ใต้ทะเล 20,000 โยชน์ นิตยสารภาษาไทยของดิสนีย์ พ.ศ.2509
การ์ตูนที่รัก | นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์
วันนี้ชวนอ่านวรรณกรรมคลาสสิกของจูลส์ เวิร์น ใต้ทะเลสองหมื่นโยชน์จากหนังสือการ์ตูนภาษาไทยความยาว 34 หน้า เก็บรักษาไว้ 60 ปี คนรุ่นผมได้ดูจากโรงหนัง น่าจะเป็นโรงฮอลลีวู้ดที่ราชเทวี นำแสดงโดยเคิร์ก ดักลาส และเจมส์ เมสัน เป็นหนังปี 1954 สร้างโดยสตูดิโอของดิสนีย์เช่นกัน
หนังสือการ์ตูนภาษาไทยเรื่องเดียวกันซึ่งปัจจุบันเรียกว่า กราฟิกโนเวล จะว่าไปก็แทบจะวาดมาจากหนังฉากต่อฉากแต่ไม่มีเทคนิคพิเศษอะไรให้ใช้ เป็นการวาดด้วยมือและพู่กัน คนเป็นคน ทะเลเป็นทะเล ฉลามเป็นฉลาม ปลาหมึกยักษ์เป็นปลาหมึกยักษ์ประหนึ่งจะแยงหนวดยั้วเยี้ยออกมาจากหน้ากระดาษได้ฉะนั้น
หนังสือที่เอามาอ่านวันนี้ได้จากการสมัครเป็นสมาชิกบริษัท กรุงเทพธุรกิจและการพิมพ์ ซึ่งเวลานั้นตั้งอยู่ถนนมหาพฤฒาราม
เราพี่น้องขอเงินแม่ไปสมัครเป็นสมาชิกรายปี ราคาหน้าปกเล่มละ 2 บาท
เปิดมาปกในมีจดหมายจากมิสเตอร์วอลต์ ดิสนีย์ แสดงความยินดีกับดิสนีย์ฉบับภาษาไทย “เราถือว่าการเพิ่มฉบับภาษาไทยในตระกูลบันเทิงคดีของดิสนีย์เป็นทางเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างเรากับเพื่อนบ้านโพ้นทะเลให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น”
จดหมายลงวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ.2508

เปิดอ่านกรอบแรกรูปทะเลในความมืด เรือดำน้ำลึกลับมีลูกตาแวววาวใหญ่โตโผล่ขึ้นเหนือน้ำกลางคลื่นยักษ์หมายตาเรือเดินทะเลลำใหญ่ตรงหน้า
คำบรรยายว่า “ในปี ค.ศ.1866 ทางทะเลใต้โน้น ได้มีเหตุการณ์แปลกประหลาดคือเรือเดินทะเลหลายลำอับปางโดยไม่มีสาเหตุ คล้ายมีสัตว์ร้ายตัวมหึมากลืนกินเรือพร้อมทั้งลูกเรือ…”
ที่ชายฝั่งซานฟรานซิสโก ศาสตราจารย์อาโรแน็กซ์แห่งพิพิธภัณฑ์กรุงปารีสมีความจำเป็นต้องเดินทางไปร่วมประชุมที่ไซ่ง่อนก่อนคริสต์มาสคืออีกสี่เดือนข้างหน้า แต่ไม่มีเรือลำไหนยอมออกจากฝั่งเพราะข่าวลือเรื่องสัตว์ร้ายใต้ทะเลตัวนั้น
กระทรวงการต่างประเทศจึงส่งเรือปืนหุ้มเกราะออกตรวจตรา ทั้งนี้โดยยินดีไปส่งอาโรแน็กซ์ถึงที่ไซ่ง่อนให้ด้วย
ออกทะเลได้สองเดือนไม่มีวี่แววสัตว์ร้ายอะไรเลยจนกระทั่งคืนหนึ่งที่มันปรากฏตัว
เรือปืนโจมตีทันทีสัตว์ร้ายหันหัวพุ่งชนเรือปืนทันทีเช่นกัน บนเรือปืนมีมือฉมวกหนุ่มชื่อเน็ด แลนด์ เขาพุ่งฉมวกแหลมปักสัตว์ร้ายในระยะประชิดแต่ตัวเองตกทะเลไปพร้อมเรือบด
ส่วนศาสตราจารย์อาโรแน็กซ์พร้อมผู้ช่วยคอนเซิลลอยคอกลางทะเลมืดจนกระทั่งเน็ดพายเรือบดมาช่วยขึ้นเรือ
“ดูนั่น เกาะเล็กๆ” อาโรแน็กซ์ชี้ไปในเงามืด สามคนเทียบเรือแล้วปีนขึ้นไป ฉมวกของเน็ดยังอยู่บนเกาะเล็กๆ นั้นแต่ที่แท้มันเป็นเรือที่ทำด้วยโลหะยิงหมุดโดยรอบ สามคนเปิดฝาบนแล้วปีนลงไป
“ฉันคิดว่าที่เราเห็นอยู่นี้เป็นสิ่งที่มนุษย์เคยฝันถึงแต่ไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ มันก็คือเรือดำน้ำ”

