bg-single

กราบเรียน ท่านนายกฯเรื่อง แผนที่ปักปันเส้นเขตแดนทางบกไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข

31.05.2026


ผมคิดอยู่นานว่า ผมควรจะเขียนจดหมายเปิดผนึกฉบับนี้ถึงท่านนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกุล หรือไม่ แต่เมื่อพิจารณาถึงข้อมูลเรื่องเส้นเขตแดนไทย-กัมพูชา ที่ท่านนายกฯ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนแล้ว ผมจึงตัดสินใจว่า ผมควรต้องเขียนเพื่อขออนุญาตนำเรียนข้อมูลในเรื่องดังกล่าว ที่อาจแย้งกับข้อมูลที่ท่านรับทราบ

เนื่องจาก ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเส้นเส้นเขตแดนเช่นนี้ เป็นสิ่งที่มีนัยสำคัญกับ “ผลประโยชน์แห่งชาติ” ของไทย จึงต้องขออนุญาตนำเสนอเพื่อให้เกิดความกระจ่าง แม้อาจจะไม่ถูกใจท่านก็ตาม

1) ปัญหาแผนที่ปักปันเขตแดน

ดังที่ปรากฏในรายงานข่าว ท่านนายกฯ ประกาศว่า ไทยจะยึดแผนที่ 1:50,000 เท่านั้น และประกาศสำทับว่า ถ้าใช้แผนที่ 1:200,000 ก็ไม่ต้องมาคุยกับประเทศไทย

ผมอยากจะขอเรียนท่านนายกฯ ว่า ในการเจรจาปัญหาข้อพิพาทเรื่องเส้นเขตแดนระหว่างประเทศนั้น รัฐคู่พิพาทจะใช้แผนที่ที่ได้รับการให้สัตยาบันแล้วเท่านั้น ส่วนแผนที่อื่นๆ ที่ไม่ได้รับการให้สัตยาบันนั้น ย่อมไม่อาจนำมาใช้เป็นหลักฐานในการเจรจาปัญหาระหว่างประเทศได้

ดังที่ท่านนายกฯ ทราบดีว่า สยามและฝรั่งเศสได้ลงนามในสนธิสัญญาระหว่างกันจำนวน 3 ฉบับ คือ
(1) สัญญา รศ. 112 (คศ. 1893)
(2) อนุสัญญา รศ. 122 (คศ. 1904- เป็นการแก้ไขสนธิสัญญา 1893)
และ (3) สัญญา รศ. 125 (คศ. 1907)

ซึ่งในการนี้ ได้มีการทำแผนที่ของคณะกรรมการการปักปันที่ทำตามอนุสัญญา 1904 และสนธิสัญญา 1907 และมีการตีพิมพ์แผนที่จำนวน 50 ฉบับเพื่อส่งให้รัฐบาลสยาม โดยสถานทูตสยามที่กรุงปารีสได้รับแผนที่ดังกล่าวในเดือนสิงหาคม รศ. 127 (คศ. 1908)

ดังนั้น หากมีปัญหาและ/หรือมีข้อพิพาทใดๆ รัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชาจะใช้สนธิสัญญาและแผนที่นี้เท่านั้น เป็นเครื่องมือในการแก้ไขข้อพิพาท และรัฐบาลทั้ง 2 ประเทศมีพันธะที่ต้องใช้สนธิสัญญาและแผนที่ดังกล่าว โดยไม่ต้องคำนึงว่า แผนที่นี้จะมีมาตราส่วนเท่าใดก็ตาม เพราะเป็นแผนที่ที่ได้รับการให้สัตยาบันแล้ว และประเด็นนี้เป็นเรื่องที่ถือเป็นหลักการในการเมืองระหว่างประเทศว่า แผนที่ที่ไม่ได้รับการให้สัตยาบัน ย่อมไม่อาจนำมาอ้างสิทธิของรัฐในทางกฎหมายได้

