
“- บิ๊กตู่ ใช้ ม.44 เด้ง 50 ราชการ
– คสช. ประกาศใช้มาตรา 44 คงภาษี 7 เปอร์เซ็นต์อีก 1 ปี
– ประยุทธ์ ใช้ ม.44 กำหนดมาตรการป้องกันการบิดเบือนทางศาสนา ให้รายงานผลทุก 3 เดือน
– งัด ม.44 จัดการนักเรียนนักเลง ใครก่อเรื่องเจอคุก 3 ปี
– ประยุทธ์ งัด ม.44 เด้งเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ไปเป็นประจำสำนักเลขาธิการนายกฯ
– และย้ายบุคคลจากวุฒิสภามาทำหน้าที่เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร”
ทั้งหลายทั้งปวง คือเรื่องราวที่ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ “คสช.” ใช้ “อำนาจพิเศษ” คือ “มาตรา 44” เล่นงาน-จัดการ-ประกาศลงราชกิจจานุเบกษา เพื่อแก้ไขปัญหาสารพัดได้มาแล้วมากมายก่ายกอง กี่ประกาศ หลายคำสั่งจดสถิติกันไม่หวาดไม่ไหว
เกือบจะทุกอ็อปชั่นตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ ที่ใช้อำนาจพิเศษ “มาตรา 44” เป็นเครื่องทุ่นแรง
เหลือแต่สั่งก๋วยเตี๋ยว ที่ยังไม่ได้ใช้บริการ
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ว่าด้วย “มาตรา 44” บัญญัติไว้ว่า
“ในกรณที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติเห็นเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปในด้านต่างๆ การส่งเสริมความสามัคคี และความสมานฉันท์ของประชาชนในชาติ หรือเพื่อป้องกัน ระงับ หรือปราบปรามการกระทำอันเป็นบ่อนทำลายความสงบเรียบร้อย หรือความมั่นคงของชาติ ราชบัลลังก์ เศรษฐกิจของประเทศ หรือราชการแผ่นดิน
ไม่ว่าจะเกิดขึ้นภายในหรือภายนอกราชอาณาจักร ให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ มีอำนาจสั่งการระงับ ยับยั้ง หรือกระทำการใดๆ ได้ ไม่ว่าการกระทำนั้นจะมีผลบังคับในทางนิติบัญญัติ ในทางบริหาร หรือในทางตุลาการ
และให้ถือว่าคำสั่งหรือการกระทำ รวมทั้งการปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว เป็นคำสั่งหรือการกระทำ หรือการปฏิบัติที่ชอบด้วยกฎหมาย และรัฐธรรมนูญนี้ และเป็นที่สุด ทั้งนี้ เมื่อได้ดำเนินการดังกล่าวแล้ว ให้รายงานประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และนายกรัฐมนตรีทราบโดยเร็ว”
“มาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญชั่วคราว” ประกาศใช้แทน “กฎอัยการศึก” เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2558 และมีผลบังคับใช้ทันที
เครื่องทุ่นแรงเก่าคือ “กฎอัยการศึก” ที่ประกาศใช้หลังปฏิวัติ เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2557 ทำให้เกิดความวิตกกังวล โดยเฉพาะต่างชาติ
คำจำกัดความของคำว่า “กฎอัยการศึก” โดยภาพรวม นักท่องเที่ยวต่างชาติ เป็นอะไรที่ดูน่ากลัว ไม่ปลอดภัย ผู้ที่เดินทางเข้าเขตประเทศที่ประกาศใช้กฎอัยการศึก เหมือนไม่มีอะไรคุ้มครองชีวิต รัฐบาลจึงยกเลิก โดยยกยอดมาไว้ในมาตรา 44
“ม.44” กับ “กฎอัยการศึก” มีฤทธิ์เดชค่อนข้างเหมือนกัน แต่มีความแตกต่างกันในรายละเอียด ตรงที่ “กฎอัยการศึก” มีบทบัญญัติที่ชัดเจน ให้อำนาจแก่ทหาร ขณะที่ “มาตรา 44” ขอบเขตอำนาจกว้างกว่า มีอำนาจทั้งนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ
แต่ที่มีความเสมอเหมือนกันก็คือ คสช. ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายและไม่ต้องรับโทษใดๆ ตามที่อาจจะเกิดขึ้น ตลอดการบังคับใช้มาตรา 44
ผู้ที่มีอำนาจใต้ร่มเงา มาตรา 44 ประกอบด้วย ข้าราชการทหาร ตั้งแต่ยศร้อยตรี, เรือตรี หรือเรืออากาศตรี เป็นเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อย และยศต่ำกว่านี้ เป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อย โดยกฎหมายระบุให้เจ้าหน้าที่ทหาร เป็นพนักงานฝ่ายปกครองได้ในคราวเดียวกันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
การฝ่าฝืนประกาศหรือคำสั่งของ คสช. ถือว่าเป็นความผิด
ทั้งนี้ “มาตรา 44” ได้มอบอำนาจให้กับข้าราชการทหาร ในการปราบปรามการกระทำผิดที่ระบุข้างต้น ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้คือ
1. เรียกให้มารายงานตัว ส่งมอบเอกสาร หรือหลักฐานที่เกี่ยวกับการกระทำผิดข้างต้น ในกรณีที่การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจกักตัวบุคคลดังกล่าวไว้ได้ไม่เกิน 7 วันในที่ที่ไม่ใช่สถานีตำรวจ ที่คุมขังหรือเรือนจำ
การขึ้นศาลทหาร จำกัดไว้เพียงบุคคลที่กระทำผิดต่อความมั่นคงของประเทศเท่านั้น
2. จับกุมได้ทันที เมื่อทำความผิดข้างต้นแบบซึ่งหน้า และนำส่งเจ้าพนักงานสืบสวนให้ดำเนินการต่อไป
3. มีอำนาจตามกฎหมายในการเข้าร่วมสืบ โดยให้ถือว่าเจ้าหน้าที่ทหารเป็นพนักงานสอบสวนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
4. ตรวจค้นบุคคล ที่อยู่อาศัย หรือยานพาหนะของบุคคลใดก็ได้ตามที่ต้องสงสัยว่าเป็นผู้กระทำความผิดที่ได้ระบุไว้ข้างต้น โดยไม่ต้องขอหมายค้นจากศาล
5. เจ้าหน้าที่ทหารมีอำนาจยึดหรืออายัดทรัพย์ที่พบ จากข้อ 4
6. เจ้าหน้าที่ทหารมีอำนาจทุกประการ หาก คสช. มอบหมายให้ทำ หรือก็คือมีอำนาจหน้าที่แบบครอบจักรวาล
นอกจากนั้น มาตรา 44 ยังให้อำนาจ คสช. ออกคำสั่งห้ามสื่อนำเสนอข่าวอะไรก็ตามที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย ภายใต้อำนาจนี้ สื่อที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของรัฐบาล อาจจะมีความผิดตามกฎหมายได้ หาก คสช. เห็นว่าส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของชาติ
“การไม่ปฏิบัติตามคำสั่งหรือขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ทหาร ถือว่าเป็นความผิดตามมาตรา 44 โทษจำคุกและปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ”
“มาตรา 44” มีความหลากหลาย เหนือกว่าเจ้าตำรับ คือ “มาตรา 17” ในรัฐธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พ.ศ.2502 สมัย “จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์” ที่ให้อำนาจสั่งการหรือการกระทำใดๆ เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม คำสั่ง “บิ๊กตู่” หัวหน้า คสช. ที่ใช้มาตรา 44 คือ พักงาน 72 ข้าราชการ ที่มีชื่อเอี่ยวทุจริต เป็นคำสั่งที่ 59/2559 เมื่อเดือนกันยายน ถือเป็นล็อตท้ายสุด ฝนทิ้งช่วงมานานไม่น้อยเลยทีเดียว
“พระเดช” เป็นผู้มีอำนาจ ผู้คนกลัว เกรงใจ เหมือน “พระอาทิตย์” ร้อนระอุ ไม่มีใครอยากอยู่ใกล้ “พระคุณ” ดุจ “พระจันทร์” เยือกเย็น สุขุม ทุกคนอยากเข้าใกล้ ด้วยความอบอุ่น
“บิ๊กตู่” เล่นบทพระอาทิตย์มานานวัน ไม่รู้จะตีบท “พระจันทร์” เป็นกะเขาบ้างหรือเปล่า
