bg-single

สนทนาถึงความเป็นไปได้ในการเนรมิตภูเก็ตให้เป็นเมืองศิลปะ กับสองผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ไทยแลนด์เบียนนาเล่ ภูเก็ต

26.05.2025

สนทนาถึงความเป็นไปได้ในการเนรมิตภูเก็ตให้เป็นเมืองศิลปะ

กับสองผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ ไทยแลนด์เบียนนาเล่ ภูเก็ต

อริญชย์ รุ่งแจ้ง และ เดวิด เทห์

 

อย่างที่เราบอกไปในตอนที่ผ่านๆ มาว่า ในช่วงปลายปีนี้ มีข่าวดีสำหรับมิตรรักแฟนศิลปะชาวไทย ก็คือกำลังจะมีการจัด มหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ ไทยแลนด์เบียนนาเล่ ครั้งที่ 4 ในปี 2025 นี้ ที่จังหวัดภูเก็ต ที่สำคัญ ในคราวนี้เรามีโอกาสได้ไปร่วมสำรวจพื้นที่ในจังหวัดภูเก็ต ในช่วงเวลาของงานแถลงข่าวเปิดตัวรายชื่อศิลปินกลุ่มที่สอง และบังเอิญได้สนทนากับสองผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ (Artistic Director) ของมหกรรมศิลปะครั้งนี้อย่าง อริญชย์ รุ่งแจ้ง ศิลปินและภัณฑารักษ์ชาวกรุงเทพฯ และ เดวิด เทห์ (David Teh) นักเขียน ภัณฑารักษ์ นักวิชาการชาวออสเตรเลีย เกี่ยวกับความเป็นไปได้ของพื้นที่ในภูเก็ตสำหรับการจัดงานมหกรรมศิลปะไทยแลนด์เบียนนาเล่ครั้งนี้

โดยหนึ่งในผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์อย่าง เดวิด เทห์ เปิดฉากบทสนทนากับเราว่า

“ด้วยความที่ภูเก็ตยังไม่มีพื้นที่ทางศิลปะร่วมสมัย ซึ่งเป็นอะไรที่ค่อนข้างท้าทาย ในพื้นที่บางแห่งมีประเด็นเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของพื้นที่ ซึ่งเราหมายตาเอาไว้ ผมมองว่าเรามีพื้นที่มากเกินพอที่จะใช้ในการจัดแสดงงาน ถ้าคุณลองเดินไปทั่วเมืองภูเก็ต ซึ่งเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่นี่มีตึกหลายแห่งที่ไม่มีการใช้งาน เหตุผลหนึ่งที่มีการจัดเทศกาลศิลปะเบียนนาเล่ที่นี่ ก็คือการเสาะหาความเป็นไปได้ในการใช้พื้นที่ว่างเหล่านี้ ถ้าถามว่าพื้นที่แสดงงานที่นี่พร้อมสำหรับการจัดแสดงงานจริงๆ ไหม ก็ตอบว่าไม่ ในภูเก็ตยังไม่มีพื้นที่ที่พร้อมแสดงงานศิลปะร่วมสมัยแบบสำเร็จรูปเลยสักแห่งเดียว เราต้องทำอะไรบางอย่างกับพื้นที่ที่เราจะเข้าไปแสดงงาน”

“แต่พื้นที่บางแห่งเราก็ไม่อยากทำอะไรกับมันมาก ยกตัวอย่างเช่น พื้นที่โรงแรมร้าง ที่เราสนใจเข้าไปใช้ หรือโครงการอีกสามสี่แห่งที่ดูน่าสนใจ แต่เราก็มองว่าเงินของรัฐ (หรือภาษีประชาชน) ไม่ควรถูกใช้เข้าไปปรับปรุงอาคารเอกชนเหล่านั้น แต่ในบางพื้นที่เราก็ต้องปรับปรุงให้ปลอดภัย เข้าถึงได้ และมีระบบอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐาน”

