bg-single

เจ้าฟ้าและสามัญชน (2) | เปิดฉากการผจญภัยในดินแดนหมีขาว

12.06.2026

คอลัมน์ Agora โดย กฤตภาศ ศักดิษฐานนท์ วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ www.facebook.com/bintokrit

ย้อนอ่าน เจ้าฟ้าและสามัญชน (1)

เจ้าฟ้าและสามัญชน (2) | เปิดฉากการผจญภัยในดินแดนหมีขาว

เปิดฉากการผจญภัยในดินแดนหมีขาว

นักเรียนทุนทั้งสองเดินทางเข้าสู่กรุงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก นครหลวงของรัสเซียสมัยนั้น โดยไม่ได้รับการสนับสนุนทุนการศึกษาจากแหล่งเดียวกัน

เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถฯ ได้รับพระราชทานทุนทรัพย์จากพระเจ้านิโคลัสที่ 2 จักรพรรดิแห่งรัสเซียครอบคลุมทุกด้านสำหรับชีวิตความเป็นอยู่ระหว่างที่ศึกษาอยู่ รวมทั้งยังจัดที่พักให้ในพระราชวังฤดูหนาวอีกด้วย

เพราะฉะนั้นเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถฯ จึงไม่ใช่นักเรียนทุนไทย หากแต่เป็นนักเรียนทุนรัสเซีย

ดังความตอนหนึ่งซึ่งพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ผู้ซึ่งเป็นพระโอรสของสมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถฯ ได้บรรยายเอาไว้ในหนังสือ “เจ้าชีวิต พงศาวดาร 9 รัชกาลแห่งราชวงศ์จักรี” ว่า

“พระเจ้านิโคลัสที่ 2 ทรงยินดีจะออกพระราชทรัพย์ในการศึกษาของพระราชโอรสทั้งหมด ทั้งจะจัดหมู่ห้องให้ประทับเป็นประจำในพระราชวังฤดูหนาว พระจุลจอมเกล้าฯ ทรงยินดีรับและทรงเลือกทูลกระหม่อมจักรพงษ์ ซึ่งต้องเริ่มเรียนภาษารุสเซียอีกด้วย”

ส่วนนายพุ่ม สามัญชนซึ่งออกผจญภัยไปในโลกกว้างพร้อมกับเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถฯ นั้นเป็นนักเรียนทุนไทย โดยได้รับพระราชทานทุนเล่าเรียนหลวงจากรัชกาลที่ 5

ทั้งสองจึงอยู่ในสถานะนักเรียนทุนด้วยกันทั้งคู่ ทว่า เป็นทุนจากคนละประเทศกัน

หนุ่มน้อยนามว่าพุ่มผู้นี้ต่อมาได้กลายเป็นพระสหายคนสนิทที่ผ่านร้อนผ่านหนาวเคียงคู่ไปกับเจ้าฟ้าสยามในดินแดนหมีขาว

ทั้งยังรับรู้เรื่องราวของกันและกันไปตลอดตราบจนสิ้นอายุขัย

ข้อมูลจากหนังสือทั้งสองเล่มของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์คือ “เกิดวังปารุสก์” และ “เจ้าชีวิต” เริ่มเล่าเรื่องราวของนายพุ่มหลังจากที่เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถฯ ทรงทราบว่าต้องไปเรียนต่อที่รัสเซีย

ดังนั้น ผู้อ่านส่วนใหญ่จึงมักเข้าใจว่านายพุ่มได้รับทุนหลังจากเหตุการณ์นี้ และการสอบคัดเลือกดังกล่าวมีขึ้นเพื่อสรรหาคนที่จะไปเรียนที่รัสเซียร่วมกับเจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ โดยเฉพาะ

แต่ความจริงเรื่องนี้ได้รับการอธิบายให้กระจ่างขึ้นในภายหลังว่าหาได้เป็นเช่นนั้นไม่

ความข้อนี้ปรากฏอยู่ในหนังสือสำคัญอีกเล่มหนึ่งชื่อ “แคทยาและเจ้าฟ้าสยาม” ซึ่งประพันธ์โดยหม่อมราชวงศ์นริศรา จักรพงษ์ และไอลีน ฮันเตอร์

ม.ร.ว.นริศรา จักรพงษ์ คือพระธิดาของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ส่วนไอลีน ฮันเตอร์ เป็นพี่สาวของหม่อมเอลิสะเบธ จักรพงษ์ หรือว่า “ลิสบา” พระชายาของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ หรือกล่าวอีกแบบหนึ่งคือ ไอลีน ฮันเตอร์ เป็นป้าของ ม.ร.ว.นริศรานั่นเอง

ซึ่งเนื้อความในหนังสือแคทยาและเจ้าฟ้าสยาม บทที่ 2 “จากสยามสู่เซนต์ปีเตอร์สเบอร์ก” ได้บอกเล่าเอาไว้ว่าเจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ ได้ทรงศึกษาเล่าเรียนอยู่ที่อังกฤษเป็นปีแล้ว ก่อนจะย้ายไปยังรัสเซียในภายหลัง

