พฤษภาเลือด กระสุน เจาะกะโหลก ‘มานะ’ เจ้าหน้าที่ กู้ภัย ‘ป่อเต็กตึ๊ง’
ยุทธการแดงเดือด
พฤษภาเลือด
กระสุน เจาะกะโหลก ‘มานะ’
เจ้าหน้าที่ กู้ภัย ‘ป่อเต็กตึ๊ง’
รายงานเรื่อง “บ่อนไก่เดือด ยึดรถเสบียงได้เพียบ” ของหนังสือพิมพ์ “โพสต์ทูเดย์”ฉบับประจำวันที่ 16 พฤษภาคม 2553 รายงานว่า หลังจากดับไฟแล้วจึงได้มีการยิงกันโดนฝ่ายทหารยิงกระสุนยางจากที่ตั้งหน้าอาคารสำนักงานรถยนต์วอลโว่
มีการส่งหน่วยสไนเปอร์มาประจำการ 2 ชุด
สอดคล้องกับคลิปวิดีโอที่อัพโหลดโดย kaitoon 1 โพสต์ผ่าน Youtube เมื่อ 15 May 2010 ในนาทีที่ 0.53 จะเห็นทหารใช้อาวุธปืน คาดว่าเป็นสไนเปอร์ซุ่มยิงอยู่บนอาคารสนามมวยลุมพินีที่กำลังก่อสร้าง
และกับภาพจากสำนักข่าวไทย ช่อง 9 อันเป็นบันทึกภาพทหารซุ่มยิงได้อีกมุมหนึ่งของอาคารไว้เช่นกัน
“โพสต์ทูเดย์” ฉบับเดียวกันรายงานต่อไปว่า บรรยากาศการปะทะกันของทหารและผู้ชุมนุมบริเวณบ่อนไก่ พระราม 4 ในช่วงเวลา 18.00 น.ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ยังคงมีเสียงปืน เสียงระเบิดตลอดเวลา
จนในเวลา 18.30 น. บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ ได้อ้างอิงภาพจาก “ประมวลภาพ เหตุการณ์ความไม่สงบบริเวณสวนลุมพินี-ราชปรารภ-พระราม 4-ศาลาแดง ตลอดวันที่ 15 พฤษภาคม” อันปรากฏผ่าน “มติชนออนไลน์”
ยืนยันให้เห็นว่า ทหารได้ติดป้าย “เขตใช้กระสุนจริง” ที่บ่อนไก่และสั่งให้นักข่าวทยอยออกจากพื้นที่
ในช่วงเวลา 22.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมได้บุกยึดสถานีบริการปั๊มน้ำมันเชลล์สาขาสาทรและนำยางจำนวนมากมาเผา ทำให้เกิดควันพวยพุ่ง และมีการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ชุมนุม
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาตั้งแต่ 14.00 น.เป็นต้นไป นับจากการยิงหลังจากดับไฟบริเวณหน้าธนาคารกสิกรไทย สาขาพระราม 4 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 4 รายได้แก่
นายมานะ แสนประเสริฐศรี นายพรสวรรค์ นาคะไชย นายเกรียงไกร เลื่อนไธสง นายวารินทร์ วงศ์สนิท และยังมีผู้บาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง
รายที่ 1 นายมานะ แสนประเสริฐศรี อายุ 21 ปี เป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยสังกัดป่อเต็กตึ๊ง ถูกยิงเสียชีวิตขณะกำลังเข้าไปช่วยผู้บาดเจ็บ ณ บริเวณหน้าธนาคารกสิกรไทย (ซึ่งเปิดปรับปรุงหลังสถานการณ์)
จากรายงานการตรวจศพ นายมานะ แสนประเสริฐศรี ของสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เลขที่ 02044/2553 พบว่า
ภายในกะโหลกศีรษะแตกหลายเสี่ยงทางด้านหลังซ้าย และแตกละเอียดทางด้านขวา ผ่านฐานกะโหลก เบ้าตา และกระดูก ใบหน้าซีกขวา สมองฉีกขาดผ่านสมองใหญ่ซีกซ้ายและซีกขวาเป็นโพรงกว้าง
มีเลือดคั่งภายในทั่วไป และมีเศษโลหะคล้ายตะกั่วเป็นเศษผงเล็กๆ ติดอยู่บางส่วน
บาดแผลที่ 1 ลักษณะทางเข้าทะลุกะโหลกด้านหลังซ้าย ผ่านสมองใหญ่ซีกซ้ายและขวา ทะลุเบ้าตา ลูกตาด้านขวาแตก ทะลุออกที่หางตาขวาบริเวณบาดแผลที่ 2 พบเศษโลหะคล้ายตะกั่วเป็นเศษผงเล็กๆ ติดอยู่บางส่วนตามทางผ่านบาดแผล
ทิศทางจากซ้ายไปขวา หลังไปหน้า บนลงล่างเล็กน้อย บาดแผลกระสุนปืนทำลายสมอง
การตรวจศพตรงกับใบมรณบัตรออกโดยสำนักงานทะเบียน เขตสาทร เลขที่ 02-10282341 ลงวันที่ 16 พฤษภาคม 2553 และจากรายงานบันทึกประจำวัน สน.ทุ่งมหาเมฆ เลขท่า 076
นั่นคือ บาดแผลกระสุนปืนทำลายสมอง นายมานะ แสนประเสริฐศรี เวลาเสียชีวิต 17.30 น.
