bg-single

คุยกับทูต | ออร์นา ซากิฟ อิสราเอลกับศาลอาญาระหว่างประเทศ

08.12.2024

คุยกับทูต | ออร์นา ซากิฟ

อิสราเอลกับศาลอาญาระหว่างประเทศ

 

เมื่อคณะผู้พิพากษา 3 คนของศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ที่กรุงเฮก เนเธอร์แลนด์ ในวันพฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ลงมติเสียงเอกฉันท์อนุญาตหมายจับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล, นายโยอาฟ กัลแลนต์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอิสราเอล และนายโมฮัมเหม็ด เดอิฟ ผู้บัญชาการของกลุ่มฮามาส (ซึ่งข่าวว่าถูกกองทัพอิสราเอลสังหารไปแล้ว) เป็น 3 ผู้ต้องหาในคดีความผิดต่อมนุษยชาติและต่อการก่อสงครามอาชญากรรมในเขตฉนวนกาซา

ก่อให้เกิดปฏิกิริยาตอบโต้อย่างรุนแรงจากกลุ่มผู้นำอิสราเอลจากทุกฟากฝั่งทางการเมือง

ในทางกลับกัน การออกหมายจับดังกล่าวได้รับการตอบรับอย่างดีจากกลุ่มฮามาส กลุ่มปาเลสไตน์อิสลามิกญิฮาด (Palestinian Islamic Jihad) รวมถึงพลเมืองทั่วไปในกาซา

ออร์นา ซากิฟ (Ms. Orna Sagiv) เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย

ทั้งนี้ อิสราเอลไม่ได้เป็นสมาชิก ICC และผู้ที่ถูกหมายจับทั้งสองไม่ได้จะถูกดำเนินคดีโดยทันที แต่อาจมีความเสี่ยงหากเดินทางไปต่างประเทศ

ประธานาธิบดีไอแซ็ก เฮอร์ซอก ของอิสราเอลเรียกมันว่าเป็น “วันที่มืดมิดสำหรับความยุติธรรมและมนุษยชาติ” โดยระบุว่าการตัดสินใจของศาลอาญาระหว่างประเทศนี้เป็น “การเลือกข้างการก่อการร้ายและความชั่วช้าเหนือประชาธิปไตยและเสรีภาพ”

เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ออร์นา ซากิฟ (Ms. Orna Sagiv) โต้ศาลอาญาระหว่างประเทศ โดยตั้งเป็นคำถามว่า

“ความยุติธรรมที่แท้จริงหรือเป็นเพียงการเมืองที่มีเลศนัย เข็มทิศไม่เที่ยงของศาลอาญาระหว่างประเทศ”

ระบุว่า เมื่อ พ.ศ.2541 (1998) ที่มีการตราพระราชบัญญัติศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ผู้พิพากษา เอลี นาธาน (Eli Nathan) ผู้แทนอิสราเอล ซึ่งเป็นผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวและเป็นผู้เปี่ยมด้วยมนุษยธรรม ได้แสดงถึงการมองโลกในแง่ดีและความกังวลต่ออนาคตของ ICC ที่เขาหวังว่าจะบรรลุภารกิจที่จะยุติการนิรโทษกรรมสำหรับอาชญากรรมที่ร้ายแรงที่สุด

แต่ทว่า หลังจากเห็นกระบวนการร่างที่มีประเด็นทางการเมืองและมีบทบัญญัติซึ่งเพ่งเล็งไปยังอิสราเอล ผู้พิพากษานาธานเกรงว่าเป้าหมายของ ICC จะบิดเบือนไปเพื่อจุดประสงค์ทางการเมือง

เขายอมรับว่าแม้อิสราเอลจะไม่สามารถเข้าร่วมสถาบันดังกล่าวที่มีผลประโยชน์ทางการเมืองแอบแฝงอยู่ได้ แต่ก็ยังคงหวังว่า ICC จะบรรลุเป้าหมายได้ในที่สุด