โดยชีวิตในอังกฤษนั้นก็มิได้อยู่เพียงลำพังแต่พำนักกับครอบครัวนายแพทย์ชาวอังกฤษ ดังถ้อยคำที่บรรยายในหนังสือว่า

“ปี พ.ศ.2439 หนึ่งปีก่อนที่พระจุลจอมเกล้าฯ เสด็จประพาสยุโรปครั้งแรก เจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ ได้เสด็จไปประเทศอังกฤษ ประทับที่บ้านของนายแพทย์ยาร์ร (Dr. Yarr) ซึ่งอยู่ใกล้ตำบลแคมเบอร์ลี (Camberley) ส่วนเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร ประทับอยู่กับนายพันเอกฮูม (Colonel Hume) ทั้งนี้ เพื่อเตรียมพระองค์เข้าศึกษาต่อ ณ โรงเรียนนายร้อยทหารบกแซนด์เฮิร์สต์ (Sandhurst) เจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ ก็ทรงฝึกฝนภาษาอังกฤษและเตรียมพระองค์สำหรับการศึกษาต่อเช่นกัน

นอกจากข้อมูลข้างต้นแล้ว ม.ร.ว.นริศรา จักรพงษ์ และไอลีน ฮันเตอร์ ยังได้เล่าต่ออีกว่าขณะนั้นมีคนไทยอาศัยอยู่ด้วยหรืออย่างน้อยก็พักอยู่ใกล้ๆ กับเจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ โดยตามเสด็จมาจากเมืองไทยตั้งแต่แรก คนหนึ่งคือนายนกยูง ส่วนอีกคนหนึ่งก็คือนายพุ่มนั่นเอง โดยข้อความตอนนี้ระบุว่า

“พระองค์เสด็จพร้อมกับนายนกยูง (ต่อมาได้รับบรรดาศักดิ์เป็นพระยาสุรินทราชา (นกยูง วิเศษกุล)) และนายพุ่ม ซึ่งมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน นายพุ่มไม่ได้มาจากตระกูลขุนนางหรือเป็นเจ้า แต่เป็นบุตรสามัญชนที่มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด สามารถสอบชิงทุนเล่าเรียนหลวงได้ พระจุลจอมเกล้าฯ จึงทรงคัดเลือกส่งไปเรียนร่วมกับเจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ ไม่ใช่เพื่อให้เป็นสหายของพระราชโอรสเท่านั้น แต่ยังตั้งพระทัยให้นายพุ่มเป็นคู่แข่งในการศึกษาเล่าเรียน อันจะเป็นการช่วยกระตุ้นให้พระราชโอรสทรงมีขัตติยะมานะพากเพียรในการศึกษาอย่างขยันขันแข็ง”

ทว่า หลังจากที่ผ่านการศึกษาในอังกฤษมาได้ราว 1 ปีก็เกิดเหตุพลิกผันขึ้น อันทำให้ชะตาชีวิตของแต่ละคนผันแปรไปอย่างน่าเหลือเชื่อ

เมื่อรัชกาลที่ 5 ตัดสินพระทัยว่าจะทรงส่งเจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ ไปเรียนรัสเซียตามคำเชิญชวนของพระเจ้านิโคลัสที่ 2 ก็ทำให้นายพุ่มถูกเลือกให้เดินทางไปศึกษาต่อที่รัสเซียด้วย

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายในเวลาเพียงสองปีซึ่งนับว่าเร็วมากในยุคสมัยที่ไร้อินเตอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถืออย่างเช่นปัจจุบัน

ซึ่งหากเรียงลำดับเวลาก็จะเห็นภาพนี้ได้ชัดขึ้นคือ พ.ศ.2439 เจ้าฟ้าจักรพงษ์เสด็จไปอังกฤษพร้อมกับนายนกยูงและนายพุ่ม

ปีถัดมาใน พ.ศ.2440 รัชกาลที่ 5 ทรงเสด็จพระราชดำเนินเยือนรัสเซียและตอบรับคำเชิญชวนของพระเจ้านิโคลัสที่ 2 ว่าจะส่งพระราชโอรสไปศึกษาต่อที่รัสเซีย

พอปีถัดมาคือ พ.ศ.2441 เจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ กับนายพุ่มซึ่งขณะนั้นเป็นเด็กน้อยอายุเพียง 13 ปี ได้ถูกเลือกให้เข้าเรียนวิชาการทหารที่รัสเซียและเดินทางจากอังกฤษถึงกรุงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กด้วยเส้นทางบก เริ่มต้นชีวิตนักเรียนทุนไทยในต่างแดน โดยมีรัสเซียเป็นประเทศที่สองต่อจากอังกฤษ ดังความที่บอกเล่าไว้ในหนังสือว่า

