พิธีศพ อาลี คาเมเนอี : วาทกรรมแห่งศาสนา และอำนาจการทูตผ่านมุมมองภาษาศาสตร์
บทความพิเศษ | อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
พิธีศพ อาลี คาเมเนอี
: วาทกรรมแห่งศาสนา
และอำนาจการทูตผ่านมุมมองภาษาศาสตร์
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน
พิธีศพของอยาตุลลอฮ์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ณ ศูนย์ประกอบศาสนกิจ แกรนด์ โมซัลลา ในกรุงเตหะราน ไม่ได้เป็นเพียงการไว้อาลัยต่อบุคคลสำคัญระดับโลกเท่านั้น
แต่ยังเป็นเวทีที่สะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนระเบียบอำนาจและจุดยืนทางยุทธศาสตร์ของอิหร่าน ท่ามกลางบรรยากาศความขัดแย้งที่ยังคงระอุในภูมิภาคตะวันออกกลาง
โดยมีประชาชนและคณะผู้แทนจากทั่วโลกเข้าร่วมอย่างคับคั่งเพื่อส่งสัญญาณความเป็นเอกภาพของอิหร่านหลังสงครามกับสหรัฐฯ และอิสราเอล
ในขณะที่ประเทศไทยส่งนายปานปรีย์ พหิทธานุกร ประธานคณะที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะผู้แทนพิเศษของนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมพิธีศพของอยาตุลลอฮ์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ณ กรุงเตหะราน โดยได้แสดงความเสียใจต่อรัฐบาลและประชาชนอิหร่านต่อการสูญเสียครั้งสำคัญของประเทศ ซึ่งสะท้อนถึงมิตรภาพอันยาวนานระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน
ประธานคณะที่ปรึกษาฯ ยังพบหารือกับ ดร.เซย์เยด อับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน โดยแสดงความหวังของไทยว่า การดำเนินการตามบันทึกความเข้าใจอิสลามาบัดและการเจรจาในช่วง 60 วัน จะนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืน
ทั้งยังเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจระหว่างอิหร่านกับนานาประเทศ ซึ่งรวมถึงการเพิ่มพูนความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับอิหร่าน
การทูตผ่านโองการ
: วาทกรรมในพิธีกรรม
จุดที่น่าจับตามองและเป็นกุญแจสำคัญในการวิเคราะห์การทูตครั้งนี้ คือการเลือกโองการจากอัลกุรอานเพื่อต้อนรับคณะผู้แทนจากแต่ละประเทศและกลุ่มการเมืองต่างๆ อาจารย์รุสนันท์ เจ๊ะโซ๊ะ นักวิชาการด้านภาษาศาสตร์ประจำมหาวิทยาลัยมาลายา ได้ตั้งข้อสังเกตไว้อย่างน่าสนใจว่า การใช้โองการทางศาสนาในบริบทการเมืองระหว่างประเทศไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการเลือกสรรถ้อยคำอย่างตั้งใจเพื่อสื่อสารถึงทัศนะ นโยบาย และสถานะความสัมพันธ์ที่อิหร่านมีต่อแต่ละฝ่าย
โดยอาจารย์รุสนันท์ให้ทัศนะว่า
ในระหว่างพิธีศพของอยาตุลลอฮ์ อาลี คาเมเนอี รัฐบาลอิหร่านได้เปิดโองการจากอัลกุรอาน ต้อนรับคณะผู้แทนต่างประเทศแต่ละคณะ โองการที่เลือกจะเป็นการตั้งใจหรือไม่ อันนี้ไม่อาจทราบได้ แต่ถ้าดูแต่ละโองการที่เปิด เหมือนจะสื่อเป็นนัยว่ารัฐบาลอิหร่านมีทัศนะต่อแต่ละประเทศหรือแต่ละกลุ่มอย่างไร
ตัวอย่างเช่น
ฮามาส – “ในหมู่บรรดาผู้ศรัทธานั้น มีบุรุษผู้ซื่อสัตย์ต่อพันธสัญญาที่พวกเขาให้ไว้กับอัลลอฮ์ บางคนได้ทำตามคำมั่นนั้นสำเร็จแล้ว และบางคนกำลังรอคอยเวลาของตน พวกเขาไม่เคยเปลี่ยนแปลงคำมั่นของตนแม้แต่น้อย”
