
ใส่บ่าแบกหาม/พรพิมล ลิ่มเจริญ
Brad’s Status
เธอจ๊ะ
การเป็นสมาชิกเคเบิลทีวีแล้วช่องที่เขาฉายหนัง เปิดดูไปแบบสุ่มๆ เดาๆ แต่แล้วพบว่าหนังมันดีมาก นับเป็นโชคดีเหลือเกิน ฉันได้พบเจอ Brad’s Status
Brad’s Status เป็นหนังชีวิตปนตลก เขียนบทและกำกับการแสดงโดย Mike White
ผู้กำกับฯ ไมก์ให้สัมภาษณ์ว่า อยากทำหนังสักเรื่องเกี่ยวกับคนรวยๆ ที่มีปัญหา ทั้งๆ ที่ในขณะที่แคมเปญอย่าง MeToo และ Black Lives Matter กำลังสร้างความเกรียงไกรในหมู่ผู้คนนี่แหละ
ก็คนขาวฐานะมั่งคั่ง จะทนทุกข์กับปัญหาชีวิตตัวเองได้มากแค่ไหนกันเชียว ถ้าชีวิตจะแย่ ยังไงมันก็ไม่แย่เท่าที่คนจนๆ ได้รับ ความทุกข์ร้อนของคนจนมันเป็นเรื่องความเป็นความตาย
น่าสนใจตรงนี้ เอาจริงๆ ในชีวิตจริงเราไม่แคร์คนลักษณะนี้สักเท่าไหร่หรอก
แต่มันน่าสนใจตรงหนังสักเรื่องจะพานำเราไปให้เรารู้สึกแคร์เขาสักนิดสักน้อยได้สำเร็จไหม? อย่างไร?

Ben Stiller แสดงเป็น Brad Sloan
ความที่หนังเป็นแบบ introspective หรือก็คือจะมีตัวละครหลักให้เราได้ใกล้ชิดติดตาม ผ่านกลวิธีใดๆ ให้ผู้ชมได้ล่วงรู้ว่าเขานึกคิดอะไรไปจนตลอดเรื่อง
เรื่องก็เริ่มที่วันหนึ่งวันนั้น วันที่ลูกน้องที่พี่แบรดปลุกปั้นมา เดินมาขอลาออก
I learned a lot from you,
but this job has made me…
kind of depressed.
ผมเรียนรู้จากคุณมากมาย
แต่งานนี้ทำผมหดหู่ใจ
แบรดเป็นเจ้าของกิจการแบบไม่หวังผลกำไร ทำพวกเป็นที่ปรึกษางานสื่อสารองค์กรผ่านโซเชียลมีเดียให้เหล่าบรรดาสาธารณกุศลต่างๆ แต่ก็มีรายได้แหละ ฐานะแกดี ภรรยาก็มีการมีงานมีการมีหน้ามีตา
งานดีๆ แบบนี้ทำไมลูกน้องอยากลาออก เราผิดอะไร? พี่แบรดเริ่มคิด
ประกอบกับแกนึกเปรียบตัวเองกับเพื่อนพ้องรุ่นเดียวกันขึ้นมาในฉับพลัน มันไม่ใช่เรื่องดีหรอก การที่เราเอาชีวิตเราไปเปรียบกับคนอื่น แต่พี่แบรดก็ทำ
I live in Sacramento,
a secondary market
surrounded by mediocrities
and beta males.
ผมอยู่แซคราเมนโต้
เมืองที่เป็นตลาดรอง
คนรายล้อมมีแต่คนธรรมดา
และคนจำพวกเบต้า
มันมีหลักการหนึ่ง ที่จัดลำดับประเภทผู้ชายโดยแบ่งเป็นสามกลุ่ม ดังนี้ จากเลิศล้ำลงมาก็จะเป็น Alpha males, แล้วมา Beta males สุดท้ายคือ Omega males วัดจากชีวิต ความสำเร็จ ความมั่นใจในตัวเอง ฐานะ เอามารวมๆ กัน
นิก เพื่อนคนที่ 1 เป็นผู้กำกับฯ คนดังในวงการฮอลลีวู้ด มีทั้งความสำเร็จ ชื่อเสียง และเงินทองในมือ อย่างคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ไม่ได้ใหญ่เปล่าๆ แต่มีการออกแบบเลิศล้ำและแสดงถึงรสนิยมอันเลอค่า ขนาดได้ลงภาพอวดโฉมในนิตยสารชื่อดังอย่าง Architectural Digest
I felt gut-punched.
ผมรู้สึกปวดใจ
to feel gut-punched หรือ to feel gun wrenched ความหมายคล้ายกัน ไม่ได้เกี่ยวกับ gut หรือไส้ เป็นความรู้สึกเจ็บปวดในใจ
I felt like the world was
rubbing my nose in something.
ผมรู้สึกเหมือนโลกมาตอกย้ำผม
เรื่องอะไรสักอย่าง
to rub my nose in (something) เป็นสำนวน ไม่เกี่ยวกับการถูหรือจมูก แต่หมายถึงตอกย้ำซ้ำเติม มาทำให้รู้ได้คิดแบบไม่เป็นมิตร
เพื่อนประสบความสำเร็จขนาดนั้น พี่แบรดกลับรู้สึกต่ำต้อยซะงั้น

