| ประจำวันที่ 12-18 ก.ย. 2568
รัก
จากข้อมูลล่าสุด
ปี พ.ศ.2567 ประเทศไทยมีจำนวนเด็กเกิดใหม่ต่ำกว่า 5 แสนคน เป็นครั้งแรกในรอบ 70 ปี
ทำให้เกิดวิกฤตเด็กเกิดน้อย
หนึ่งในสาเหตุอัตราการเกิดต่ำในไทย
เกิดจากคนโสดมีจำนวนมากที่ยังไม่มีคู่
บริษัทจัดหาคู่ระดับ Bangkok Matching พบว่า คนโสดจำนวนมากโสดจากการ “ล็อกสเป๊ก” ไว้อย่างชัดเจนในหลายมิติ
ไม่ว่าจะเป็นหน้าตา การศึกษา รายได้ หรือไลฟ์สไตล์
และหากไม่ได้ตามที่คาดหวัง
หลายคนก็เลือกที่จะครองโสดต่อไปแทนที่จะปรับลดมาตรฐานของตนเอง
ปี พ.ศ.2568 “สเป๊กยอดฮิตที่คนโสดชาย-หญิงล็อกไว้” ได้กลายเป็นตัวกำหนดทิศทางของตลาดความรักและการแต่งงานในประเทศไทยอย่างน่าสนใจ ดังนี้
อาชีพยอดนิยมสุด Popular ต่อคนโสดหญิง
อันดับ 1 เจ้าของธุรกิจ
อันดับ 2 ผู้บริหารระดับสูง C Level
อันดับ 3 แพทย์
อาชีพยอดนิยมสุด Popular ต่อคนโสดชาย
อันดับ 1 เจ้าของธุรกิจ
อันดับ 2 แพทย์
อันดับ 3 อาชีพอะไรก็ได้
รูปลักษณ์
80% หญิงโสดหาคู่ ต้องการชายโสดที่มีรูปร่าง สมส่วน-อวบเล็กน้อย เท่านั้น
95% ชายโสดหาคู่ ต้องการหญิงโสดที่มีรูปร่าง เพรียว-สมส่วน เท่านั้น
98% ชายโสดหญิงโสด ต่างหาคนที่ดูแลรูปลักษณ์ตัวเอง ไม่ชอบคนอ้วน
80% หญิงไทยโสด นิยมชายตี๋ ขาว เป็นแฟนในอุดมคติ
95% ชายไทยโสด นิยมหญิงผิวขาว หมวย หุ่นดี หน้าตาน่ารัก เป็นแฟนในอุดมคติ
ส่วนสูง
95% หญิงโสดยังนิยมชายโสดสูง 170 เซนติเมตรขึ้นไป โดยความสูง 175 เซนติเมตร เป็นความสูงเฉลี่ยในอุดมคติ
95% หญิงโสดรับไม่ได้ หากชายโสดสูงเท่ากับตน
95% ชายไม่ชอบเดตหญิงที่สูงกว่าตน
50% ชายไทยโสดชอบหญิงโสดสูงตั้งแต่ 160 แต่ไม่เกิน 170 เซนติเมตร 165 เซนติเมตร เป็นส่วนสูงเฉลี่ยในอุดมคติ
การศึกษา
80% หญิงโสดต่างต้องการให้คู่ของตนจบปริญญาตรีขั้นต่ำ
15% ต้องการคู่จบปริญญาโท หรือเอก หรือจบนอก
5% คือจบต่ำกว่าปริญญาตรีได้ ถ้าการงาน ฐานะมั่นคง
90% หญิงโสดไม่รับคู่เดตที่การศึกษาน้อยกว่าตน
80% ชายโสดไทยต้องการให้คู่ของตนจบปริญญาตรีขั้นต่ำ 20% ไม่ระบุ
รายได้ ฐานะ
65% หญิงไทยโสดนิยมหาคู่ที่มีรายได้ 1 แสนบาทต่อเดือน
20% หาคู่รายได้มากกว่า 1 แสนบาทต่อเดือน
15% หาคู่รายได้เท่าๆ กับตน
55% ชายไทยโสดนิยมหาคู่ที่มีรายได้ 3 หมื่นบาทต่อเดือน
30% ชายไทยโสดไม่สนใจรายได้ของหญิงโสดเลย ขอแค่มีงานทำ
15% ระบุรายได้มากกว่า 3 หมื่นบาทต่อเดือน
ลูกติด
90% หญิงโสดชายโสด ไม่เคยแต่งงาน ไม่ต้องการคนที่มีลูกติด
10% หญิงโสดชายโสด ไม่เคยแต่งงาน รับคนที่มีลูกติดได้ แต่ขอให้เด็กโตแล้ว หรือไม่ได้อยู่กับอีกฝ่าย
บริษัทจัดหาคู่
Bangkok Matching
ลงให้อ่าน
เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ
ข้าวใหม่-ปลามัน
ที่เราจะได้รัฐบาลใหม่
เผื่อบรรยากาศฮันนีมูนการเมือง (แม้จะสั้นๆ)
อาจกระตุ้น “ต่อมรัก” ให้ หนุ่มโสด-หญิงโสด
อยากจะหาคู่ขึ้นมาบ้าง!?!
