bg-single

ระบำ 9 ชั้น : ความบันเทิงของหนุ่มๆในช่วงสงคราม (1)

21.11.2024

สวรรค์บนดิน

เมื่อเอ่ยถึง “สวรรค์ชั้น 7” หนุ่มน้อยและหนุ่มใหญ่ในพระนครสมัยรอยต่อระบอบเก่า-ใหม่ จวบถึงสมัยสงครามล้วนต้องคิดถึงระบำของนายหรั่งแห่งตึก 7 ชั้น ที่เยาวราช คำดังกล่าวกลายเป็นคำแห่งยุคสมัยที่สะท้อนให้เห็นถึงความบรมสุขบนโลกีย์มากกว่าสวรรค์ 6 ชั้นบนสรวงสวรรค์ตามคติในไตรภูมิพระร่วงเสียอีก ดูราวกับคำดังกล่าวสื่อถึง “สวรรค์บนดิน” ที่มนุษย์สามารถเสพสุขได้ในยามเป็นมนุษย์อีกด้วย

ชาลี เอี่ยมกระสินธุ์ (2461-2546) นักเขียนอาวุโส เมื่อครั้งยังเป็นหนุ่มน้อยเล่าถึงสวรรค์ชั้น 7 ของหนุ่มรุ่นกระทงในครั้งนั้นว่า “หนุ่มๆ-ฝันถึงวิมานอันสูงแห่งนี้เหมือนอยู่ในลมหายใจ มองเห็นแต่นางสาวสวยที่จะออกมาเริงร่าย ส่ายเอวองค์อวดโฉมอันตึงเต่ง ยั่วให้หัวใจหวิวหวาม” (ชาลี เอี่ยมกระสินธุ์, 2519, 105)

ระบำ 9 ชั้น “แหม่มทำได้ ดิฉันก็ทำได้ แต่รู้สึกเจ็บ” คำบรรยายใต้ภาพ สยามราษฎร์ (10 สิงหาคม 2474) เครดิต : พิศาลศรี กระต่ายทอง

แหล่งบันเทิงของหนุ่มพระนคร

การสร้างตึกสูงในอดีต ไม่ได้มุ่งให้ความสำคัญในแง่ของประโยชน์ใช้สอยเพียงอย่างเดียว แต่แฝงการประชันขันแข่งและความโอ่อ่าเพื่อดึงดูดลูกค้าให้เหนือกว่าคู่แข่ง (พิศาลศรี กระต่ายทอง, 2557, 113-114) ดังเช่น การแข่งขันการสร้างตึก 6 ชั้น 7 ชั้น และ 9 ชั้น แข่งขันกันบนถนนเยาวราช

ด้วยเหตุที่มีการแข่งขันกันสร้างตึกสูงบนถนนเยาวราชมาตั้งแต่ปลายทศวรรษ 2460 เพื่อแสดงความเป็นอารยะ และทันสมัย ทำให้ตึกสมัยใหม่ริมถนนพุ่งทะยานขึ้นจากตึกแถว 2 ชั้นเพื่อพักอาศัยและค้าขาย กลายเป็นตึก 6 ชั้น 7 ชั้น และ 9 ชั้น เพื่อเป็นการค้าขายและแหล่งบันเทิง

ไทยเขษมรวมข่าวฉบับ 4 สิงหาคม 2472 กล่าวถึงตึก 7 ชั้นไว้ว่า ตึกนี้มีวิทยาการสมัยใหม่อย่างลิฟต์ ที่อำนวยความสะดวกลูกค้าให้สามารถขึ้นไปตากอากาศ-ชมวิวบนดาดฟ้าได้ ในอาคารมีอาหารตะวันตกและเครื่องปรับอากาศ มีวิทยุ โทรทัศน์ มีห้องพัก มีสัตว์แปลกๆ ให้ชม มีห้องเล่นไพ่นกกระจอก และจำหน่ายสินค้าต่างๆ (พิศาลศรี, 116-117)

