bg-single

ผีเสื้อและดอกไม้ / เครื่องเคียงข้างจอ : วัชระ แวววุฒินันท์

24.04.2022

เครื่องเคียงข้างจอ

วัชระ แวววุฒินันท์

 

ผีเสื้อและดอกไม้

 

เชื่อว่าหลายคนคงจะเป็นเหมือนผม ที่ใช้เวลาช่วงเทศกาลสงกรานต์ผสมโควิดเช่นนี้ นั่งดูหนังจาก Netflix เป็นการสาดความสุขจากภาพยนตร์แทนการสาดน้ำ

สาระสำคัญหนึ่งของเทศกาลสงกรานต์คือ การกลับไปพบกับครอบครัว ไปรวมญาติมิตรสนิทสนม ผมจึงเลือกหนังไทยในอดีตเรื่องหนึ่งที่แม้ไม่ใช่หนังครอบครัวโดยตรง แต่ตัวละครเอกนั้นมีครอบครัวเป็นศูนย์กลางที่ทำให้เขาลุกขึ้นมาทำการใดๆ จนเป็นเรื่องเป็นราวในภาพยนตร์

นั่นคือภาพยนตร์เรื่อง “ผีเสื้อและดอกไม้” จากการกำกับฯ ของ ยุทธนา มุกดาสนิท ในปี 2528 นั่นคือ 37 ปีมาแล้ว แต่หนังยังคงมีคุณค่าและทันสมัยในสาระของเรื่องพอสมควร

“ผีเสื้อและดอกไม้” เป็นหนังสือมาก่อน เขียนโดย “นิพพาน” และได้รับความชื่นชมจนพิมพ์ออกมาแล้วเกือบ 20 ครั้ง และถูกแปลเป็นภาษาต่างประเทศมาแล้ว 2 ภาษา คือ ญี่ปุ่น และจีน และถูกคัดเลือกให้เป็นหนังสือที่เด็กไทยควรอ่าน

เมื่อถูกนำมาสร้างเป็นหนัง คุณค่าของหนังก็ทำให้ได้รับเลือกให้เป็นผลงานด้านภาพยนตร์ที่ควรแก่การอนุรักษ์เรื่องหนึ่งของประเทศไทยด้วย

“ผีเสื้อและดอกไม้” มีฉากหลังของเรื่องราวเป็นจังหวัดชายแดนทางใต้ของไทย ที่คนท้องถิ่นเป็นชาวมุสลิม ซึ่งมีไม่มากนักที่หนังสือหรือภาพยนตร์จะถ่ายทอดเรื่องราวเป็นการเฉพาะของผู้คนในดินแดนภาคใต้ของเรา โดยเฉพาะในปี 2528 ตอนนั้น จึงนับว่าเป็นความแปลกใหม่และความท้าทายอย่างยิ่ง

แม้ต่อมาภายหลังจะมีหนังไปถ่ายทำเรื่องราวของผู้คนที่ภาคใต้กันมากขึ้นก็ตาม เช่นเรื่อง “โอเคเบตง” “วันเดอร์ฟูลทาวน์” “มหา’ลัยเหมืองแร่” หรือ “ละติจูดที่ 6”

เบื้องหลังของการอนุญาตให้สร้างหนังเรื่องนี้ได้ของค่ายไฟว์สตาร์ในยุคนั้น ซึ่งถือว่าเป็นค่ายหนังใหญ่แนวหน้าของวงการหนังไทยเลยทีเดียว ทั้งที่ดูจากแนวเรื่องที่ไม่ใช่แนวทางที่ตลาดชอบ และการต้องยกกองไปถ่ายทำในจังหวัดภาคใต้ทั้งเรื่อง ทำให้ใช้งบประมาณสูง เสี่ยงต่อการขาดทุนยิ่งนัก

