัท AMC รายย่อย
ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM กล่าวว่า ปัจจุบันทรัพย์บ้านมือสองหรือบ้านร้างที่เป็นทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ในตลาดรวมมีอยู่ประมาณ 700,000 ยูนิต
โดยปีนี้ NPA กลุ่มราคาที่ทะลักเข้ามามีตั้งแต่ระดับราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท ไปจนถึงระดับ 7-10 ล้านบาท โดยกลุ่มราคาต่ำ 3 ล้านบาทเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนมากสุด จากเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ ผ่อนต่อไม่ไหว
มี NPA เข้ามาในตลาดมากขึ้น ขณะที่ด้านการขายก็ระบายออกยาก เพราะปัญหายอดปฏิเสธสินเชื่อพุ่งสูงถึง 70% และวงเงินกู้เกิน 3 ล้านบาทได้รับการอนุมัติเพียง 50%
BAM ใช้หลายกลยุทธ์เพื่อผลักดันยอดขายทรัพย์ NPA ออก ได้แก่ ผ่อนตรงกับ BAM สำหรับผู้มีปัญหาถูกปฏิเสธสินเชื่อจากแบงก์, BAM Guarantee สำหรับนักลงทุนรายย่อยที่ไม่เวลาเคลียร์ปัญหา, BAM Premium บริการแบบ private Banking
สำหรับนักลงทุนกลุ่ม Wealth ที่มีเงินเย็น และสำหรับผู้ที่จะซื้อไปทำโครงการ จะประสานเชื่อมต่อกับสถาบันการเงิน พร้อมบทวิเคราะห์และประเมินความเป็นไปได้ผ่าน BAM Intelligence Unit
แนวโน้มการเพิ่มขึ้นของหนี้เสีย ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของทรัพย์ NPA บ้านคอนโดฯ ดังกล่าว ธนาคารพาณิชย์ผู้ปล่อยสินเชื่อก็ได้เตรียมการสะกัดแก้ปัญหาตั้งแต่ในระดับหนี้ NPL พร้อมกับเตรียมกระบวนการระบาย NPA ด้วยตัวเองก่อน ก่อนที่จะขายลดไปให้บรรษัทบริหารทรัพย์สิน
เศรษฐกิจประเทศไทย ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยเดินทางไปถึงจุดที่โครงการเปิดตัวใหม่ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ลดจำนวนลงมากแล้วสำหรับบริษัทอสังหาฯ รายใหญ่
และแทบไม่เปิดโครงการใหม่เลยสำหรับบริษัทอสังหาฯ ขนาดกลางและเล็ก
แต่ก็ยังมีสต๊อกสร้างเสร็จรอการขายทั้งตลาดอยู่ประมาณ 200,000 ยูนิต ที่รอการดูดซับจากตลาด
แต่ขณะเดียวกัน ผลจากภาวะเศรษฐกิจก็ทำให้เกิดการไหลย้อนกลับ บ้านมือสองและบ้าน NPA พร้อมขายในตลาดก็ขยายตัวมาถึง 700,000 ยูนิต และยังมีแนวโน้มจะไหลมาเพิ่มอีก
จะไปสมดุลกันตรงไหน