นารถ โพธิประสาท (2444-2497) อาจารย์สถาปัตยกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เล่าถึง “ระบำหยาดฟ้า” หรือระบำสาวสวยนุ่งน้อยห่มน้อยไว้ใน ช่อกุหลาบ (2473) ว่า “ตึก 9 ชั้นในกรุงเทพฯ จึงเป็นวิมานที่ก่อความพิศวงและทุกคนอยากขึ้นไปชื่นชม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแสดงระบำที่มีลีลาการเต้นลอกเลียนมาจาก โฟลี แบร์แยร์ (Folies Berg?re) ของฝรั่งเศส เป็นต้น” (ชาลี, 105)

ในสายตาของชายหนุ่มแห่งยุคแล้ว ในบรรดากิจกรรมในตึกสูงสมัยนั้น สิ่งที่ดูจะเป็นจุดขายดึงดูดความสนใจลูกค้าได้มากที่สุดคือแสดงระบำโป๊ที่มีนางระบำนุ่งน้อยห่มน้อย และมีแค่สิ่งของเล็กๆ ปิดส่วนสำคัญไว้นั้น ระบำนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในทศวรรษ 2470-2480 และระบำโป๊ที่มีชื่อเสียงแห่งยุคคือคณะของนายหรั่ง เรืองนาม หรือระบำมหาเสน่ห์ (พิศาลศรี, 116-117)

วิวพระนครมองจากตึก 9 ชั้น เห็นถนนเยาวราช ถ่ายสมัยรัชกาลที่ 7 เครดิตภาพ : พิศาลศรี กระต่ายทอง

ความเฟื่องฟูของ “ระบำหยาดฟ้า” อันเป็นระบำสตรีที่แสดงอาการยั่วยวนชวนสวาทบนตึกสูงย่านเยาวราชในช่วงปลายระบอบเก่านั้น มีความเป็นได้ที่ผู้ริเริ่มระบำชนิดนี้น่าจะเป็นกลุ่มคนชั้นสูงที่เคยผ่านการศึกษาในยุโรปหรือพ่อค้าที่เคยเดินทางไปยุโรปหรือโลกตะวันตกเคยสัมผัสการแสดงแบบนี้ในยุโรปมา

ควรบันทึกด้วยว่า ช่วงนั้น ฝรั่งเศสอันเป็นดินแดนเล่าขานถึงความมหาเสน่ห์ตั้งแต่ช่วงปลายศตวรรษที่ 19

ทั้งนี้ โรงระบำคาบาเรต์ในปารีสที่มีชื่อเสียงขณะนั้น เช่น มูแลงรูจ (the Moulin Rouge) โฟลี แบร์แยร์ (Folies Berg?re) เป็นต้น

ต่อมา คนชั้นสูงเหล่านี้นำแนวคิดนี้เข้ามาในสังคมไทย ดังความทรงจำของลาวัณย์ โชตามระ เล่าว่า โรงคาบาเรต์แห่งแรกของไทย คือ โรสฮอลล์ ที่ถนนสุรวงศ์ ตั้งขึ้นราวทศวรรษ 2470 (วีรยุทธ์ ปิสาลี, 2557, 98)

ในห้วงเวลาของการสร้างความทันสมัยแบบตะวันตกในไทยทำให้มีตั้งคณะระบำนุ่งน้อยห่มน้อยเลียนแบบตะวันตกขึ้นหลายแห่งในพระนครด้วย เช่น คณะระบำแห่งสยามโฮเต็ล ย่านวังบูรพา (Scot Barme, 2002, 85) รวมทั้งคณะระบำตามตึกสูงบนถนนเยาวราช ดังที่นารถเล่าว่า ระบำตึกสูงที่เยาวราชครั้งนั้นน่าจะเลียนแบบมาจากระบำคณะโฟลี แบร์แยร์ ในปารีส