ก็เพราะผลงานของยุทธนาที่ทำไว้ก่อนหน้านี้คือเรื่อง “น้ำพุ” ที่นำโดย ภัทราวดี ศรีไตรรัตน์ และ อำพล ลำพูน นั้นประสบผลสำเร็จอย่างงดงามทั้งรายได้และชื่อเสียงของหนัง เรื่องนี้จึงเป็นเหมือนรางวัลให้กับยุทธนาก็ว่าได้

และก็เป็นไปตามนั้นจริงๆ ที่หนังไม่ประสบผลสำเร็จในเรื่องรายได้ แต่สำหรับคุณค่าในตัวหนังนั้นประสบความสำเร็จมากมาย จากการได้รับรางวัลตุ๊กตาทองถึง 7 ตัว จากการประกาศรางวัลโดยสมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิงแห่งประเทศไทย และได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติฮาวายอีกด้วย

“ผีเสื้อและดอกไม้” มีตัวละครเอกคือ “ฮูยัน” (แสดงโดย สุริยา เยาวสังข์) เด็กชายวัย 13 ปี ที่อาศัยอยู่กับพ่อ และน้องชายกับน้องสาวอย่างละคน แม่นั้นเสียชีวิตไปแล้ว พ่อซึ่งมีฐานะยากจนจึงต้องทำงานรับจ้างขนของตามสถานีรถไฟ พร้อมๆ กับการดูแลลูกทั้งสามคน

ถึงฐานะทางบ้านจะยากจนจนบางวันต้องไปขอยืมข้าวสารเพื่อนบ้านมาหุงกิน แต่สิ่งหนึ่งที่พ่อของฮูยันให้ความสำคัญคือ “การศึกษา” และโชคดีที่ฮูยันก็เป็นเด็กเรียนดีอีกด้วย แต่ทว่าด้วยกำลังทรัพย์ที่มีน้องทั้งสองจึงไม่อาจเข้าโรงเรียนได้ เขาจึงมีความคิดที่จะเลิกเรียนเพื่อออกมาทำงานหาเงินช่วยส่งน้องๆ ได้มีโอกาสได้เรียนหนังสืออย่างเขาบ้าง

ผู้ร้ายตัวจริงเสียงจริงของหนังเรื่องนี้ก็คือ “ความยากจน” นั่นเอง เป็นผู้ร้ายที่ไม่ว่าจะมีรัฐบาลมากี่ยุคกี่สมัย ต่างก็ประกาศสู้รบกับเจ้าผู้ร้ายตัวนี้กันทั้งนั้น แต่ก็ยังไม่มีรัฐบาลไหนทำได้

ด้วยความยากจนนี่เองทำให้คนเราขาดซึ่ง “โอกาส” และ “ทางเลือกในชีวิต”

ฮูยันก็เช่นเดียวกัน เขาได้เรียนแค่ ป.3 ก็ต้องลาออกมาเดินขายไอศกรีมแท่ง ซึ่งพอจะได้เงินทองช่วยเป็นรายได้เสริมจากงานของพ่ออยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร ไม่พอจะส่งน้องสองคนเข้าโรงเรียนด้วยซ้ำ

หนังแสดงให้เห็นถึงความพยายามต่อสู้กับชีวิตของฮูยัน เด็กชายที่มีจิตใจยึดมั่นในความดีงาม แม้เขาจะไม่ค่อยเชื่อมั่นเท่าไหร่นัก เพราะลึกๆ แล้วเขารู้สึกว่าการเป็นคนดีนั้นมันยาก

ในห้องเรียนตอนที่เขายังเรียนอยู่นั้น มีเพื่อนผู้หญิงที่เขาสนิทสนมด้วยชื่อว่า “มิมปี” สาวน้อยคนนี้มีความเป็นแม่ค้าเต็มตัว โดยบ้านของแม่เธอนั้นอยู่ติดกับชายแดนมาเลเซีย และเธอก็เดินทางโดยรถไฟเป็นว่าเล่นเพื่อซื้อของจากที่หนึ่งเพื่อไปขายที่บ้านของแม่เธอ