นางนารี แสนประเสริฐศรี มารดาผู้ตาย ให้ข้อมูลว่า ก่อนหน้าเสียชีวิต เมื่อนายมานะซึ่งเป็นอาสาสมัครป่อเต็กตึ๊ง ใต้ 8 จุด สน.ทองหล่อ รหัส 016 ทราบว่ามีไฟไหม้และมีคนถูกยิงบาดเจ็บที่หน้าซอยงามดูพลีจึงรีบออกไปช่วย
โดยมีผ้าผูกข้อมือและโบกธงสีขาวเครื่องหมายกาชาดก่อนที่จะเข้าไป แต่พอคลานเข้าไปก็ถูกยิงที่ท้ายทอยทะลุเบ้าตา
พยานลำดับที่ 034 ซึ่งให้สัมภาษณ์ “ศปช.” เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2554
ให้ข้อมูลกับทาง ศปช.ว่า ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2553 ช่วงเช้าอยู่บริเวณลุมพินีทาวเวอร์
วันนั้นมีการยิงกระหน่ำเข้ามาในช่วงที่ผู้ชุมนุมมีการวางแนวยางโดยป้ายโฆษณา ตู้ไปรษณีย์ ฝั่งผู้ชุมนุมก็มีการตอบโต้ด้วยประทัด หนังสติ๊ก ระเบิดขวด ทหารก็มีการยิงอยู่เรื่อยๆ เพื่อไม่ให้ผู้ชุมนุมเข้าใกล้และขัดขวางผู้ชุมนุมที่ขนยาง
ช่วง 15.00 น.จึงมีการปะทะหนักขึ้น
ช่วงนี้พยานอยู่แถวปั๊ม ปตท.และซอยปลูกจิต คือไม่ค่อยอยู่กับที่ เพราะไปดูคนเจ็บบ้าง ช่วงนี้มีคนโทร.เตือนว่าระวังสไนเปอร์จากสนามมวยเนื่องจากเห็นในข่าว
หลังจากได้รับการเตือน พยานก็เห็นเป็นเงาคนอยู่บนตึกหน้าสนามมวย
จากนั้น ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ช่วงมานะถูกยิง พยานได้วิ่งข้ามมาที่หน้าซอยงามดูพลีเพราะว่ามีคนถูกยิงอยู่ก่อนแล้ว
จึงเห็นมานะช่วยคน 2 คน คนหนึ่งพยานได้ถ่ายวิดีโอเอาไว้
จากนั้นพยานลำดับที่ 034 และมานะอยู่บริเวณหัวมุมธนาคารหลังแนวยางกำลังจะเข้าไปช่วยคนถูกยิงที่ท้องซึ่งถูกลากจากฟุตปาธขึ้นไปบนหน้าอาคารเอซัสแล้วพยานได้เตือนมานะว่า
“อย่าเพิ่งรีบเข้าไป ยังมีเสียงปืนอยู่”
แต่มานะก็รีบเข้าไปช่วยพร้อมธง ตอนที่มานะไปถึงก็นั่งลงบนขั้นบันไดประมาณขั้นที่ 3 ตัวมานะหันหน้าไปทางสะพานไทย-เบลเยี่ยมโดยอยู่หลังมุมเสาพอดี
จึงถูกบัง
ส่วนพยานอยู่หัวมุมธนาคารซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่มานะโดนยิงไม่เกิน 5 เมตร
เมื่อเขาถูกยิงร่วงลงมา พยานจึงวิ่งเข้าไปถ่ายรูปในช่วงที่เสียงปืนเงียบลงพยานพบผู้บาดเจ็บบริเวณนั้น 3 คน