ทั้งนี้ โรงระบำคาบาเรต์นี้ตั้งขึ้นช่วงปลายศตวรรษที่ 19 หรือราวสมัยรัชกาลที่ 5 โดยโรงระบำนี้มีชื่อเสียงจนถึงทศวรรษที่ 1920

ลา กูลู (La Goulue) ดาราแห่งคาบาเรต์ มูแลงรูจ (the Moulin Rouge) ที่ปารีส

สวรรค์ชั้น 9 ที่ตึก 9 ชั้น

สําหรับประวัติของตึก 9 ชั้น หรือตึกไพบูลย์สมบัตินั้น ไม่ปรากฏข้อมูลแน่ชัดว่าตึกนี้สร้างขึ้นเมื่อใด แต่น่าจะในช่วงปลายทศวรรษ 2460-ต้น 2470 ตึกแห่งนี้เคยเป็นตึกสูงที่สุดในไทยในยุคนั้น และเป็นที่ตั้งของโรงแรม สถานบันเทิง แหล่งพักผ่อนหย่อนใจ ภัตตาคาร ชั้นบนสุดของตึกมีเวทีลีลาศ และยุคหนึ่งเคยมีการแสดงระบำวาบหวิวคณะนายหรั่ง เรืองนาม ที่โด่งดังเรียกว่า “ระบำ 9 ชั้น” (พิศาลศรี, 125)

ระบำวาบหวิวที่ตึก 9 ชั้น เป็นที่รู้กันว่าหากใครอยากชมของดี หรือต้องการความเพลิดเพลินใจในทางกามารมณ์ก็ให้เชิญมาที่ชั้น 9 นี้ อันได้ปรากฏบนหนังสือพิมพ์สยามราษฎร์ ฉบับ 24 สิงหาคม 2474 โดยนักเที่ยวคนหนึ่งได้เขียนรีวิวบรรยายเปรียบเทียบระหว่างตึก 9 ชั้น และโรสฮอลล์คลับคาบาเรต์อีกแห่งหนึ่งไว้ในสยามราษฎร์ ความว่า

“1.เก้าชั้นเป็นตึกสูงถึงเก้าชั้น โรสฮอลล์เป็นเรือนสองชั้น 2.เก้าชั้นเป็นของสกุลในวงศ์เจ้าคุณไพบูลย์สมบัติ โรสฮอลล์เป็นสถานที่ที่นาวาเอกพระชลัมภ์พิสัยเสนีย์ เช่าไว้เพื่อความบันเทิงและประโยชน์ 3.เก้าชั้นหาผลประโยชน์ด้วยการระบําตัวปลีก โรสฮอลล์หาผลประโยชน์ด้วยเต้นรําคู่ 4.เก้าชั้นอยู่ถนนเยาวราช โรสฮอลล์อยู่ถนนสุรวงศ์ 5.รสเหล้า รสเบียร์ เก้าชั้นมีเหล้าดีๆ ขาย เช่น แมคคัลลัม และจอห์นนี วอล์กเกอร์ โรสฮอลล์ก็มี ราคาก็เท่าๆ กัน โซดาก็เย็นเท่าๆ กัน จะว่าใครวิเศษกว่าก็ไม่ได้ 6.เก้าชั้นไม่มีเบียร์ลอยด์ขาย โรสฮฮลล์ไม่มีขายเต็มทีด้วยกันทั้งคู่