“แต่ยังไม่ทันที่เจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ และนายพุ่มจะได้ปรับตัวให้คุ้นเคยกับชีวิตต่างแดนที่มีสภาพแวดล้อมแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากเมืองไทยที่เติบโตมาได้ดีนัก ก็ได้รับพระบรมราชโองการจากพระจุลจอมเกล้าฯ ว่า ทั้งสองจะต้องเดินทางต่อไปยังกรุงเซนต์ปีเตอร์สเบอร์กเพื่อเข้าเป็นนักเรียนนายร้อยมหาดเล็กอันมีชื่อเสียงยิ่ง ตามคำกราบทูลเชิญชวนของจักรพรรดิซาร์แห่งรัสเซีย แต่ก่อนอื่นทั้งสองต้องเตรียมตัวศึกษาภาษาใหม่กับครูชาวรัสเซีย”

ป็นเรื่องที่ยากจะจินตนาการได้ว่าทั้งคู่ซึ่งยังอยู่ในวัยเยาว์นั้นจะมีความรู้สึกอย่างไร ตื่นเต้นประหม่ามากน้อยเพียงใดกับการท่องโลกครั้งนี้

แต่ถึงอย่างไรก็คงไม่ต่างไปจากคำโบราณที่ว่า “สองหัวย่อมดีกว่าหัวเดียว”

การที่อย่างน้อยไม่ได้ดุ่มเดินตามลำพัง หากแต่มีคู่ทุกข์คู่ยากเคียงบ่าเคียงไหล่ไปด้วย ก็น่าจะช่วยประคับคองจิตใจวัยรุ่นเอเชียทั้งสองซึ่งมีร่างที่เล็กและผอมบางให้กล้ายืนหยัดท่ามกลางชาวรัสเซียร่างยักษ์ได้มาก

ดังความในหนังสือที่บรรยายว่า

“เจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ ซึ่งทรงมีพระวรกายเล็กบางดวงพระเนตรคล้ำดำ งดงาม และค่อนข้างจะขี้อายนั้น คงจะต้องดีพระทัยอย่างยิ่งที่พระเจ้าอยู่หัว โปรดให้นายพุ่ม ซึ่งมีรูปพรรณสัณฐานไม่ต่างจากพระองค์และมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน ตามเสด็จจากบ้านเมืองที่ยังดูแปลกอย่างอังกฤษ ไปศึกษาต่อด้วยกัน ณ จักรวรรดิรัสเซีย ซึ่งก็ยังทรงนึกภาพไม่ออกว่าแปลกพิสดารไปอีกมากน้อยแค่ไหน อย่างไร สำหรับคนทั้งสอง การไปศึกษาต่อยังต่างประเทศครั้งนี้เป็นประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับนายพุ่มที่มิได้คุ้นเคยกับขนบประเพณีของราชสำนักต่างกับเจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ ที่ทรงอยู่ในรั้ววังมาตั้งแต่ประสูติ โดยที่ทั้งสองเพิ่งจะอายุได้เพียง ๑๓ ปี การที่ต้องศึกษาภาษารัสเซียเพิ่มขึ้นจากวิชาจำนวนมากที่ต้องศึกษาเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นภาษาต่างชาติอยู่แล้ว จึงเป็นเรื่องที่น่าจะสาหัสสากรรจ์อย่างยิ่ง ดังนั้น ทั้งสองจึงเฝ้ารอการมาถึงของนายอาร์ดาเชฟ (Ardachef) บัณฑิตใหม่ทางนิรุกติศาสตร์รัสเซีย ด้วยความประหวั่นพรั่นพรึงพอสมควร”

อ่านต่อฉบับหน้า



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การกลับมาโสดอีกครั้งของ ปันปัน สุทัตตา
ออสเตรเลีย ยกระดับคุมปืน รับซื้ออาวุธปืนคืนจากประชาชน
เส้นทางความรัก นก อุษณีย์ จนถึงวัน ขอ ‘ม่วย’ แต่งงาน
แนวคิดของมาเคียเวลลีเรื่องการตบตีเทพีแห่งโชค
MatiTalk รมช.คมนาคม โต้ง สิริพงศ์ ว่าด้วย KPI กำแพง อุปสรรค และสิ่งที่ไม่คาดฝัน
ธงทอง จันทรางศุ | ‘ช่องว่าง’ ในครอบครัว
เจาะปมสังหาร ‘นายกฯ เด’ เลือดล้างสัมพันธ์เก่าแก่ อดีต ส.ส.ฉลอง-อ้างหนี้ แต่เบื้องลึกพลิกอีกมุม!
ศ.สุชาติ ชี้แก้คอร์รัปชันไทย ต้องเริ่มจากผู้นำที่สะอาด ใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม
E-DUANG | จังหวะภาพ ทักษิณ ชินวัตร ชุมนุม มังกร ทาง การเมือง
เมื่อฉันเห็นคนไทยร้องไห้หมู่ | กวีกระวาด : เจียม จ้อยจับใจ
คุณค่าครู & คุณฆ่าครู | กวีกระวาด : วรากรณ์ พูลสวัสดิ์
โลหิตจาง | เรื่องสั้น : นพดล พลกูล