ฮิซบุลลอฮ์ – “อย่าได้อ่อนกำลังหรือโศกเศร้า เพราะพวกเจ้าจะเป็นฝ่ายมีชัย หากพวกเจ้าเป็นผู้ศรัทธาอย่างแท้จริง หากพวกเจ้าได้รับบาดเจ็บ พวกเขาก็ได้รับบาดเจ็บเช่นเดียวกัน เราให้วันแห่งชัยชนะและความพ่ายแพ้หมุนเวียนกันไปในหมู่มนุษย์ เพื่อให้อัลลอฮ์ทรงรู้จักผู้ศรัทธาที่แท้จริง และทรงเลือกผู้พลีชีพจากหมู่พวกเจ้า และอัลลอฮ์ไม่ทรงรักบรรดาผู้อธรรม”
ญิฮาดอิสลามปาเลสไตน์ – “เพื่อที่อัลลอฮ์จะทรงอภัยความผิดทั้งในอดีตและอนาคตของเจ้า ทรงทำให้ความโปรดปรานของพระองค์สมบูรณ์แก่เจ้า ทรงนำทางเจ้าไปสู่หนทางอันเที่ยงตรง และทรงช่วยเหลือเจ้าด้วยชัยชนะอันยิ่งใหญ่”
จีน – “อัลลอฮ์ทรงกำหนดสิ่งนี้ไว้เพียงเพื่อเป็นข่าวดีแก่พวกเจ้า และเพื่อให้หัวใจของพวกเจ้ามั่นใจ เพราะชัยชนะนั้นมาจากอัลลอฮ์เท่านั้น”
กองกำลังฮัชด์ อัล-ชะอ์บี ของอิรัก – “และอย่าได้กล่าวถึงผู้ที่ถูกสังหารในหนทางของอัลลอฮ์ว่าเป็นผู้ตาย แท้จริงแล้วพวกเขายังมีชีวิตอยู่ แต่พวกเจ้าไม่อาจรับรู้ได้”
ซาอุดีอาระเบีย – “แท้จริงแล้ว มีบทเรียนสำหรับพวกเจ้าในกองทัพสองฝ่ายที่เผชิญหน้ากัน ฝ่ายหนึ่งต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮ์ ส่วนอีกฝ่ายเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธา ผู้ศรัทธามองเห็นศัตรูว่ามีกำลังมากกว่าพวกตนถึงสองเท่า แต่อัลลอฮ์ทรงช่วยเหลือผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ด้วยชัยชนะของพระองค์ แท้จริงในเรื่องนี้มีบทเรียนสำหรับผู้มีปัญญา”
กาตาร์ – “เพื่อที่อัลลอฮ์จะทรงอภัยความผิดทั้งในอดีตและอนาคตของเจ้า ทรงทำให้ความโปรดปรานของพระองค์สมบูรณ์แก่เจ้า ทรงนำทางเจ้าไปสู่หนทางอันเที่ยงตรง และทรงช่วยเหลือเจ้าด้วยชัยชนะอันยิ่งใหญ่”
ทูร์เคีย – “อัลลอฮ์ทรงยกฐานะของผู้ที่ต่อสู้ด้วยทรัพย์สินและชีวิตของตนให้สูงกว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลัง แม้อัลลอฮ์จะทรงสัญญารางวัลอันดีแก่ทุกคน แต่ผู้ที่ต่อสู้นั้นจะได้รับผลตอบแทนที่ยิ่งใหญ่กว่ามาก”
ปากีสถาน – “และจงกล่าวว่า ‘ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ โปรดให้ข้าพระองค์เข้าสู่สถานที่อย่างมีเกียรติ และออกจากสถานที่อย่างมีเกียรติ และโปรดประทานอำนาจสนับสนุนจากพระองค์แก่ข้าพระองค์'”
อียิปต์ – “รางวัลของพวกเขาจากพระเจ้าของพวกเขาคือสวนสวรรค์อันถาวร ซึ่งมีสายน้ำไหลผ่าน และพวกเขาจะพำนักอยู่ในนั้นตลอดกาล อัลลอฮ์ทรงพอพระทัยในพวกเขา และพวกเขาก็พอใจในพระองค์ สิ่งนี้มีไว้สำหรับผู้ที่ยำเกรงพระเจ้าของตนเท่านั้น”
รัสเซีย – “สถานพำนักอันถาวรในปรโลกนั้น เราจะกำหนดไว้สำหรับผู้ที่ไม่แสวงหาความยิ่งผยองหรือความอธรรมบนหน้าแผ่นดิน และไม่ก่อความเสียหาย และจุดจบอันประเสริฐย่อมเป็นของผู้ยำเกรงต่ออัลลอฮ์”
รัฐบาลตอลีบัน – “แท้จริง เราได้มอบชัยชนะอันชัดแจ้งแก่เจ้าแล้ว เพื่อให้อัลลอฮ์ทรงอภัยโทษแก่เจ้าทั้งในสิ่งที่ผ่านมาและสิ่งที่จะมาถึง ทรงทำให้ความโปรดปรานของพระองค์ที่มีต่อเจ้าสมบูรณ์ และทรงชี้นำเจ้าไปสู่หนทางอันเที่ยงตรง”
