
คลุกวงใน | พิศณุ นิลกลัด
Facebook : @Pitsanuofficial
อาการติดการออกกำลังกายงอมแงม
เป็นยังไง?
ปีใหม่ คนไทยหันมารักสุขภาพ ออกกำลังกายกันมากขึ้น
สมัยนี้มียิมและมีคลาสออกกำลังกายเกิดขึ้นเยอะแยะ
ส่วนใหญ่คนที่ออกกำลังกายมักมีเป้าหมายเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง รักษารูปร่าง สร้างกล้ามเนื้อ แต่ก็มีหลายๆ คนที่เข้าขั้นเสพติดการออกกำลังกาย
แม้การทำให้เหงื่อออกเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตที่ดีต่อสุขภาพ แต่การออกกำลังกายอย่างหนักเป็นประจำโดยไม่พัก คือสัญญาณของการติดออกกำลังกายงอมแงมซึ่งจะส่งผลเสียต่อสุขภาพ
ดร.เฮทเธอร์ ฮอเซนบลาส (Dr. Heather Hausenblas) แห่ง Jacksonville University รัฐฟลอริดา ผู้เขียนหนังสือ “ความจริงเกี่ยวกับการเสพติดออกกำลังกาย : เข้าใจด้านมืดของแรงบันดาลใจให้อยากผอม” (The Truth About Exercise Addiction : Understanding the Dark Side of Thinspiration)
ดร.เฮทเธอร์ ฮอเซนบลาส บอกว่า ทุกคนมักจะชื่นชมผู้ที่ออกกำลังกายเยอะๆ สม่ำเสมอ และพูดว่า “ฉันอยากจะติดออกกำลังกายได้เหมือนคุณจังเลย”
แต่การติดงอมแงมไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม ส่งผลเสียได้ทั้งนั้น เช่นเดียวกับคนที่ติดการออกกำลังกายงอมแงม ก็จะคิดถึงแต่เรื่องการออกกำลังกายตลอดเวลา และจะอารมณ์ไม่ดีเมื่อไม่ได้ออกกำลังกาย
สำหรับคนที่ยังไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นคนหนึ่งที่ติดออกกำลังกายงอมแงมหรือไม่
วันนี้ ดร.เฮทเธอร์ มีคำถาม 5 ข้อมาให้ลองสำรวจตัวเองกันดู
1. คุณกลัวน้ำหนักตัวขึ้นหรือเปล่า ในการศึกษาเรื่องการเสพติดออกกำลังกาย ผู้เชี่ยวชาญแบ่งอาการติดออกกำลังกายออกเป็น 2 ระดับ
ระดับที่ 1 (Primary exercise addiction) คือ ติดออกกำลังกายแบบขั้นแรก มีความอยากออกกำลังกายทุกวันเพื่อให้อารมณ์ดี
ระดับที่ 2 (Secondary exercise addiction) คือ ติดการออกกำลังกายแบบขั้นสอง ติดออกกำลังกายมากจนหักโหม ซึ่งเป็นผลพวงจากการกลัวอ้วนและห่วงรูปลักษณ์ของตัวเอง
ดร.เฮทเธอร์บอกว่าหากแรงจูงใจในการออกกำลังกายของคุณคือ การควบคุม หรือลดน้ำหนัก มีโอกาสสูงที่คุณจะเสี่ยงกับการติดออกกำลังกายในระดับ 2
2. เพื่อนรอบตัวคุณมีแต่คนหุ่นดี ชอบออกกำลังหรือเปล่า
เมื่อติดออกกำลังกาย ทุกอย่างรอบตัวเราจะเกี่ยวกับการออกกำลังกายทั้งสิ่งที่พูด เพื่อนที่คบ
ยิ่งติดออกกำลังมากขึ้นเท่าไร กลุ่มเพื่อนก็จะมีจำนวนลดลงเท่านั้น จากที่เคยคบกับเพื่อนที่พูดคุยกันเรื่องดูหนัง ฟังเพลง รับประทานอาหาร