ในท้องเรือผู้บุกรุกทั้งสามเดินสำรวจห้องสมุดและพิพิธภัณฑ์ส่วนตัวที่สะสมหนังสือดีหายากและของมีค่าจากทั่วโลก
ทันใดนั้นเจ้าของบ้านในชุดประดาน้ำกลับมา ในตอนแรกกัปตันยินดีต้อนรับเฉพาะศาสตราจารย์อาโรแน็กซ์คนเดียวเมื่อศาสตราจารย์ไม่ยินยอมกัปตันจึงสั่งลูกเรือจับสามคนออกไปปล่อยไว้บนผิวเรือแล้วเตรียมดำลงทันที
แต่แล้วเขาก็เปลี่ยนใจ “เรียกฉันว่ากัปตันเนโม ในเรือนอติลุสนี้เราไม่รับแขก เมื่อคุณมาแล้วก็ต้องอยู่ตลอดไป” จากนั้นจึงเลี้ยงอาหารค่ำอย่างดีเต็มโต๊ะ “อาหารนี้ทุกอย่างมาจากครัวใต้สมุทรทั้งนั้น ไม่มีสิ่งใดที่เป็นของอยู่บนพื้นโลกเลย”
เมื่ออาโรแน็กซ์ถามถึงพลังงานก็ได้รับคำตอบว่า “เรือลำนี้แล่นด้วยพลังอำนาจซึ่งโลกมนุษย์ยังไม่รู้จัก พลังนี้ก็เหมือนกับพระอาทิตย์ได้พลังงานมานั่นเอง”

เรื่องมีอยู่ว่าภรรยาและบุตรของกัปตันเนโมถูกทำร้ายถึงชีวิตเพียงเพราะ “พวกมันต้องการความลับของพลังงาน” กัปตันจึงพาลูกเรือกลุ่มหนึ่งหนีออกมาสร้างเรือนอติลุสขึ้นและดำเนินการแก้แค้นกลุ่มประเทศที่กดขี่ประชาชนด้วยความเกลียดชังส่วนตัวเป็นที่ตั้ง
เน็ดและผู้ช่วยศาสตราจารย์คอนเซิลรู้สึกเหมือนถูกขังคุก พวกเขาผจญฉลาม มนุษย์กินคน และปลาหมึกยักษ์จนมาถึงเกาะอันเป็นฐานลับของเรือนอติลุส พวกเขาสามารถระบุตำแหน่งของเกาะในแผนที่แล้วแอบปล่อยขวดพร้อมจดหมายระบุตำแหน่งเกาะลงทะเลไปเรื่อยๆ
แล้ววันหนึ่งกองทัพเรือก็มาถึง กัปตันนีโมรีบทำลายห้องทดลองและเอกสารบนเกาะหมดสิ้นก่อนหลบหนีแต่เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสจึงสั่งจมเรือพร้อมทุกชีวิตบนนอติลุสเพื่อให้ความลับของพลังงานสูญไปตลอดกาล เน็ดพาอาโรแน็กซ์และคอนเซิลหนีออกมาได้ก่อนที่นอติลุสจะระเบิดทำลายตัวเอง
“ต่อไปภายหน้าคงจะมีเวลาที่โลกจะเตรียมพร้อมสำหรับความรู้นั้น แต่ไม่ใช่เวลานี้” อาโรแน็กซ์รำพึงในกรอบสุดท้าย

จูลส์ เวิร์น เขียน Twenty Thousand Leagues Under the Seas ตีพิมพ์เป็นตอนๆ ระหว่างปี 1869-1870 ก่อนที่จะตีพิมพ์ครั้งแรกเป็นภาษาฝรั่งเศสปี 1871 ตีพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษปี 1872
คำว่าสองหมื่นโยชน์เขียนเป็นตัวอักษรทั้งหมดมิได้เขียนเป็นตัวเลข มีความหมายถึงระยะทางที่นอติลุสแล่นไปใต้ผิวน้ำเท่ากับ 80,000 ก.ม. คือรอบโลกสองรอบครึ่ง มิได้หมายถึงความลึกของมหาสมุทร โดยเฉพาะอย่างยิ่งมิใช่ความลึกของการจมของนอติลุสลงไปถึงเขตมืดและสัตว์เรืองแสงใต้ทะเลลึกตอนกลางเรื่อง
จูลส์ เวิร์น ไม่ได้เขียนถึงพลังงานนิวเคลียร์ เขาเขียนว่านอติลุสได้พลังงานไฟฟ้าจากเกลือและสารปรอทจากเหมืองถ่านหินใต้ทะเล เวลานั้นพลังงานไฟฟ้าเป็นเรื่องใหม่ที่ครองโลก กว่ามนุษย์จะแยกนิวเคลียสของอะตอมได้เป็นปี 1938 หลังจากหนังสือเล่มนี้ 70 ปี
ที่ว่านอติลุสใช้พลังงานปรมาณูเป็นหนังที่สร้างภายหลังว่าเอง
จูลส์ เวิร์น รู้จักเรือดำน้ำก่อนแล้วจากเรือที่ชื่อนอติลุส ประดิษฐ์โดยโรเบิร์ต ฟุลตัน เมื่อปี 1800 เป็นเรือดำน้ำพลังคน ส่วนของเรือบนผิวน้ำใช้พลังลม ส่วนโมเดลของเรือนอติลุสในนวนิยายได้จากโมเดลเรือดำน้ำ The Plongeur Model ของฝรั่งเศสซึ่งสร้างในปี 1863 ที่แสดงในงานเอ็กซ์โปปี 1867
ตามท้องเรื่องในหนังสือกัปตันนีโมเดินทางรอบโลกเพื่อช่วยเหลือผู้ถูกกดขี่ทั้งที่เป็นชนพื้นเมืองหรือพลเมืองของชาติจักรวรรดินิยม
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
