bg-single

อนาคต “2020 ENTERTAINMENT” และรายการ “ตีสิบ” ในวันที่คู่แข่ง “มาพรึบ” ไม่แตกไลน์ตายแน่!

30.06.2018

แม้จะเป็นลูกสาวคนโตของวิทวัจน์ สุนทรวิเนตร์ หากปอย-นัทธชา ก็บอกชัดเจนว่า เธอเองไม่เคยนึกว่าจะต้องมารับหน้าที่เป็นผู้จัดการทั่วไปในบริษัท ทเว็นตี้ ทเว็นตี้ เอ็นเทอร์เทนเมนต์ จำกัด เนื่องจากหลังเรียนจบปริญญาโทด้านการตลาด เอกด้านการวางกลยุทธ์ ก็สนุกกับงานที่ปรึกษาด้านการสร้างแบรนด์ให้ธุรกิจต่างๆ มาตลอด กระทั่งเมื่อราว 5 ปีก่อนที่ “พ่อเริ่มเกริ่น”

ฟังแล้วเธอยังไม่ตอบรับ ด้วย “ไม่ค่อยแน่ใจ”

เนื่องจาก “อยู่ด้วยกันก็เถียงกัน จะทำงานด้วยกันได้ยังไง”

แต่สัก 2 ปีให้หลังที่ดูก็รู้ว่าธุรกิจมันหนักจริงๆ ดังนั้น พอถูกถามอีกครั้ง จึงว่า “ก็ได้” และ “ไอ้คำว่าก็ได้นี่พลิกชีวิตมาก” ปอยในวัย 36 ปี เล่าพลางหัวเราะ

บอกอีกว่า ความจริงก่อนตอบรับ แต่ด้วยความที่พ่อพูดถึงธุรกิจด้วยความท้ออยู่บ่อยครั้ง เธอจึงได้ถามวิทวัจน์ไปคำหนึ่งว่า “ป๊าอยากให้มันไปต่อหรืออยากให้มันจบ กลายเป็นตำนาน”

คำตอบที่ได้คือ อยากไปต่อ ฟังแค่นั้นแล้วปอยก็พร้อมลุย โดยเริ่มจัดการระบบภายใน ดูว่ามีอะไรอยู่ใต้พรม รวมถึงอื่นๆ ที่ต้องเร่งแก้ไข

“เอาในบ้านให้รอดก่อน” คือวิธีคิด

จากนั้นก็เริ่มปรับโฉมออฟฟิศ วางโครงการสร้างระบบ จัดการกฎระเบียบ เพราะที่ผ่านมาแม้ทุกคนจะทำงานด้วยใจ ถึงขนาดบางคนมาทำงานแบบไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีพักร้อนกี่วัน หรือพอพ่อแม่ป่วยก็ไปขอหยุดเป็นครั้งๆ ซึ่งเธอเห็นว่าควรแก้ไข

ฟังแล้วก็สงสัยว่า การเข้าไปพร้อมการเปลี่ยนแปลงอย่างนี้ ปฏิกิริยาของพนักงานเป็นอย่างไร?

“เอาเป็นว่าตอนนี้เข้าใจว่าโลกก็คือละคร เอาทฤษฎีอะไรมาใส่ไม่ได้ การแก้ไขปัญหาในองค์กรของสังคมไทยมันก็ต้องมีนางเอก มีพระเอก มีนางร้าย เราเคยพยายามเป็นนางเอก ค่อยๆ เปลี่ยนแปลง ค่อยๆ คุย รอมาปีหนึ่ง ไม่เวิร์ก เพราะบางอย่างต้องเฉียบพลัน ก็เป็นนางร้ายก็ได้ แต่นางร้ายไม่ได้มีเจตนาจะเอาเงินพระเอก ไม่ได้จะมาแย่ง มาจับ ฉันต้องการให้ดี แต่กว่าคุณจะข้ามไปมีความสุขได้ คุณต้องเจอการเปลี่ยนแปลงก่อน ผ่านฉันก่อน”

“ซึ่งจริงๆ เราไม่เคยอยู่ในโพสิชั่นแบบนี้ เคยแต่ให้คำแนะนำ แต่นี่ทุกวันมันอยู่ที่มือเราหมดเลย ทุกวันความเป็นไปได้มีเป็นร้อยแปด ฉันจะหยิบกลยุทธ์ไหนขึ้นมาใช้ แล้วรับผลมันได้ไหม”