ท้ายที่สุดจะพบว่าตัวเองใช้เวลาอยู่แต่กับคนที่ออกกำลังกายด้วยกัน หรือคนที่สนับสนุนให้คุณออกกำลังกายแบบสุดเหวี่ยง
3. การไม่ออกกำลัง 1 วัน ทำลายวันนั้นสำหรับคุณหรือเปล่า
คนส่วนใหญ่มองว่าการหยุดออกกำลังกายสักครั้งหนึ่งเพื่อไปทำภารกิจอื่น ไม่ใช่เรื่องเสียหาย เดี๋ยวค่อยแก้ตัวด้วยการไปออกกำลังกายวันอื่นทดแทนได้
แต่คนที่ติดออกกำลังกายงอมแงมจะรู้สึกกระวนกระวายใจอย่างมากเวลาที่ติดภารกิจไม่สามารถไปออกกำลังกายตามตารางที่วางไว้ได้
ดร.เฮทเธอร์กล่าวว่า โดยปกติเวลาที่เราได้ออกกำลังกาย เราจะอารมณ์ดี มีชีวิตชีวา และคลายความตึงเครียด ผู้ที่ติดออกกำลังกายงอมแงมก็จะออกกำลังเพื่อขจัดอารมณ์ในทางลบต่างๆ
ดังนั้น เมื่อพวกเขาไม่ได้ออกกำลังกาย อารมณ์ในทางลบเหล่านี้ก็จะเป็นนาย ทำให้เขาเกิดความเครียด วิตกกังวล ซึมเศร้า และไม่มีสมาธิ
4. คุณยังฝืนออกกำลังกายแม้บาดเจ็บอยู่หรือเปล่า
อาการบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย เช่น กล้ามเนื้อฉีก ปวดตามข้อ เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้เมื่อออกกำลังกายมากเกินไป คนส่วนใหญ่มักจะหยุดการออกกำลังโดยสิ้นเชิง เพื่อให้ร่างกายฟื้นฟู
แต่คนที่ติดออกกำลังงอมแงมจะผลักตัวเองขึ้นไปอีกระดับ กัดฟันออกกำลังกาย ทั้งๆ ที่ยังเจ็บอยู่แม้คุณหมอจะแนะนำให้หยุดพักสักเดือนสองเดือน พวกเขาก็ไม่อาจหักห้ามใจได้ หากทนเจ็บไม่ไหวจริงๆ แล้วก็หันไปออกกำลังกายส่วนอื่นแทน
5. คุณวางแผนชีวิตโดยยึดการออกกำลังกายเป็นที่ตั้งหรือเปล่า
ไม่ใช่เรื่องผิดที่หาทางจัดสรรเวลาเพื่อออกกำลังกายให้ได้แม้ในวันที่ยุ่งสุดสุด
แต่ถ้าให้ความสำคัญกับตารางการออกกำลังกายมาก่อนเวลาพักร้อน ลดเวลาทำงาน หนีการประชุม ใช้เวลาช่วงพักเที่ยงนานขึ้น หรือยอมเปลี่ยนสายงานเพื่อจะได้มีเวลาออกกำลังกายมากขึ้นในหนึ่งวัน
แสดงว่ากำลังติดการออกกำลังกายงอมแงม
ดร.เฮทเธอร์ทิ้งท้ายว่าจริงๆ แล้วการออกกำลังกายเพื่อรักษาสุขภาพนั้น ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาเกินกว่า 30 นาทีต่อวัน
เพราะการออกกำลังกายนานกว่า 30 นาที ใช่ว่าจะได้รับประโยชน์ต่อสุขภาพมากขึ้นเท่าไรนัก
สิ่งสำคัญคือการรักษาสมดุลระหว่างการออกกำลังกายและพักผ่อน
หากเห็นใครใช้เวลาเกือบทั้งวันหมดไปกับการจัดตารางออกกำลังกาย หรือออกกำลังกายวันละหลายๆ ครั้ง
ลองเดินไปถามเขาดู ว่าแรงจูงใจของเขาคืออะไร
สะดวก ฉับไว คุ้มค่า สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ได้ที่นี่https://t.co/KYFMEpsHWj
— MatichonWeekly มติชนสุดสัปดาห์ (@matichonweekly) July 27, 2022
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