ไม่รัก
หลายปีแล้วที่ความรุนแรงซึ่งเกิดขึ้นกับชาวปาเลสไตน์ยังคงดำเนินไปและยังหาจุดยุติไม่ได้
เพื่อต้องการให้โลกได้มองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับชาวปาเลสไตน์
จึงเกิดเป็นสารคดีเรื่อง NO OTHER LAND ใครจองแผ่นดินนี้
สารคดีที่ปะติดปะต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับชาวปาเลสไตน์ในพื้นที่เวสต์แบงก์
โดยผู้ที่เกิดและเติบโตในพื้นที่อย่าง บาเซล อัดรา
กับผู้ที่เข้าไปฝังตัวเพื่อนำเสนอความรุนแรงกับชาวปาเลสไตน์อย่าง ยูวาล อับราฮัม
ที่ทำให้พบกับเรื่องราวความรุนแรงที่มีอิสราเอลเป็นผู้กระทำ และมีชาวปาเลสไตน์เป็นผู้ถูกกระทำ
เพื่อสืบทอดเจตนารมณ์ของภาพยนตร์ที่ต้องการให้สิ่งที่เกิดขึ้นกับชาวปาเลสไตน์เป็นที่รับรู้
วันที่ 30 สิงหาคม 2568 แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย
ได้จัดงาน ดูหนัง-ฟังเรื่องสิทธิมนุษยชน Movies that Matter
ฉายภาพยนตร์สารคดีเรื่อง “No Other Land-ใครจองแผ่นดินนี้” ภาพยนตร์รางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม ประจำปี 2568 ณ โรงภาพยนตร์พารากอน ซีนีเพล็กซ์ สยามพารากอน กรุงเทพฯ
พร้อมเชิญผู้เชี่ยวชาญมานั่งวิเคราะห์พูดคุยถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับชาวปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์
เพื่อสะท้อนสิ่งที่ภาพยนตร์ฉายให้เห็นการรับรู้ และความเป็นไปได้ที่จะเกิดความเปลี่ยนแปลงด้านบวกกับชาวปาเลสไตน์
บัญชา ลีลาเกื้อกูล ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวเปิดงานโดยย้ำว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในฉนวนกาซาไม่ใช่ภัยธรรมชาติ
แต่เป็น “หายนะที่มนุษย์สร้างขึ้นโดยเจตนาและเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์”
ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์ ณ วันที่ 26 สิงหาคม 2025 ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 62,819 ราย
รวมเด็ก 18,430 ราย และผู้บาดเจ็บสะสมกว่า 158,629 ราย
นอกจากนี้ ยังมีประชาชนกว่า 500,000 คน กำลังเผชิญความหิวโหยขั้นหายนะ (Catastrophic) หลังจากองค์กร Integrated Food Security Phase Classification (IPC) ประกาศภาวะ “อดอยาก” อย่างเป็นทางการในกาซาซิตีและพื้นที่โดยรอบ
ขณะที่สหประชาชาติประเมินว่ามีประชาชนราว 1.9 ล้านคน หรือ 90% ของประชากรทั้งหมด ต้องพลัดถิ่นจากบ้านเกิดท่ามกลางสถานการณ์นี้
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เรียกร้องต่อรัฐต่างๆ และประชาคมโลก ดังนี้
-หยุดยิงทันที
-ยุติการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และปิดล้อมโดยอิสราเอล
-เปิดทางให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าถึงได้อย่างปลอดภัย
-ยุติการยึดครองที่มิชอบด้วยกฎหมายและระบบแบ่งแยกเชื้อชาติ ตามคำวินิจฉัยของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ)
-ร่วมฟื้นฟูฉนวนกาซาและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ โดยต้องไม่บังคับอพยพ และเปิดโอกาสให้ภาคประชาสังคมปาเลสไตน์มีส่วนร่วม
-จัดตั้งกลไกเยียวยาและค่าชดเชยที่เป็นธรรม
-สนับสนุนความรับผิดทางกฎหมาย ผ่านศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) และกลไกสากลอื่นๆ เพื่อนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
-เพิ่มแรงกดดันทางการเมืองและเศรษฐกิจ ให้รัฐบาลอิสราเอลปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล
ประเทศไทย
เรามีประสบการณ์สงคราม
ที่ชายแดนไทย-กัมพูชา
คงพอรู้ว่า ผลกระทบ มีแค่ไหน
จึงไม่ต้องบอกว่า คนที่กาซา
จะทุกข์ทรมานอย่างไร
สงคราม การสู้รบ ความรุนแรง
ไม่ว่าเกิดที่ไหน ล้วนไม่ดี
ควรจะยุติ
หาคู่ และ “เมกเลิฟ นอต วอร์” หวานกว่า