และบนรถไฟนี่เองที่สองคนได้เจอะเจอกันอีกหลังจากที่ฮูยันออกจากโรงเรียน และด้วยความที่คุยกันเพลินไม่ทันสังเกตว่ารถไฟเคลื่อนขบวนแล้ว ฮูยันจึงติดไปกับขบวนรถไฟที่มุ่งสู่ชายแดนของไทยไกลจากบ้านที่เขาอยู่

รถไฟขบวนนี้ไม่ได้แค่พาเขาไปยังพื้นที่ที่เขาไม่เคยไปมาก่อน แต่มันยังพาเขาไปพบกับ “ดินแดน” อีกพื้นที่หนึ่งที่ได้เปลี่ยนชีวิตเขาไปโดยสิ้นเชิง

นั่นคือการได้พบกับ “ขบวนการกองทัพมด” หรือพวกลักลอบขนข้าวสารหรือสิ่งของขึ้นบนรถไฟเพื่อเอาไปปล่อยที่ชายแดน แน่นอนมันเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย แต่มันก็ตอบแทนด้วยค่าจ้างที่สมน้ำสมเนื้อ นั่นทำให้เด็กชายอย่างฮูยันที่ชีวิตไม่ได้มีทางเลือกนักเลือกที่จะทดลองทำดู

นอกจากเป็นความท้าทายใหม่ๆ ได้พบเพื่อนและสังคมใหม่ๆ สำหรับฮูยันแล้ว มันเป็นคำตอบให้กับความต้องการของครอบครัวของเขา ที่ตอนนี้เขาเหมือนเป็นหัวหน้าครอบครัวไปเสียแล้ว เนื่องจากพ่อเกิดอุบัติเหตุจนไม่สามารถทำงานรับจ้างแบบเดิมได้

ช่วงนี้ถ้าเป็นกราฟชีวิตแล้ว ก็เป็นช่วงที่พุ่งสูงของฮูยัน เขามีอะไรหลายอย่างที่เขาไม่เคยมีมาก่อน เขาได้ทำอะไรหลายอย่างที่เขาไม่เคยทำมาก่อน ในวันที่เหมือนเป็นบทพิสูจน์หน้าหนึ่งของเขาคือวันที่เขาพาน้องสองคนในชุดนักเรียนใหม่เอี่ยมไปเข้าโรงเรียน โดยมีเขาเป็นตัวแทนของพ่อไปส่งน้องๆ ในชุดกางเกงและเสื้อแจ๊กเก็ตยีนส์อย่างเท่

มันแปลกตาเสียจนคุณครูประจำชั้นที่เคยให้ความช่วยเหลือและสั่งสอนเขา ยังทักด้วยความกังวลถึงการเปลี่ยนแปลงนี้ และเมื่อรู้ว่าเขาทำงานขนข้าวสารที่ผิดกฎหมาย ครูก็แสดงออกถึงความผิดหวังออกมาอย่างชัดเจน

นั่นคือการที่ฮูยันถูกตัดสินพิพากษาในบริบทของคนเป็นครู ที่จะว่าไปแล้วครูเองไม่ใช่ฮูยันที่ต้องเผชิญกับปัญหาและความลำบากในชีวิต จึงได้ตัดสินใจทำเช่นนี้ ที่ลึกๆ แล้วเขาก็รู้สึกสับสนอยู่ข้างใน

ในตอนท้ายเราจะได้เห็นการเติบโตขึ้นของฮูยัน เขามีความเข้าใจโลกมากขึ้น และได้พานพบกับรสชาติที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นความรัก ความกลัว มิตรภาพของความเป็นเพื่อน ความสับสนระหว่างความถูกต้องดีงามกับความอยู่รอด