“ต่อหน้าที่ทำงานเราต้องสู้นะ แต่กลับบ้านก็ร้องไห้ทุกวันอยู่ปีหนึ่ง”

ด้วยช่วงนั้น “ธุรกิจก็ดาวน์ พี่ๆ ที่เคยเห็นเราตั้งแต่เด็ก ใส่เอี๊ยมอยู่โรงเรียน วันนี้เราจะมาเปลี่ยนชีวิตเขา ให้เขาทำงานหนักขึ้น มันก็จะมีทั้งเรื่องอยากจะเก็บความสัมพันธ์ แต่บางทีมันไม่ได้จริงๆ ถ้าเห็นแก่ตัว เลือกความสัมพันธ์ ฉันก็มีความสุข มีคนรัก แต่ถ้าเลือกงาน ต้องยอมให้เขาเกลียด ยอมให้เขารู้สึก ไอ้นี่มาทำฉันเหนื่อย ทำไมต้องเปลี่ยน แบบเดิมก็ดีอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ใช่หน้าที่ที่จะบอกว่าพี่ขา อีก 10 ปีมันจะเป็นยังไง พี่คิดบ้างมั้ย มันไม่ใช่ภาระที่พนักงานจะต้องมารับรู้เรื่องนี้”

กับสถานการณ์ที่เล่ามา เธอบอกว่าความเป็นจริงคือ แม้บริษัทจะยังไปได้ แต่ก็อย่างที่รู้ๆ กันว่าการแข่งขัน ณ ปัจจุบันนี้รุนแรงขนาดไหน ดังนั้น ในสายตาของเธอที่เรียนด้านการตลาด อีกทั้งเคยทำงานบริษัทโฆษณา เห็นตัวเลขต่างๆ นานาและแนวโน้มที่น่าจะเกิดขึ้นจึงรู้สึกว่า ยิ่งเร่งปรับได้เท่าไหร่ยิ่งเป็นเรื่องดี

“ที่ผ่านมาสภาพการแข่งขันมันน้อยมาก 1 โปรดักต์เหมือนมีคู่แข่งอีกแค่ 3 เจ้า ยังไงก็ต้องได้ตังค์ แต่อยู่ดีๆ วันนี้มาพรึบเลย ถ้าไม่แข็งแรง ถ้าไม่พร้อมจะแตกไลน์ ไม่พร้อมย้ายโพสิชั่นนิ่ง คุณตายแน่ๆ ถ้าอยู่ที่เดิม”

ซึ่งทั้งหมดนี้เธอว่าวิทวัจน์ก็รู้ดี จึงเอ่ยขอให้เธอเป็นตัวช่วย อาจเพราะก่อนหน้านี้เมื่อราว 10 ปีก่อน เธอซึ่งทำงานฝั่งกลยุทธ์ของบริษัทโฆษณาเคยบอกเขาว่า ยังไงเสียอินเตอร์เน็ตก็ต้องมา และเมื่อวันเวลาพิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นจริงก็เลยไว้ใจ

ส่วนว่ามีแผนจะทำอะไรกับบริษัทบ้างนั้น เธอก็ว่าจะขยายงาน คือนอกเหนือจากทำรายการตีสิบเดย์และดันดาราแล้ว ก็จะเป็นโปรดักชั่นเฮาส์รับผลิตงานให้ลูกค้า

“เมื่อก่อนปอยวางกลยุทธ์การสื่อสารให้ ลูกค้าก็ต้องไปจ้างคนอื่นทำ แต่ตอนนี้เราจะทำคอนเทนต์ให้ด้วย แปลว่าทำได้ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ถ้าลูกค้าอยากได้คลิปคอวลิตี้รายการทีวี เราก็ทำ โดยไม่ชนลูกค้าของเราคือมีเดียเอเยนซี่ อยากซื้อไท-อินสามารถไปซื้อผ่านมีเดียเอเยนซี่เหมือนเดิม แต่ถ้าอยากให้เราเป็นโปรดักชั่นเฮาส์ก็มา”

ขณะที่ในส่วนรายการตีสิบเดย์ เธอก็จะปรับส่วนเนื้อหาให้เข้มข้นขึ้น กล้าขึ้น และสนุกขึ้น