“นอกจากนี้ เทศกาลของเรายังมีพื้นที่สำหรับนิทรรศการคู่ขนาน อย่างเช่น อาคารรู้ศึกษา รู้สึกตัว (Knowledge Knowing Center) ห้องสมุดเอกชนต่างๆ ที่ประชาชนในภูเก็ตสามารถเข้าถึงได้ เราคิดว่านี่คือพื้นที่สำหรับโครงการสาธารณะที่สามารถเปิดให้กิจกรรมคู่ขนาน หรือเปิดเป็นพื้นที่ให้ความรู้สำหรับประชาชนเกี่ยวกับนิทรรศการต่างๆ ซึ่งเราเชิญปราชญ์ชุมชนและนักวิชาการท้องถิ่นมาให้ความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ การเมืองท้องถิ่น ชุมชนชาติพันธุ์พื้นเมือง รวมถึงประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจอย่าง อย่างเช่น เหตุจลาจลกรณีและเผาโรงงานแทนทาลัมที่จังหวัดภูเก็ตในปี พ.ศ.2529 ซึ่งมีข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ ถึงแม้จะไม่ใช่ข้อมูลที่ครอบคลุมครบถ้วน แต่ก็มีผู้คนที่รู้เหตุการณ์และประวัติศาสตร์ รวมถึงหนังสือพิมพ์ และภาพข่าวจากช่างภาพข่าวต่างๆ เราจะเชิญผู้คนเหล่านี้ให้มาจัดแสดงนิทรรศการในพื้นที่เหล่านั้น ถึงแม้กิจกรรมเหล่านี้จะไม่ใช้นิทรรศการของไทยแลนด์เบียนนาเล่ ภูเก็ต โดยตรง แต่ก็เป็นโอกาสอันดีที่จะนำผู้คนให้เข้าร่วมมีบทสนทนากับท้องถิ่น ซึ่งเป็นโปรแกรมสาธารณะ”

“มีพื้นที่ใหญ่ๆ ที่เราเตรียมไว้สำหรับรองรับศิลปินอย่างน้อย 5-7 คน บางพื้นที่เป็นพื้นที่หลังอุตสาหกรรม ที่มีเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ เช่น อดีตโรงงานแทนทาลัม, โรงภาพยนตร์เพิร์ล ภูเก็ต, บ้านพระอร่ามสาครเขตร พื้นที่เหล่านี้จะรองรับศิลปินจำนวนหลายคน และมีความหมายทางประวัติศาสตร์อย่างชัดเจน ดังนั้น ประวัติศาสตร์เหล่านี้จะปรากฏในนิทรรศการ รวมถึงประวัติศาสตร์ของตัวอาคารเหล่านี้เอง สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นศูนย์กลางของธีมของมหกรรมศิลปะครั้งนี้”

“เมื่อคุณเดินทางมาชมนิทรรศการเหล่านี้ คุณจะต้องเดินทางเข้าไปในห้วงเวลาที่แตกต่างกัน หนึ่งในจำนวนนั้นอาจจะเป็นประวัติศาสตร์ เป็นเผ่าพันธุ์ เป็นความแตกต่างหลากหลาย ของผู้คนจากชุมชมต่างๆ ที่มีประสบการณ์ในหลากช่วงเวลา พื้นที่แสดงงานเหล่านี้ต่างถูกจัดสรรอย่างเป็นระบบ”

ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของมหกรรมศิลปะ ไทยแลนด์เบียนนาเล่ ภูเก็ต อริญชย์ รุ่งแจ้ง และ เดวิด เทห์

เมื่อฟังความเป็นมาเป็นไปเกี่ยวกับพื้นที่ทางศิลปะแบบทางเลือกเหล่านี้แล้ว ทำให้เราอดสงสัยไม่ได้ว่า ในมหกรรมศิลปะ ไทยแลนด์เบียนนาเล่ ครั้งนี้ ไม่มีการจัดแสดงผลงานศิลปะในพื้นที่ทางศิลปะตามขนบแบบที่เรียกกันว่า ห้องสี่เหลี่ยมสีขาว (White Cube) เช่น หอศิลป์ หรือพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยเลยหรือ ซึ่งเดวิดชี้แจงกับเราว่า

