วิรัตน์ แสงทองคำ | www.viratts.com

ว่าด้วยแผนการย้ายที่ตั้งสำนักงาน สถานเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ประจำกรุงเทพฯ อันกลายเป็นกระแสและเรื่องราวใหญ่โตขึ้นมา โดยเฉพาะในแวดวงธุรกิจไทย

“จะย้ายที่ตั้งสำนักงานไปยังอาคารสำนักงานโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค โดยมีกำหนดการย้ายในเดือนสิงหาคม 2569” และอีกตอน “..ปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การตัดสินใจขายที่ตั้งของสถานเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ในปัจจุบัน” ข้างต้นเป็นการจับความสาระสำคัญ จากถ้อยแถลงอย่างเป็นทางการผ่านสื่อสังคม (20 มีนาคม 2569)

จากนั้นผู้คนในสังคมธุรกิจ มีความตื่นเต้นเป็นพิเศษ พุ่งความสนใจ ไปยัง “ทำเลทอง” แห่งใหม่ในกรุงเทพฯ

ทั้งคาดหมายถึงดีลครั้งสำคัญที่จะมีขึ้น จะเป็นการซื้อขายที่ดินที่มีราคาแพงที่สุด มีมูลค่าสูงสุดเป็นสถิติใหม่

มีความเป็นไปได้จะเปลี่ยนมือสู่เฉพาะเครือข่ายธุรกิจใหญ่ไทยเท่านั้น

รวมทั้งมองไปข้างหน้าเกี่ยวกับแผนการพัฒนานาอสังหาริมทรัพย์อันยิ่งใหญ่ที่จะตามมา

ที่นี่มีความสนใจที่แตกต่างออกไปบ้าง มุ่งมองไปยังกรณีที่เกิดขึ้นมาอย่างเป็นจริงเป็นจัง ในช่วงที่ผ่านๆ มา ที่มีความสืบเนื่อง เชื่อมโยง และสัมพันธ์กัน

เกี่ยวกับดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค โครงการใหญ่ เปิดตัวเมื่อต้นปี 2562 เป็นการร่วมทุนระหว่างกลุ่มดุสิตธานีกับเครือเซ็นทรัลมูลค่าโครงการรวมกว่า 46,000 ล้านบาท

“ความร่วมมือทางธุรกิจครั้งใหญ่ ระหว่างดุสิตธานีกับกลุ่มเซ็นทรัล ตามแผนการสร้างมูลค้าเพิ่มทางธุรกิจใหม่ในพื้นที่เดิม-โรงแรมดุสิตธานี…. ไม่เพียงเป็นดีลระหว่างเครือข่ายธุรกิจใหญ่ไทย หากเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญของเครือข่ายธุรกิจ ถือเป็นคู่แข่งขันทางธุรกิจในบางด้านกันด้วย” ผมเคยว่าไว้

ว่าด้วยแผนการเชิงยุทธศาสตร์ เป็นการผนึกกำลังจัดโครงสร้างธุรกิจอย่างตั้งใจ จัดสรรสัดส่วนการถือหุ้น ผ่านบริษัทหนึ่ง ซึ่งดุสิตธานีถือหุ้น 60% ส่วนกลุ่มเซ็นทรัลผ่านบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ถือหุ้นสัดส่วน 40% ทั้งนี้ ได้แบ่งบทบาทหน้าที่ตามความเชี่ยวชาญของแต่ละฝ่าย

CPN เป็นแกนหลัก (Lead Operator) ดูแลศูนย์การค้าเซ็นทรัล พาร์ค โดยเฉพาะที่พาดพิงถึงคือ อาคารสำนักงาน (Central Park Office) เป็นผู้บริหารโครงการตั้งแต่ต้น

ให้เป็นอาคารสำนักงานชั้นดีที่เรียกว่า “เกรด A” โดยเฉพาะงานด้านตลาด ใช้เครือข่ายธุรกิจแสวงหาลูกค้าอย่างเหมาะสมใช้คำว่า “ผู้เช่าชั้นนำระดับโลก”

หนึ่งในนั้นเชื่อว่าเป็นดีลที่สำคัญอย่างมากสำหรับกลุ่มเซ็นทรัล อย่างที่อ้างถึงข้างต้น มีมิติความสัมพันธ์ในความหมายกว้าง อ้างอิงกับสถานเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์

ความสัมพันธ์นั้นดูจะมีร่องรอย และที่มาให้ภาพเกี่ยวเนื่องกลายเป็นภาพที่ใหญ่ขึ้นได้ระดับใดระดับหนึ่ง