มาเลเซีย – “และจงให้มีกลุ่มหนึ่งจากหมู่พวกเจ้าที่เชิญชวนไปสู่ความดี สั่งใช้ในสิ่งที่ชอบธรรม และห้ามปรามจากสิ่งที่ชั่ว และชนเหล่านี้แหละคือผู้ที่ประสบความสำเร็จ”
นัยยะแฝงและสมรภูมิทางสัญลักษณ์
ในมุมมองทางภาษาศาสตร์ การสื่อสารด้วยวิธีนี้คือการใช้ “วาทกรรมทางศาสนา” เพื่อสร้างตำแหน่งแห่งที่ (Positioning) ทางอำนาจ ในขณะที่การทูตสากลใช้แถลงการณ์ร่วม อิหร่านกลับเลือกใช้โองการเพื่อกำหนดนิยามความสัมพันธ์
ความซับซ้อนของความสัมพันธ์ซาอุดีอาระเบีย-อิหร่าน : สำหรับซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเคยเป็นเสมือนฐานทัพและเป็นขั้วตรงข้ามทางยุทธศาสตร์ โองการที่ว่าด้วย “บทเรียนสำหรับผู้มีปัญญาจากกองทัพสองฝ่ายที่เผชิญหน้ากัน” สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่ถูกระงับไว้ การเลือกใช้โองการนี้เปรียบเสมือนการเตือนสติถึงความสูญเสียในอดีต และเป็นการเชิญชวนในเชิงสัญลักษณ์ให้หันมาใช้ “ปัญญา” เหนือ “อารมณ์” เพื่อก้าวข้ามความขัดแย้งที่เคยเกิดขึ้น
การตอกย้ำพันธมิตร : กลุ่มอย่าง **ฮามาส ฮิซบุลลอฮ์ หรือญิฮาดอิสลาม** ได้รับโองการที่เน้นย้ำเรื่อง “พันธสัญญา” และ “การรับรองชัยชนะ” เพื่อเป็นการยืนยันความแข็งแกร่งของเครือข่ายอิทธิพลในภูมิภาค แม้ผู้นำสูงสุดจะล่วงลับไปแล้ว
การวางสถานะต่อมหาอำนาจและพันธมิตรอื่น : สำหรับจีน รัสเซีย หรือประเทศอื่นๆ โองการที่เลือกถูกออกแบบมาเพื่อสร้างฐานความชอบธรรมทางอุดมการณ์ ในขณะเดียวกันก็สื่อสารว่าความร่วมมือระหว่างอิหร่านกับประเทศเหล่านั้นอยู่ภายใต้กรอบของศีลธรรมและความยำเกรงต่อพระเจ้า
การทูตที่ลึกซึ้งกว่าคำพูด
ทําไมต้องเป็นอัลกุรอาน?
เหตุผลสำคัญคือในโลกมุสลิม การใช้โองการศักดิ์สิทธิ์คือการยกระดับเรื่องการเมืองให้กลายเป็นเรื่อง “ศรัทธา” ทำให้ยากต่อการโต้แย้งหรือปฏิเสธ
นี่คือ “ซอฟต์เพาเวอร์” ทางศาสนาที่อิหร่านใช้สื่อสารทั้งกับแขกบ้านแขกเมืองและคนในชาติ เพื่อยืนยันว่าอิหร่านยังคงเป็นผู้นำที่มีจุดยืนทางอุดมการณ์ที่มั่นคง แม้ในช่วงเวลาของการเปลี่ยนผ่านที่เปราะบาง
การกระทำเช่นนี้ยังแสดงให้เห็นถึงการทำงานของ “ฟังก์ชั่นการทูตในภาวะสงคราม” ที่ประเทศในอ่าวอาหรับต่างตระหนักดี การส่งตัวแทนระดับสูงมาร่วมงานท่ามกลางความขัดแย้งที่ผ่านมา
สะท้อนถึงการรักษาสมดุลทางการทูตที่ทุกฝ่ายต่างระมัดระวังไม่ให้ก้าวไปสู่การเผชิญหน้าเต็มรูปแบบอีกครั้ง
สรุป
พิธีศพของอาลี คาเมเนอี จึงเป็นบทเรียนด้านการทูตที่น่าสนใจยิ่ง ในขณะที่ภาพข่าวคือความโศกเศร้า
แต่เบื้องหลังพิธีกรรมคือการใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางศาสนามาเป็นเครื่องมือในการ “ข่มขวัญ” หรือ “เชิดชู” ตามความเหมาะสมของสถานการณ์
การทูตผ่านโองการเหล่านี้ไม่ได้เพียงแค่ส่งสาร แต่เป็นการประกาศอำนาจต่อรองทางศีลธรรมที่อิหร่านใช้สื่อสารกับโลกภายนอกอย่างแยบยล
ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่า ในดินแดนตะวันออกกลาง “ความหมายที่ซ่อนอยู่” ในแต่ละถ้อยคำ มักมีน้ำหนักมากกว่าแถลงการณ์ทางการทูตใดๆ
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