7.ผู้จัดการเก้าชั้นต้อนรับขับสู้คนดี โรสฮอลล์ไม่แพ้สักก้าวเดียว (สองคนนี้จะไปศึกษามาจากวิวิธภูษาคาร) 8.สตรีของเก้าชั้นแต่งกายวิเศษขึ้นทุกคนประดุจเป็นสถานที่ต่ออายุคนไม่ให้ตาย ส่วนโรสฮอลล์แต่งกายธรรมดาไม่ผัดหน้าเป็นเตียวเสี้ยนแล้ว แต่คอยบังคับผู้ชายด้วยเสียงดนตรีประดุจว่า ผู้ชายจงลืมบ้านและต้องกระดุกกระดิกตัวอยู่กับผู้หญิงกันรอบๆ ห้อง 9.เก้าชั้นทำให้ผู้ชายนั่งตัวแข็งใจหายใจคว่ำ แต่ต้องถูกบังคับให้นั่งบนเก้าอี้ โรสฮอลล์เปิดโอกาสให้ผู้ไปเที่ยวใจหายเพราะจับคู่เต้นรำเสียดสีกันได้แบบฝรั่ง เป็นการแก้กลุ้มไปได้ชั่วคราว” (วีรยุทธ์ ปิสาลี, 2557, 98-99) ทั้งนี้ วิวิธภูษาคารคือร้านตัดเย็บเครื่องแบบเสือป่าและลูกเสือ ข้าราชการ และนักเรียน ตั้งขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6

กล่าวโดยสรุป พัฒนาการของสถานเต้นรำและการแสดงเริงรมย์ในพระนครเฟื่องฟูมาตั้งแต่ทศวรรษ 2470-2480 โดยโรงเต้นรำแบบคาบาเรต์แห่งแรก ชื่อ โรสฮอลล์ ที่ถนนสุรวงศ์ และยังมีสถานเริงรมย์ประเภทนี้อีกหลายที่ เช่น ตึก 9 ชั้น หรือตึกไพบูลย์สมบัติ ถนนเยาวราช, ซ่วนหลีบาร์ ย่านสะพานหัน, ศรีอาทิตย์สถาน ย่านนางเลิ้ง, สถานเขษมสุข หลังตลาดมิ่งเมือง, ตึกทิฆัมพร หรือตึก 4 ชั้น ถนนเจริญกรุง, ตึกดำรงพาณิชย์ หรือตึก 7 ชั้น และสยามโฮเต็ล ย่านวังบูรพา เป็นต้น (วีรยุทธ์, 101-102)

มูแลงรูจและโฟลีแบร์แยร์ คณะระบำที่โด่งดังแห่งปารีส

โปสเตอร์และดาราแห่งโฟลีแบร์แยร์ ช่วงทศวรรษ 1930

ตึก 9 ชั้น และระบำ 9 ชั้น

นางระบำแห่งคณะระบำ 9 ชั้น ที่โด่งดังบนถนนเยาวราช

 

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ย้อนอ่าน 5 ข้อเสนอ ‘ผ่าทางตันการเมือง’ สุรพล นิติไกรพจน์ ขณะเป็นอธิการบดี มธ.
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (16)
เชลยศึกสงครามลาว (33) เป็นเชลย
ฝังจำ ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ต่อระบบราชการ
กับดักธูซิดิดิส (1) ทฤษฎีการเปลี่ยนผ่านของอำนาจ
ถ้าผู้ใหญ่ยังเลี่ยงบาลี เรียนฟรีก็จะยังไม่ฟรีจริง
E-DUANG | เลือก บอร์ด ประกันสังคม พลังแห่งอดีต กับ อนาคต
อาเศียรวาท
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 2) เรื่อง ปัญหาเส้นเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ประเทศไม่ไหวแล้ว เด็กรุ่นต่อไปจะอยู่กันอย่างไร เปิดใจ ‘เพียงพนอ’ ร่วมทางพรรคประชาชน
‘สุชาติ’ ค้านขึ้น VAT-กู้ 4 แสนล้านแจกเงิน จี้ปฏิรูปราชการอุดรูรั่วทุจริต ดีกว่ารีดภาษีประชาชน
ยศชนัน-ประเสริฐ ชูหลักสูตรฐานสมรรถนะ ยกระดับวิชา “ประวัติศาสตร์-หน้าที่พลเมือง-ภาษาไทย” ปั้นเด็กไทยสู่พลเมืองโลกที่สมบูรณ์