“ในมหกรรมศิลปะไทยแลนด์เบียนนาเล่ ภูเก็ต ครั้งนี้เรายังไม่มีแผนการในการใช้พื้นที่ทางศิลปะแบบ White Cube ในการจัดแสดงงาน ถ้าจะมีองค์กรหรือหน่วยงานไหนต้องการสร้างหอศิลป์หรือพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยขึ้นมาให้เราใช้งานในภูเก็ต เราก็พร้อมที่จะเปิดโอกาสให้พวกเขามีบทสนทนากับเรา แต่ตอนนี้พื้นที่แสดงงานของเรามีแค่อาคารเก่าอย่าง อาคารพาณิชย์เก่า ที่อยู่อาศัยเก่า โรงงานอุตสาหกรรมเก่า หรือพื้นที่ของเทศบาลจังหวัดอย่าง อาคารยิมเนเซียม 4,000 ที่นั่ง (สะพานหิน) ของภูเก็ต ทั้งในร่มและกลางแจ้ง ถึงแม้มันจะไม่ใช่พื้นที่ที่เหมาะสำหรับการจัดแสดงงานศิลปะมากนัก แต่เราก็ชอบตรงที่มันเป็นพื้นที่สาธารณะ ที่สาธารณชนชาวภูเก็ตใช้สอยอยู่ และถึงแม้จะมีการจัดนิทรรศการข้างใน แต่ตัวพื้นที่นี้ก็ยังคงเปิดให้สาธารณชนใช้งานอยู่ตามปกติ ทั้งภายในและภายนอกอาคาร ไม่ว่าจะเป็นผู้คนที่มาออกกำลังกาย ครอบครัวที่มาใช้งาน ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับคนทุกชนชั้น ไม่เพียงแค่ชนชั้นกลางมาใช้งานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงชนชั้นแรงงานด้วย สถานที่เหล่านี้เป็นพื้นที่สำหรับนักท่องเที่ยวภายในประเทศหรือนักท่องเที่ยวท้องถิ่น”

“เราหวังว่าเราจะแสดงให้เห็นถึงแง่มุมอันหลากหลายของเมืองนี้ให้แก่ผู้ที่มาชมงาน”

สองผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของมหกรรมศิลปะ ไทยแลนด์เบียนนาเล่ภูเก็ต อริญชย์ รุ่งแจ้ง กับ เดวิด เทห์ (กลาง) และสองภัณฑารักษ์ เฮร่า เฉิน และ มาริสา พันธรักษ์ราชเดช (ซ้าย/ขวา)

ในขณะที่ อริญชย์ รุ่งแจ้ง อีกหนึ่งผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ เสริมท้ายกับเราว่า

“ในการทำมหกรรมศิลปะครั้งนี้ที่ภูเก็ต เราต้องมองผ่านพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของเมืองแห่งนี้ จากแหล่งทำเหมืองแร่ กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว อย่างเช่น คนในแต่ละตระกูล ที่สมัยก่อนเป็นเจ้าของธุรกิจเหมืองแร่ ในปัจจุบันก็กลายเป็นเจ้าของธุรกิจรีสอร์ต หรือสนามกอล์ฟ พอเวลาผ่านไป อดีตเจ้าของธุรกิจเหมืองแร่ เขาก็โอนย้ายคนงานทั้งหมดไปทำงานในธุรกิจใหม่ทั้งหมด เพราะฉะนั้น ก็จะไม่มีช่องทางที่จะให้สร้างพื้นที่ทางศิลปะ วัฒนธรรม ถามว่าภูเก็ตเคยมีการวางแผนที่จะสร้างเมืองให้ศิลปะเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องไหม? มันไม่เคยอยู่ในแผนเลย ถ้าเรามองตามความเป็นจริงว่าภูเก็ตมีแผนพัฒนาเมืองอย่างไร ก็มีแค่สองแผน แผนแรกคือใช้เป็นพื้นที่ทำเหมืองแร่ ซึ่งเชื่อมกับสัมปทานเหมืองและอาณานิคมของอังกฤษ หลังจากนั้นก็คือแผนพัฒนาเป็นเมืองท่องเที่ยว ซึ่งทั้งสองแผนนี้ไม่มีการพัฒนาให้ภูเก็ตเป็นเมืองทางศิลปวัฒนธรรม เพราะฉะนั้น ศิลปวัฒนธรรมก็จะเกิดขึ้นตามกลุ่มชุมชน ผู้คนต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น คนจีนไปศาลเจ้า คนมุสลิมไปมัสยิด คนไทยก็ไปวัด ศิลปวัฒนธรรมก็จะปรากฏอยู่ตามพื้นที่ของชุมชนเหล่านี้ แต่ไม่มีอยู่ในแผนพัฒนาเมือง”