ผู้ชมยังได้รู้สึกมีความหวังมากขึ้นในตอนจบ เมื่อพบว่าเขานั้นคิดได้ และคิดเป็น และยังมีความศรัทธาในพระผู้เป็นเจ้า และศรัทธาในความใฝ่ฝันของตนเองอยู่

หนังเรื่องนี้ถ่ายภาพสวย ยิ่งได้วิวจากพื้นที่จริงๆ ที่มีเสน่ห์ ก็ยิ่งทำให้เพลินสายตา และผู้ชมก็ยังจะได้สัมผัสรับรู้กับวิถีชีวิต วัฒนธรรมประเพณีของคนมุสลิม เป็นความงดงามที่หลายคนไม่เคยสัมผัสใกล้ชิดมาก่อน เรายังได้เห็นปัญหาของผู้คนและสังคมภาคใต้ในมิติต่างๆ ได้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำของคนมีอำนาจกับคนที่ไม่มีแม้แต่อนาคต

แม้หนังเรื่องนี้จะเกือบ 40 ปีมาแล้ว แต่ทุกวันนี้ดูเหมือนปัญหาที่ว่าก็ยังคงอยู่ กลับร้ายแรงกว่าเดิมด้วยซ้ำจากข่าวคราวการต่อสู้กันของเจ้าหน้าที่รัฐและคนในพื้นที่ที่เราได้ยินได้ฟังเรื่อยมา

 

“ผีเสื้อและดอกไม้” จึงเป็นหนังของครอบครัวที่ไม่ได้สวยหรูอิ่มเอมอันใด แต่ก็มีความสวยงามให้ผู้ชมได้อิ่มใจไม่น้อย

บอกได้ว่าคุ้มค่ากับการย้อนไปชมผลงานในอดีตจากฝีมือของ ยุทธนา มุกดาสนิท และทีมงานของภาพยนตร์เรื่องนี้แน่นอน

แล้วในใจของคุณอาจจะมีดอกไม้บานอยู่ และในความฝันของคุณอาจจะเป็นเหมือนผีเสื้อที่โบยบินไปอย่างอิสระเสรี…ก็เป็นได้ •

 

ชมตัวอย่างภาพยนตร์ “ผีเสื้อและดอกไม้” ได้ที่นี่



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เจ้าฟ้าและสามัญชน (7) : ชอบพัดลมไฟฟ้าหรือเปล่า
E-DUANG | ทำไม รัฐมนตรี มหาดไทย กลายเป็น ตำบล กระสุนตก
ดร.วันดี – สุทธิพงษ์ มอบเงิน 1 ล้านบาท ผอ.โรงพยาบาลพระปิยมหาราช จ.ตราด เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้
เกมการทูตพม่าที่ กท. ! | สุรชาติ บำรุงสุข
อดีตผู้ต้องหาอาชญากรสงครามรำพึง : พระสารสาสน์พลขันธ์กับความคิดสันติภาพ (22) พระสารสาสน์ฯ กับความคิดเรื่องสันติภาพ
พระพลบดีหลังปฏิวัติ 2475 กับร่างกายอุดมคติยุคสร้างชาติ (จบ)
เชลยศึกสงครามลาว (39)
E-DUANG | ชะตากรรม ไทยรักไทย มาอนาคตใหม่ ก้าวไกล
Saucony Thailand เปิดตัว “Saucony BKK 10K” งานวิ่งระดับนานาชาติที่ยกระดับกรุงเทพฯ สู่เมืองแห่งวัฒนธรรมการวิ่ง
TrueOnline Home Next เชื่อมต่อทุกศักยภาพ สู่ทุกความเป็นไปได้ ร่วมผลักดัน Mister Global Thailand 2026 เปล่งประกายสู่เวทีโลก
การแก้ปัญหาเมือง
นักเขียน กับงาน จาก กุหลาบ สายประดิษฐ์ ไปยัง ‘ศรีบูรพา’