เพื่อนอีกคนชื่อบิลลี่ ทำบริษัทเกี่ยวกับเทคโนโลยี พอขายบริษัทได้ ก็เกษียณอายุจากการงานไปตั้งแต่อายุ 40!
He’s already retired,
living a life of leisure in Maui.
เกษียณแล้ว
ใช้ชีวิตแบบไม่ต้องทำงานที่มาวอิ
a life of leisure (leisure อ่านว่า ลี้ เชอร์) หมายถึง ชีวิตที่ไม่ต้องทำงานอีกแล้ว วันทุกวันเสมือนเป็นวันพักผ่อน
และคนที่ 3 เครก ฟิชเชอร์ ทำงานให้ทำเนียบขาว เป็นนักเขียนที่ผลงานระดับขายดีที่สุด ได้รับเชิญไปสอนหนังสือในมหาวิทยาลัยดังๆ เห็นหน้ากันได้บ่อยๆ ในโทรทัศน์เพราะได้รับเชิญไปให้ความเห็นด้านการบ้านการเมืองบ่อยๆ
It’s stupid to compare lives.
But when I do,
I feel somehow I failed.
มันเป็นเรื่องโง่ๆ
ที่จะเอาชีวิตมาเปรียบกัน
แต่พอลงมือเปรียบทีไร
ผมรู้สึกว่าผมล้มเหลว
วันหนึ่ง แบรดต้องพาลูกชายชื่อทรอยบินข้ามรัฐ จากฝั่งตะวันตกมาฝั่งตะวันออก พาลูกมานิวยอร์กเพื่อมาสัมภาษณ์เข้ามหาวิทยาลัยและทัวร์มหาวิทยาลัย ลูกชายมีทักษะด้านการดนตรีเป็นเลิศ ผลการเรียนก็ออกจะล้ำ ลูกชายจึงหมายตามหาวิทยาลัยชั้นนำอย่างมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และมหาวิทยาลัยเยล
แต่ลูกชายนายทรอยก็จำวันสัมภาษณ์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดผิด ต้องมาให้เขาสัมภาษณ์ตั้งแต่เมื่อวาน และเมื่อพลาดนัดกับมหาวิทยาลัยชั้นนำ พลาดแล้วก็พลาดเลย
ใจหนึ่งคนเป็นพ่อก็ปลื้มใจที่ลูกได้นัดสัมภาษณ์จากมหาวิทยาลัยในกลุ่ม Ivy League ทั้งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด มหาวิทยาลัยเยล แล้วยังมหาวิทยาลัยที่พ่อจบมาอีก แม้ไม่หรูเฟ่ แต่ก็เป็นมหาวิทยาลัยที่ดี
พ่อพยายามทำให้ลูกไม่เครียดด้วยการบอกลูกว่า ไม่ได้มหาวิทยาลัยชั้นนำก็ไม่เป็นไร พูดบ่อยเข้า ลูกเลยต้องแบ่งปันข้อมูล อาจารย์แนะแนวที่โรงเรียนบอกมาว่า อาจารย์แนะแนวเขาค่อนข้างมั่นใจ
ผมจะเข้าได้ทุกที่ที่สมัคร
พี่แบรดตกใจสิ แกก็รู้ว่าลูกเก่ง แต่ไม่คิดว่าจะเก่งขนาดนี้ แล้วพอไปสัมภาษณ์ก็ดูเหมือนว่าทุกที่ต้อนรับทรอยจริงๆ ด้วย
พ่อก็เลยต้องใช้เส้นสายของเพื่อน เกิดการรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับเพื่อนให้ลูกได้นัดที่ฮาร์วาร์ด พี่แบรดก็ต้องต่อสู้ฟาดฟันกับสิ่งที่ตัวเองคิดในขณะเดียวกัน
Troy’s wins made me feel even more the failure?
What if I became envious of my own son?
ชัยชนะของทรอยทำผมรู้สึกล้มเหลวมากขึ้นไปอีก
ถ้าผมอิจฉาลูกชายตัวเองจะเป็นไง?
เฮ้ย! พี่แบรด ช่างคิดได้!
แต่ก็แหละ midlife crisis เป็นคำตอบได้ ภาวะวิกฤตวัยกลางคน ก็คือกลุ่มคนอายุระหว่าง 45-55 ปี ที่ดำเนินชีวิตมาถึงจุดนี้แล้วสงสัยในตัวเอง เราล้มเหลวไหม? หรือประสบความสำเร็จอะไร? ความวิตกกังวลจะท่วมท้นล้นใจขึ้นมาในตอนนี้เลย
พี่แบรดก็เหมือนกัน กำลังเผชิญกับสิ่งนี้

สนุกดีหนาเรื่องนี้ ถ่ายทำก็สวย บทก็ดี เนื้อเรื่องก็ดี
พี่เบน สติลเลอร์ แสดงดีล้ำเลิศ ที่ฉันชอบคือการที่เนื้อเรื่องไปเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย ก็เลยจะมีฉากมหาวิทยาลัยที่นักศึกษาเดินไปมา เดินตามทางเดินตัดสนามหญ้าก็ยังได้
มันเป็นความรู้สึกอิสรเสรีอย่างหนึ่งที่ฉันชอบ
ตอนนี้ฉันหาไม่ได้แล้ว สนามที่ไหนก็เอาไว้รดน้ำต้นไม้ จึงมีแต่คนสวนที่ได้โอกาสเดินบนพื้นหญ้าเขียวๆ
ฉันอิจฉาคนสวน บอกกรงๆ!
ฉันเอง