“เพราะฉะนั้น โจทย์ของเราก็จะไม่มีเรื่องของการใช้พื้นที่ทางศิลปะที่มีอยู่แล้วในการจัดแสดงงานเลย แต่เราก็ใช้ปัจจัยที่ว่านี้ในการเป็นโจทย์ของเรา อย่างการเปลี่ยนแปลงจากพื้นที่เหมืองแร่กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยว เราก็ต้องมองว่าเราจะใช้งานศิลปะไปอยู่ภายใต้แนวคิดของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้อย่างไร”

อดีตโรงงานแทนทาลัม ภูเก็ต ขอบคุณภาพจาก สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม

อดีตโรงงานแทนทาลัม ภูเก็ต ขอบคุณภาพจาก สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม

“เราไม่ได้มองว่าสิ่งนี้ต้องมีแต่ศิลปะอย่างเดียวโดดๆ อย่างเช่น เราได้ไปคุยกับทาง อินเตอร์คอนติเนนตัล ภูเก็ต รีสอร์ท ที่เขามีโครงการกลับคืนสู่สังคม ในการซื้อเรือมาเก็บขยะที่ชายฝั่ง โดยทำมาสามปีแล้ว แต่คนยังไม่ค่อยรับรู้กัน เราก็เสนอให้มีงานศิลปะเข้าไปมีส่วนร่วมกับโครงการนี้ ไม่ใช่แค่การทำงานศิลปะไปแสดงเฉยๆ แต่จะทำอย่างไรให้ศิลปะช่วยขับเน้นให้โครงการนี้เป็นที่รับรู้มากขึ้น เราก็นึกถึงศิลปินอย่าง อิบราฮิม มาฮามา (Ibrahim Mahama) ที่เก็บเอาขยะและเศษวัสดุเหลือใช้มาทำงานศิลปะ มาทำงานร่วมกับอินเตอร์คอนติเนนตัลฯ ให้เป็นโครงการศิลปะขึ้นมา หรือการที่เราไปปรึกษาหารือกับทาง ปอร์โต เดอ ภูเก็ต ว่าเราอยากจะทำพื้นที่นิทรรศการให้เกิดการแลกเปลี่ยนทางสังคมขึ้นมา การทำแบบนี้ก็จะทำให้ไม่ใช่เพียงแค่ทำให้ศิลปะผุดขึ้นมาจากกระบอกไผ่เฉยๆ หากแต่เป็นการเกาะเกี่ยวเชื่อมโยงกับสังคมและชุมชน อย่างเช่น วันหนึ่งเราไปแหลมพรหมเทพ แล้วพบนายก อบต. ที่บอกเราว่า ศาลาที่อยู่ตรงนี้เก่าแล้ว กำลังจะรื้อทิ้ง มีงบประมาณในการสร้างขึ้นใหม่ เราก็เสนอว่า ทำไมเราไม่เพิ่มงบฯ ขึ้นอีกนิดหน่อย แล้วให้ศิลปินมาทำให้เลย สิ่งเหล่านี้เป็นโอกาสที่เราจะได้สร้างโครงการศิลปะขึ้นมา”

“เพราะฉะนั้น เราก็ไม่ได้มีแผนการที่จะสร้างภูเก็ตให้กลายเป็นเมืองศิลปะ แต่อะไรที่มีอยู่แล้ว และกำลังจะเปลี่ยนแปลง กำลังจะแปรสภาพ เช่นเดียวกับภูเก็ต ที่เปลี่ยนจากดินแดนเหมืองแร่กลายเป็นเมืองท่องเที่ยว เราก็ใช้ศิลปะเป็นตัวเชื่อม ตัวสอดแทรก บูรณาการเข้าไป เป็นลักษณะนี้เป็นส่วนใหญ่ ส่วนใหญ่พื้นที่ที่เลือกก็มักจะเป็นพื้นที่ที่ไม่ประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถ้าเรามองในแง่ของความเป็นจริง อย่างเช่น โรงหนังเพิร์ล ภูเก็ต ที่ปิดกิจการไป เพราะโรงหนังสแตนด์อโลนนั้นอยู่ไม่ได้จากการมาถึงของโรงหนังมัลติเพล็กซ์ในห้างสรรพสินค้า เราก็จะต้องคิดว่า เราจะเปลี่ยนโรงหนังสแตนด์อโลนแห่งนี้ให้เป็นพื้นที่ทางศิลปะได้อย่างไร เราก็เลยเข้าไปใช้โรงหนังแห่งนี้”