“พ่อมีความเซฟ เป็นผู้ใหญ่ที่พูดจาเพราะ เขาคิดเสมอว่ารายการเราจะต้องมีสาระ ไม่ล้วงลึกเกินไป ซึ่งปอยว่าดี เพราะตอนนี้หลายๆ สถานีก็เกินไป เราจะเก็บความมารยาทดีไว้ ขยี้พอเหมาะพอควรแบบเรา แต่การเล่าเรื่องให้สนุกขึ้น”

สําหรับตัวพิธีกรซึ่งปัจจุบันอายุ 64 ปีแล้วนั้น

“เขาพูดตลอดว่าอยากเลิกทำงาน แต่ไม่เห็นเลิกเลย พูดมาเป็นสิบปีแล้ว เอาจริงๆ เขายังมีไฟ เขาเก่ง น้องที่ทำงานด้วยยังว้าวกับความรู้เขา” ปอยเผยพลางหัวเราะ

“เคยสัมภาษณ์พิธีกรชาย 4-5 คนที่ดังๆ ที่คิดจะเอามาแทน แต่ป๊าบอกว่าทุกคนมีแคแร็กเตอร์ของตัวเอง จะมาเป็นวีที 2 ไม่ได้ ถ้าเป็นรายการเมืองนอก เช่น “เลทไนท์โชว์” โครงสร้างรายการมันใหญ่กว่าตัวพิธีกร พิธีกรก็มาปรับบทบาทไปตามแคแร็กเตอร์รายการ แต่ของไทยแคแร็กเตอร์รายการกับพิธีกรคืออย่างเดียวกัน เพราะมันสร้างมาจากเพอร์ชั่นแนลลิตี้ ไม่ได้สร้างจากคอนเซ็ปต์”

“ถ้าคอนเซ็ปต์ใหญ่กว่าจะเป็นใครก็ได้มา เพราะคนรอดูคอนเซ็ปต์ แล้วพิธีกรเป็นตัวดึงดูด แต่ของรายการไทย พิธีกรใหญ่กว่า คนอยากดูเพราะเป็นคนนี้”

“ป๊าบอกไว้ว่าจะทำต่อไปทั้งหมดนี้ ทั้งรายการตีสิบเดย์ ดันดารา ออนไลน์ รับจ้างผลิต อีเวนต์ ที่ผ่านมาเราขายแค่ยี่สิบทั้งๆ ที่มีร้อย เรามีศักยภาพ ธุรกิจยังมีโอกาส”

“แค่ต้องลุย”



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ดร.เรือบิน เผยวัตถุดิบสุดท้ายที่พิสูจน์ว่า #เลือกตั้งไม่ลับ ทั้งสองใบ ได้ถูกส่งให้ผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว
เปิดตัว “Thai Content Hub (TCH)” คลังข้อมูลภาพยนตร์ไทย ผลักดันหนังไทยสู่เวทีโลก
สส.วิทวัส พรรคประชาชน ชี้กระทรวงพาณิชย์ จัดงบปี 70 หลายโครงการเสี่ยงไม่คุ้มค่า ซ้ำซ้อนหน่วยงานอื่น
สภาสังคมสงเคราะห์ระดมแนวคิดกำหนดยุทธศาสตร์ “ปลัดเก่ง-ดร.วันดี” ร่วมแจม!!
เชลยศึกสงครามลาว (47)
ลักษณ์ แห่ง ตัวแทน ‘ศรีบูรพา’ สงครามชีวิต ความคิด การเมือง
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (192)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับประวัติศาสตร์ไทยฉบับวิพากษ์ (30)
รื้อหอพักอ่างแก้ว : war of position ว่าด้วยคุณค่ามรดกสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ (1)
E-DUANG | วันอาทิตย์ 13 กันยายน เริ่มต้น จุดตัด การเมือง
“ยศชนัน” ควง รมช.เกษตร นำ สส.เพื่อไทย ซื้อนมปั่นไทยเดนมาร์ค ส่งเสริม – อุดหนุนเกษตรกรโคนม
”วรวงศ์“ ห่วง ไทยโดนภาษีสหรัฐฯ เพิ่ม จี้ ”ศุภจี“ ตอบให้ชัด ปิดดีลแล้วหรือยัง ชี้ ไทยโดนอัตราภาษี 12.5% แต่ทำไมบอก 19%