‘ณัฐชา’ ซัด “ประยุทธ์” ปากกล้าขาสั่นแต่ไม่มีใจทำงานแล้ว ชี้ ครม.เหงา สัญญายุบสภาก่อนซักฟอก

ไม่มีใจทำงานกันแล้ว ‘ณัฐชา’ ชี้ ครม.เหงา ส่งสัญญาณอยาก ‘ยุบสภา’ก่อนอภิปรายไม่ไว้วางใจ]
วันที่ 20 เมษายน 2565 ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.เขตบางขุนเทียน และโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า เห็นบรรยากาศที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวานนี้แล้ว รู้สึกเหนื่อยใจแทน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพราะรัฐมนตรีหลายคนดูเหมือนหมดใจทำงานกับท่าน จึงอ้างติดภารกิจต่างๆนานา ทั้งที่ปัญหาของพี่น้องประชาชนกำลังรอให้รัฐบาลชุดนี้เคาะมาตรการแก้ไขเต็มไปหมด ลองคิดดู
แม้แต่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และเป็นพี่ใหญ่ของกลุ่มที่เคยอุ้มกระเตงกันมาตลอดก็ยังหลบหน้าลาการประชุม โดยมีรายงานว่าอยู่ระหว่างการพักผ่อนเป็นการส่วนตัวที่ประเทศอังกฤษ ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข และนายวราวุธ ศิลปอาชา ลาการประชุมโดยอ้างว่ามีภารกิจต่างจังหวัด ขณะที่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ติดแถลงข่าวด่วนที่พรรคประชาธิปัตย์
.
“สถานการณ์แบบนี้คงทำให้นายกรัฐมนตรีใจคอไม่ดี บรรดามิตรที่เคยรักกลับปล่อยทิ้งให้ประชุม ครม.อย่างโดดเดี่ยว ผมไม่รู้ว่าจะมีภารกิจอะไรในพื้นที่ที่สำคัญกว่าการประชุมของคณะรัฐมนตรีเพื่อแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะหลังจากช่วงหยุดยาวที่มีวาระเร่งด่วนจ่อคิวอยู่มากมาย ดังนั้น นอกจากการลาเพื่อภารกิจส่วนตัวแล้ว ผมไม่แน่ใจว่านี่คือการส่งสัญญาณของเหล่ารัฐมนตรีเพื่อบอกว่าพร้อมยุบสภาแล้วหรือไม่ เพราะพูดกันตรงไปตรงมา หากรัฐบาลยังยื้ออยู่ต่อไปจนมีศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งสุดท้ายก็ไม่ต่างกับการขุดหลุมฝังตัวเอง เนื่องจากจะไม่ใช่แค่แผลของ พล.อ.ประยุทธ์ เท่านั้น แต่แผลของพรรคร่วมรัฐบาลจะถูกประจานออกมาสู่สาธารณะ จนหลายคนอาจหมดอนาคตการเมืองไปก่อนจะได้เลือกตั้งก็ได้”
.
ทั้งนี้ ณัฐชา ยังตั้งข้อสังเกตต่อไปอีกว่า นอกจากศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ทำนายกรัฐมนตรีใจคอไม่ดี ยังมีประเด็น วาระในการดำรงตำแหน่งนายกฯ ‘8 ปี’ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 158 ด้วย เชื่อว่า เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่กำลังหลอกหลอน พล.อ.ประยุทธ์ ว่าจะถูกเขี่ยออกจากสมการอำนาจในรอบนี้เลยหรือไม่ ซึ่งฝ่ายค้านได้เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความในเดือน ส.ค.นี้ ฉะนั้นแม้ พล.อ.ประยุทธ์ รวมถึงเหล่าบิ๊กในรัฐบาลจะประสานเสียงยืนยัน ไม่มีการยุบสภาก่อนที่กฎหมายลูกจะมีผลบังคับใช้ แต่ตนเชื่อว่า เป็นเพียงอาการของคนปากกล้าขาสั่นที่หลังชนฝา เพราะสุดท้ายแล้วพรรคร่วมรัฐบาลคงไม่จำเป็นต้องร่วมหัวจมท้ายกับคนที่มองไม่เห็นอนาคต