บ้านพระอร่ามสาครเขตร (ตันเพ็กฮวด ตัณฑัยย์)

บ้านพระอร่ามสาครเขตร (ตันเพ็กฮวด ตัณฑัยย์)

โรงภาพยนตร์เพิร์ล ภูเก็ต

“วิธีการเข้าถึงเขาก็คือ เจ้าของโรงหนังยังไม่มีไอเดียว่าจะเอาพื้นที่แห่งนี้ไปทำอะไรต่อ เราก็เสนอว่า ในเมื่อตอนนี้มีมหกรรมศิลปะลงมาจัดที่นี่ เราก็ใช้โรงหนังแห่งนี้เป็นพื้นที่ทางศิลปะดีไหม? เราก็เลยได้ใช้โรงหนังเพิร์ล, โรงโบว์ลิ่ง เพิร์ล โบว์ล หรือเราได้คุยกับคุณอัญชลี วานิช เทพบุตร นายกสมาคมศิลป์ภูเก็ต ก็มองเห็นว่า จริงๆ แล้วภูเก็ตเป็นเมืองที่ท่องเที่ยวได้แค่เพียงครึ่งปี ส่วนอีกครึ่งปีหลังไม่มีเทศกาลอะไรให้เที่ยว เขาก็เลยเอาศิลปวัฒนธรรมมาเป็นจุดเสริม ดังนั้น แทนที่เราจะใช้พื้นที่ทางศิลปะแบบ White Cube เราก็นำเสนอความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนพื้นที่ทางธุรกิจที่ถูกทิ้งร้างหรือเลิกกิจการในภูเก็ตให้กลายเป็นพื้นที่ทางศิลปะในมหกรรมศิลปะ ไทยแลนด์เบียนนาเล่ ภูเก็ตครั้งนี้นั่นเอง”

มหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ ไทยแลนด์เบียนนาเล่ ภูเก็ต 2025 จะจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2568-เมษายน 2569 ที่จะถึงนี้ ส่วนจะมีงานศิลปะอันน่าตื่นตาตื่นใจและแปลกแหวกแนวขนาดไหนให้เราชมกันนั้น

เราก็คงต้องรอติดตามกันต่อไปด้วยใจระทึกพลันนะครับ ท่านผู้อ่าน •

 

อะไร(แม่ง)ก็เป็นศิลปะ | ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

56 ปียิงสดบอลโลกในไทย ค่าลิขสิทธ์จากร้อยสู่พันล้าน
การแยกทางของ ‘ลิเวอร์พูล’ กับ ‘ชล็อต’ เพราะฟุตบอลใช้หัวใจมากกว่าอัลกอริธึ่ม
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 5 – 11 มิถุนายน 2569
ทดสอบฮอนด้า CR-V e:HEV 2026 เพิ่มออปชั่นขับสนุก-นั่งสบายเหมือนเดิม
หยีทะเล พืชสามัญแต่ไม่ธรรมดา
ต้มซูเปอร์ปีกไก่
อสังหาฯ บ้านคอนโดฯ ‘ไหลย้อนกลับ’
E-DUANG | สัมพันธ์ ภูมิใจไทย เพื่อไทย จุดพลิก รัฐบาล ฝ่ายค้าน
‘แดง’ หวนคุมพืชสวนโลกอีสาน ตามรอยราชพฤกษ์ 2549 ยุค ‘นายใหญ่’
​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาเนินขาม ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
“อนุทิน” ตอบปม UNCLOS ย้ำ ยังไม่ถึงเวลาฟื้นสัมพันธ์-ไม่มีเปิดด่าน มั่นใจรักษาอธิปไตยได้เต็มที่ !
การทูตไม้ไผ่ (Bamboo Diplomacy)ของเวียดนาม : พัฒนาการและข้อจำกัด