คนซึ่งได้รับบาดเจ็บขณะที่มานะจะเข้าไปช่วยก็บอกว่า “ไม่ไหวแล้ว”
ยังไม่ทันออกมาจากจุดนั้นก็มีเสียงปืนดังขึ้นอีกจึงหลบอยู่ในนั้น เมื่อมานะเข้าไปช่วยจึงถูกยิงตาม
หลังจากมานะถูกยิงแล้วก็ไม่มีใครโดนยิงอีก และเสียงปืนก็สงบลง
พยานลำดับที่ 059 ซึ่งเป็นอาสาวชิรพยาบาล เป็นผู้พบเห็นเหตุการณ์นายมานะถูกยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2553 ให้สัมภาษณ์กับ “ศปช.” เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2554 เล่าว่า
ตนมาถึงที่ชุมนุมบริเวณซอยงามดูพลีตั้งแต่เวลา 09.00 น. เนื่องจากได้รับแจ้งเหตุว่ามีไฟไหม้ตู้โทรศัพท์และมีผู้บาดเจ็บจากการปะทะ
ในช่วงเวลาประมาณ 15.00 น.มีคนตะโกนว่า “มีคนถูกยิง” จึงออกไปช่วย และเมื่อถึงปากซอย ได้พบชายคนหนึ่งถูกยิงที่หน้าปากซอยติดกับบังเกอร์ยางรถยนต์
โดยพยานได้ช่วยหามชายคนนั้นออกมาจากหลังบังเกอร์ได้
พยานยืนยันว่า ทิศทางของกระสุนถูกยิงมาจากด้านหน้า ยิงเฉียงลงมาและทิศ ทางของกระสุนน่าจะมาจากสนามมวย เนื่องจากถูกยิงเป็นแนวเฉียงลงมาจึงยิงเข้าไปในซอยได้
ผู้ได้รับบาดเจ็บคนนี้ถูกยิงที่ขาข้างซ้าย
พยานได้วิ่งเข้าไปช่วยชายคนที่ 2 ซึ่งวิ่งเข้าไปหลบที่ธนาคารแต่ได้พบคนถูกยิงอีก 1 หลบอยู่ในซอกของธนาคารซึ่งมีเสาต้นหนึ่งบังจึงได้ช่วยชายคนนั้นพ้นออกมาได้และส่งตัวให้คนอื่นรับช่วงรักษาต่อ
ขณะที่พยายามเข้าไปช่วยชายคนที่ 2 พยานได้ชะโงกหน้าออกไปแต่มีวิถีกระสุนมาจากแนวทหารโดยพยานทราบได้จากเสียงปืนดังขึ้นตลอดผสมกับเสียงประทัด แต่แยกไม่ออกว่าช่วงไหนเป็นเสียงปืนหรือว่าเสียงประทัด
พยานช่วยผู้บาดเจ็บคนที่ 2 ไว้ได้และรอดชีวิต และช่วยผู้บาดเจ็บคนที่ 3 รายนี้ถูกยิงที่ช่องท้องขวาและหน้าอกซ้าย ลักษณะบาดแผลเป็นลูกกลมเล็กๆ
นอกจากจะพบคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 3 ราย พยานยังได้พบเห็นเหตุการณ์การยิงคนจนเสียชีวิต คือ พยานเข้าไปถึงผู้บาดเจ็บคนที่ 2 ตรงธนาคารและลากออกมาได้เห็นนายมานะ แสนประเสริฐศรี ซึ่งเป็นเพื่อนของเขา
ถูกยิงที่ศีรษะจนเสียชีวิตในเวลาต่อมา