2) ปัญหาแผนที่อื่น

ว่าที่จริงแล้ว ปัญหาเรื่องแผนที่การปักปันเส้นเขตแดนไทย-กัมพูชานั้น ถ้าย้อนกลับไปพิจารณาในสาระสำคัญของ “คำพิพากษาศาลยุติธรรมระหว่างประเทศคดีปราสาทพระวิหาร” ใน พศ. 2505 (คศ. 1962) มีความชัดเจนว่า แผนที่ที่ฝ่ายกัมพูชาใช้ในการต่อสู้คดีคือ “แผนที่ปักปัน” ส่วนแผนที่ที่ฝ่ายไทยในสมัยรัฐบาลจอมพลสฤษฏ์ ธนะรัชต์ ใช้นั้น เป็น “แผนที่ของผู้เชี่ยวชาญฝ่ายไทยทำขึ้น” (ข้อความนี้ปรากฏในแผนที่ที่รัฐบาลไทยส่งให้แก่ศาลโลก)

ท่านนายกฯ คงทราบดีว่า ระหว่าง “แผนที่ปักปัน” ของฝ่ายกัมพูชากับ “แผนที่ที่ผู้เชี่ยวชาญไทยทำขึ้น” นั้น แผนที่ของฝ่ายไทยน่าจะเป็นประเด็นที่มีความเสียเปรียบมากกว่าในการต่อสู้คดีในศาลระหว่างประเทศ

การที่ผมหยิบยกประเด็นแผนที่ในปี 2505 ขึ้นมาเปรียบ ก็เพื่อให้เห็นว่า ในท้ายที่สุดแล้ว เมื่อเกิดข้อพิพาทระหว่าง 2 ประเทศขึ้น รัฐคู่พิพาทต้องใช้แผนที่ปักปันเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหา การที่นายกฯ พูดถึงแผนที่อื่น ก็อาจไม่ต่างจากจอมพลสฤษฏ์ใช้แผนที่ของผู้เชี่ยวชาญไทย
อย่างไรก็ตาม อาจจะมีแผนที่อื่นที่แสดงแนวเส้นเขตแดนของรัฐ แต่แผนที่นี้ก็ถูกทำเพื่อใช้ในภารกิจอื่น เช่นในภารกิจทางยุทธการของฝ่ายทหาร แต่ก็ไม่มีนัยที่จะอนุญาตให้มีการใช้ในเรื่องที่เกี่ยวกับเส้นเขตแดนของรัฐ ดังเช่นข้อความที่ปรากฏในแผนที่ทหารจะระบุชัดเจนที่ขอบแผนที่ว่า “แนวแบ่งเขตไม่ถือกำหนดเป็นทางการ” (Boundary representation is not necessarily authoritative)

ดังนั้น ต่อให้ไทยมีความได้เปรียบในแผนที่เช่นนี้อย่างไร แผนที่เช่นนี้ก็ไม่อาจนำไปอ้างสิทธิในทางกฎหมายระหว่างประเทศได้ หรือในทำนองเดียวกัน ไม่อาจนำไปต่อสู้ในศาลโลกได้ แม้แผนที่นี้จะมีมาตราส่วนที่ท่านนายกฯ เชื่อว่า เป็นความได้เปรียบคือ 1:50,000 ก็ไม่มีความหมายอะไร เพราะแผนที่นี้ไม่มีการรับรองจากรัฐข้างเคียง และไม่ใช่แผนที่ที่ใช้ในการกำหนดเส้นเขตแดนระหว่างประเทศ

ฉะนั้น ผมต้องขออนุญาตเรียนท่านนายกฯ ว่า แผนที่ทหารที่ท่านนำมากล่าวอ้างนั้น เป็น “ความได้เปรียบที่ไม่เป็นจริง” เพราะไม่สามารถนำไปใช้ในทางคดีได้ และหากนำไปยื่นในศาลโลก ก็ไม่อาจใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงได้ เพราะข้อความที่ขอบแผนที่นั้น ระบุชัดในตัวเองที่ไม่ใช้ในเรื่องของเส้นเขตแดน