ตั้งแต่เริ่มต้น โดยเฉพาะพัฒนาอาคารสำนักงาน [v1.1] ภายในโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ในขั้นออกแบบ มีชื่อสถาปนิกระดับโลกชาวดัตช์ปรากฏ – Rem Koolhaas และทีมของเขาในนาม OMA ในการร่วมวางผังแม่บทและออกแบบสถาปัตยกรรม

Rem Koolhaas สถาปนิกชาวดัตช์ผู้ทรงอิทธิพลระดับโลก เจ้าของรางวัล Pritzker Architecture Prize (เปรียบเสมือนรางวัลโนเบลในวงการสถาปัตยกรรม) เขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้งสำนักงานออกแบบ OMA (Office for Metropolitan Architecture) มาตั้งแต่ปีปี 2518 ทั้งนี้ มีความสัมพันธ์อย่างกว้างขวาง ผ่านผลงานระดับโลกมากมาย และเขาเองผ่านการศึกษาทางด้านสถาปัตยกรรมจากสถาบันระดับโลก ทั้งจากอังกฤษ (AA School of Architecture) และสหรัฐอเมริกา (Cornell University)

ว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มเซ็นทรัล กับ Rem Koolhaas และ OMA มีมากกว่านั้น เป็นความเกี่ยวเนื่องกับช่วงเวลา กลุ่มเซ็นทรัลขยายเครือข่ายค้าปลีกสู่ยุโรป

ตามไทม์ไลน์เพิ่งเสนอไว้ในตอนที่แล้ว กลุ่มเซ็นทรัลก้าวสู่ตลาดยุโรปครั้งแรกในปี 2554 เข้าซื้อห้างสรรพสินค้าเก่าแก่แห่งอิตาลี (มีสาขา 9 แห่ง)

จากนั้นในปี 2556 ขยับขยายเข้าสู่สแกนดิเนเวีย ซื้อห้างสรรพสินค้าเก่าแก่ที่สุดในประเทศเดนมาร์ก

ต่อจากนั้นดูตื่นเต้น เป็นก้าวใหญ่ขึ้น (ปี 2557) ร่วมมือพันธมิตรธุรกิจ-ซื้อห้างสรรพสินค้าในเยอรมนีและสวิตเซอร์แลนด์ (ปี 2563)

ที่น่าสนใจในนั้น เป็นกรณีห้างสรรพสินค้า KaDeWe ในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เป็นหนึ่งในห้างสรรพสินค้าที่มีชื่อเสียง ถือเป็นสถาบันทางวัฒนธรรมและสัญลักษณ์แห่งเบอร์ลิน ก่อตั้งมากว่าศตวรรษ มีประวัติเชื่อมโยงกับราชสำนักไทยในอดีตด้วย

รัชกาลที่ 5 เคยเสด็จประพาสห้างแห่งนี้ในระหว่างการเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 2 และได้ทรงกล่าวถึงไว้ในพระราชนิพนธ์ “ไกลบ้าน”

ในโครงการปรับปรุงครั้งล่าสุด KaDeWe (ปี 2559) โดยได้ร่วมมือกับ OMA เป็นช่วงเซ็นทรัลเข้ามาเกี่ยวข้อง (ปี 2558) ก่อนจะกลายเป็นเจ้าของทั้งหมดในเวลาต่อมา (ปี 2567) การปรับโฉมครั้งนั้น มีแนวคิดควรอ้างถึง “ห้างสรรพสินค้าภายในห้างสรรพสินค้า” โดย OMA แบ่งพื้นที่ KaDeWe ออกเป็น 4 ส่วนย่อย (Quadrants)

มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เหมือนเป็นห้างเล็กๆ 4 ห้างในที่เดียวกัน

จากนั้นความสัมพันธ์กว้างขึ้นอีก มีดีลครั้งยิ่งใหญ่ ตามถ้อยแถลงเป็นทางการตามมา (24 ธันวาคม 2565 ) ในหัวข้อ “ดีลประวัติศาสตร์ กลุ่มเซ็นทรัล… เข้าซื้อกิจการกลุ่มห้างสรรพสินค้า เซลฟริดเจส (Selfridges) ในยุโรป” ทั้งนี้ Selfridges Group เป็นกลุ่มห้างสรรพสินค้าชั้นนำของยุโรป มีสาขาทั้งสิ้น 18 แห่ง ใน 3 ประเทศ ได้แก่ Selfridges สหราชอาณาจักร (Oxford Street และ Manchester Exchange Square) Brown Thomas และ Arnotts ประเทศไอร์แลนด์ รวมทั้ง de Bijenkorf ในประเทศเนเธอร์แลนด์

de Bijenkorf ในภาษาดัตช์แปลว่า “รังผึ้ง” เริ่มต้นจากร้านขายผ้าเล็กๆ จนกลายเป็นห้างสรรพสินค้าที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องไปเยือนเมื่อไปเนเธอร์แลนด์ ก่อตั้งมากว่า 150 ปี ปัจจุบันมี 7 สาขาใน Amsterdam, Rotterdam, The Hague, Utrecht, Eindhoven, Amstelveen และ Maastricht ทั้งนี้ Flagship ใน Amsterdam ตั้งอยู่ที่ Dam Square ใจกลางเมือง เป็นอาคารสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นและเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของเมือง

ต่อมาเมื่อกลางปีที่แล้ว (กรกฎาคม 2568) กลุ่มเซ็นทรัลได้แต่งตั้ง Sean Hill ทายาทรุ่นที่ 4 ของตระกูลจิราธิวัฒน์ (หลานชายคนโตของสัมฤทธิ์ จิราธิวัฒน์ ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มเซ็นทรัล ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ของไทย – อ้างจากถ้อยแถลงทางการ) เข้าดำรงตำแหน่ง CEO ของ de Bijenkorf

ถือเป็นอีกฉากหนึ่ง เป็นก้าวสำคัญในยุโรปของกลุ่มเซ็นทรัล และตระกูลจิราธิวัฒน์มีความตั้งใจเจาะจงเป็นพิเศษเกี่ยวกับประสบการณ์และความสัมพันธ์กับเครือข่ายธุรกิจค้าปลีกที่สำคัญในเนเธอร์แลนด์

หากพิจารณาภาพใหญ่ขึ้น แผนการของกลุ่มเซ็นทรัล เกี่ยวกับเครือข่ายห้างสรรพสินค้า Selfridges Group มีความสำคัญและซับซ้อน ย้อนกลับไปในปี 2567

“กลุ่มเซ็นทรัล ร่วมกับ PIF กองทุนความมั่งคั่งแห่งซาอุดีอาระเบีย ลงนามในสัญญาเพื่อเข้าซื้อกิจการกลุ่มเซลฟริดเจส (Selfridges Group) จากผู้ถือหุ้นเดิมคือกลุ่มซิกน่า (Signa) ได้แก่ บริษัทที่ดำเนินธุรกิจห้างสรรพสินค้า (Operating Company) และบริษัทที่ถือครองและบริหารอาคารและที่ดิน (Property Company) โดยกลุ่มเซ็นทรัลถือหุ้นร้อยละ 60 และกองทุน PIF ถือหุ้นร้อยละ 40 ในส่วนของกลุ่มซิกน่าเดิมทั้งสองบริษัท”

ในจุดตั้งต้น การลงทุนใน Selfridges Group มีมูลค่ามากทีเดียว เกือบแสนล้านบาท ตามมาด้วยกระบวนการแก้ปัญหาอันเนื่องมาจากพันธมิตรธุรกิจรายเดิม ก่อให้เกิดโอกาสที่กว้างขึ้น ด้วยมีพันธมิตรรายใหม่ที่เป็นรายใหญ่อย่างมากจากตะวันออกกลาง

ส่วน “จิ๊กซอว์” ทั้งมวลที่ว่ามา จะมีความเชื่อมโยงมาถึงเมืองไทย ว่าด้วยแผนการทางธุรกิจใหม่ๆ หรือไม่ อย่างไร

เป็นเรื่องที่น่าติดตาม



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สิ่งใหม่หลังเลิก MoU ! | สุรชาติ บำรุงสุข
E-DUANG | กรณี สุรพล นิติไกรพจน์ ท่ายาก พรรคประชาชน
ย้อนอ่าน 5 ข้อเสนอ ‘ผ่าทางตันการเมือง’ สุรพล นิติไกรพจน์ ขณะเป็นอธิการบดี มธ.
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (16)
เชลยศึกสงครามลาว (33) เป็นเชลย
ฝังจำ ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ต่อระบบราชการ
กับดักธูซิดิดิส (1) ทฤษฎีการเปลี่ยนผ่านของอำนาจ
ถ้าผู้ใหญ่ยังเลี่ยงบาลี เรียนฟรีก็จะยังไม่ฟรีจริง
E-DUANG | เลือก บอร์ด ประกันสังคม พลังแห่งอดีต กับ อนาคต
อาเศียรวาท
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 2) เรื่อง ปัญหาเส้นเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ประเทศไม่ไหวแล้ว เด็กรุ่นต่อไปจะอยู่กันอย่างไร เปิดใจ ‘เพียงพนอ’ ร่วมทางพรรคประชาชน