3) ปัญหาการไม่รับสนธิสัญญาและแผนที่

ถ้ามีใครไปกราบเรียนท่านนายกฯ ให้หาทางออกในแบบ “ล้มกระดาน” เนื่องจากแผนที่มาตรา 1:50,000 นั้น ไม่อาจใช้ได้ในทางกฎหมาย แต่ถ้าจะใช้ จะต้องใช้แผนที่ปักปัน ที่เผอิญมีมาตรา 1:200,000 นั้น ซึ่งในเรื่องนี้ ท่านนายกฯ ได้แสดงท่าทีชัดเจนในเวทีสาธารณะทั้งในประเทศและนอกประเทศไทยว่า รัฐบาลของท่านจะไม่รับแผนที่ปักปันที่มีมาตราส่วนเช่นนี้ อันอาจทำให้มีมีคนฉวยโอกาสเสนอให้รัฐบาลไทยในแบบปฏิเสธทั้งหมดคือ ไม่รับสนธิสัญญาทั้ง 3 ฉบับและแผนที่ปักปัน

ข้อเสนอดังกล่าวเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ และในทางประวัติศาสตร์ด้วย เพราะหนังสือสัญญาและแผนที่ปักปันทั้งหมดนี้คือ เครื่องค้ำประกันเส้นเขตแดนสยามมาตั้งแต่อดีตของจนถึงปัจจุบัน การไม่รับเอกสารนี้ ไม่ใช่เป็นทางออกที่ดี เพราะการประกาศยกเลิกความตกลงระหว่างประเทศที่ได้รับการให้สัตยาบันมาแล้วนั้น ไม่ใช่สิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ไทย และอาจกลายเป็นความเสียเปรียบในทางการเมืองแก่ฝ่ายกัมพูชาได้

อีกทั้ง สนธิสัญญาและแผนที่ทั้งหมดนี้ใช้กำกับเส้นเขตแดนไทย-ลาว และไทย-กัมพูชา กล่าวคือ เป็นเอกสารที่ใช้กำกับแนวพรมแดนด้านตะวันออกของไทยทั้งแนว อันอาจจะมีทั้งส่วนได้เปรียบเสียเปรียบบ้างคละกันไป มิใช่มีลักษณะแบบด้านเดียวตามความเชื่อที่เป็น “เรื่องเล่า” (narrative) แบบที่สืบทอดกันมา

ดังนั้น หากพิจารณาภาพรวมทั้งแนว ก็มิใช่สยามเสียเปรียบทั้งหมดตามที่เราเชื่อกันมา เพราะในอีกด้านหนึ่ง ต้องตระหนักว่า ข้าหลวงปักปันตลอดรวมถึงบรรดาช่างสนามของสยามนั้น มิได้ไร้ความรู้ จนไม่มีความเข้าใจในเรื่องของการปักปันเขตแดนแต่อย่างใด เนื่องจาก เรามักสร้างจินตนาการจากความเชื่อว่า ฝรั่งเศสแข็งแรงกว่าสยามในยุคอาณานิคม จึงเอาเปรียบสยามได้ทั้งหมด ซึ่งความเชื่อดังกล่าวอาจจะไม่เป็นความจริง จนกลายเป็นปัญหาการเมืองในปัจจุบัน

สำหรับประเด็นนี้ จึงอยากขออนุญาตให้ท่านนายกฯ สอบถามผู้รู้ที่ซื่อสัตย์ในวิชาชีพ และเป็นผู้เชี่ยวชาญจริงๆ ซึ่งอาจจะไม่ใช่นักการเมืองอย่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศปัจจุบัน ที่อาจจำเป็นต้องสละความรู้เรื่องเส้นเขตแดน เพื่อไม่ให้มีประเด็นขัดแย้งกับท่านนายกฯ

ทั้งหมดที่เขียนนำเรียนท่านนายกฯ เช่นนี้ หวังว่า ท่านนายกฯ จะไม่โกรธ เพียงเพราะไป “ขัดคอ” ด้วยความเห็นแย้ง แต่ที่ต้องทำเช่นนี้ เพราะไม่อยากเห็นประเทศไทยถูกผลักไปอยู่ในมุมที่เสียเปรียบ และทั้ง ไม่อยากเห็นท่านนายกฯ เข้าไปติด “กับดักความขัดแย้ง” เช่นที่รัฐบาลไทยในปี 2554 ประสบปัญหามาแล้ว และจบลงด้วยคำตัดสินศาลโลกในปี 2556 ซึ่งมีนัยเป็นการแพ้คดีในศาลโลกเป็นครั้งที่ 2


นอกจากนี้ ผมยังยืนยันว่า ความเห็นในเรื่องแผนที่และข้อมูลที่นำเรียนในข้างต้น ไม่มีประเด็นทางการเมืองใดๆ แอบแฝง และข้อมูลดังกล่าวยืนยันความถูกต้องในทางกฎหมายระหว่างประเทศได้จริง ซึ่งผมเชื่อว่า ข้าราชการที่ยัง “ซื่อสัตย์และเป็นมืออาชีพ” ของกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ และกรมแผนที่ทหาร สามารถยืนยันความเห็นเช่นนี้ได้เช่นกัน


สุดท้ายนี้ คำประกาศด้วยการยืนยันของท่านนายกฯ ให้ใช้แผนที่อื่น ที่ไม่ใช่แผนที่ปักปันนั้น อาจเป็นช่องทางให้รัฐบาลกัมพูชานำมาเป็นประเด็นในการขอความเห็นไปยังศาลโลกอีกครั้ง เนื่องจากคำตัดสินศาลโลกในปี 2505 นั้น มีส่วนที่พาดพิงกับประเด็นเรื่องแผนที่ปักปันโดยตรง แม้รัฐบาลไทยจะยืนยันว่า ไทยมีเอกสิทธิที่จะไม่ยอมรับอำนาจของศาลโลก แต่ในทางปฏิบัติ เรายอมรับอำนาจของศาลโลกไปแล้วทั้งในปี 2505 และ 2556 ฉะนั้น ปัญหาเช่นนี้จึงอาจเป็นปัจจัยให้ไทยต้องกลับไปศาลโลกอีกครั้งได้ไม่ยาก


กราบเรียนท่านนายกฯ เพื่อทราบและพิจารณาด้วยความเป็นห่วงครับ เพราะไม่อยากเห็นท่านนายกฯ ถูกลากพาเข้าสู่ “กับดักกฎหมาย” ของปัญหาในเรื่องของแผนที่ปักปัน โดยปราศจากการทักท้วงจากภาควิชาการครับ.


หนังสือประกอบการเขียน:
1) พลโท นพดล โชติศิริ (ยศในขณะนั้น) เขตแดนไทย, โครงการความมั่นคงศึกษา, 2555
2) สุรชาติ บำรุงสุข, เส้นเขตแดนไทย-กัมพูชา: ข้อสังเกต 12 ประการ, จุลสารความมั่นคงศึกษา, ฉบับที่ 89, กุมภาพันธ์ 2554
3) สุรชาติ บำรุงสุข, รำลึก 50 ปีคดีพระวิหาร (พศ. 2505-2555), จุลสารความมั่นคงศึกษา, ฉบับที่ 111-112, กรกฎาคม 2555
4) สุรชาติ บำรุงสุข, คำตัดสินศาลโลกคดีพระวิหาร 2505, จุลสารความมั่นคงศึกษา, ฉบับที่ 123-124, เมษายน-พฤษภาคม 2556



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน
ความลับของ ‘ความลับ’ กับการนิยามของศาลรัฐธรรมนูญ (จบ)
50 ปี 6 ตุลา : จังหวะของประวัติศาสตร์ และการจรรโลงความรู้สึก
Songs in the Key of Life
‘กนกรัตน์ เลิศชูสกุล’ ถอดบทเรียน จาก ‘คนเดือนตุลา’ สู่ ‘คนรุ่นม็อบ 63’
รศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์ สะกิดปม ‘ภาษีบาป-ไทยพีบีเอส’ ต้องถกบนหลักฐาน ไม่งั้น ‘สังคมไทยเสียโอกาส’
เสือป่า เข้มข้น 3 ตท.26 ‘จุ๊ฟ-เอี่ยว-เอก’ ชิงดำ จับกระแส ผบ.สูงสุด ทูบี ‘เสธ.ตั้ง-ซีรีส์ 3’ จ่อ ‘เสธ.แจ๊ค’ เต็ง ผบ.ทอ.? จับตา ‘ม้ามืด’ ปรากฏตัว?
E-DUANG | การเมือง ที่ขาด ความเสถียร การเมือง ใน ระบอบสีน้ำเงิน
“วัชระพล” เร่งชงครม.เยียวยาเกษตรกร ลั่น! พร้อมปกป้องพี่น้องชาวประมง สั่งสำรวจความเสียหายให้เสร็จ 31 ต.ค.นี้