ปัจจุบัน เวลาผ่านไปแล้วกว่า 25 ปี ดูเหมือนว่าความกังวลของท่านผู้พิพากษาจะกลายเป็นจริง การตัดสินใจของศาลอาญาระหว่างประเทศในการออกหมายจับนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีกลาโหมของอิสราเอล ร่วมกับผู้นำกลุ่มฮามาส (ซึ่งมีรายงานว่าเสียชีวิตแล้ว) แทนที่จะได้งดโทษ กลับกลายเป็นการตัดสินใจที่เข้าทางกลุ่มก่อการร้ายซึ่งโหดเหี้ยม

เบนจามิน เนทันยาฮู (Benjamin Netanyahu) นายกรัฐมนตรีอิสราเอล

การที่กลุ่มฮามาสยินดีกับการตัดสินใจดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงคำตัดสินที่ไม่เท่าเทียมกันระหว่างกระทำอันโหดร้ายของกลุ่มผู้ก่อการร้ายฮามาสเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 (2023) และความพยายามของอิสราเอลในการป้องกันตนเอง

เรื่องนี้น่าวิตกเป็นอย่างยิ่งเพราะ ICC ได้ตั้งข้อกล่าวหาอิสราเอลว่าจงใจโจมตีพลเรือน แต่ไม่ได้ตั้งข้อกล่าวหาเดียวกันต่อกลุ่มฮามาส ซึ่งยังคงยิงจรวดใส่อิสราเอลอย่างต่อเนื่องหลังจากการสังหารหมู่เมื่อเดือนตุลาคม

นอกจากนั้น กลุ่มฮามาสยังได้ก่ออาชญากรรมสงครามถึงสองประเด็น นั่นคือ การโจมตีพลเรือนชาวอิสราเอล และการใช้ตัวประกันชาวอิสราเอลและพลเรือนชาวปาเลสไตน์เป็นโล่มนุษย์

ยิ่งไปกว่านั้น หมายจับดังกล่าวยังมองข้ามหลักการสำคัญของการเกื้อกูลกันในธรรมนูญของศาล ซึ่งระบุว่าศาลอาญาระหว่างประเทศสามารถแทรกแซงได้เฉพาะเมื่อศาลท้องถิ่นไม่สามารถหรือไม่เต็มใจที่จะดำเนินคดี

ในเรื่องนี้เห็นได้ชัดเจนว่า กลุ่มฮามาสไม่มีเจตนาจะสอบสวนอาชญากรรมของตนเอง ทั้งนี้ ฮามาสมองว่าการเสียชีวิตของพลเรือนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นชาวปาเลสไตน์หรือชาวอิสราเอล ล้วนเป็นความสำเร็จ

ในทางตรงกันข้าม อิสราเอลมีระบบกฎหมายที่เข้มแข็งและเป็นที่ยอมรับ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า อิสราเอลเต็มใจ พร้อมกับมีความสามารถในการสอบสวนและดำเนินคดี ในกรณีของการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

อันที่จริงแล้ว การยึดมั่นในหลักนิติธรรมของอิสราเอลได้รับคำชมเชยจากอัยการศาลอาญาระหว่างประเทศ เมื่อครั้งที่ไปเยือนอิสราเอลหลังจากเกิดเหตุการณ์สังหารหมู่เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมปีที่แล้ว

หัวหน้ากลุ่มฮามาส ยาห์ยา ซินวาร์ (Yahya Sinwar) ภาพ: AP Photo/Adel Hana, File

เขาตั้งข้อสังเกตว่า ทนายความอิสราเอลเข้ารับการฝึกอบรมเพื่อให้คำแนะนำต่อบรรดาผู้บัญชาการทางทหาร ทั้งยังมีกรอบกฎหมายที่ชัดเจนเพื่อให้แน่ใจว่าจะปฏิบัติตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด

อีกประการหนึ่ง ข้อกล่าวหาที่มีต่ออิสราเอลแสดงให้เห็นถึงความไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงอย่างเห็นได้ชัด นั่นคือ ICC กล่าวโทษว่าอิสราเอลจงใจทำให้ประชากรในฉนวนกาซาต้องอดอยากด้วย “การปิดล้อมอย่างเบ็ดเสร็จ”

แต่กลับไม่กล่าวถึง อาหาร เวชภัณฑ์ และความช่วยเหลืออื่นๆ กว่าหนึ่งล้านตัน ที่ส่งเข้าไปยังฉนวนกาซาอย่างต่อเนื่อง

ในขณะเดียวกัน กลุ่มฮามาสยังคงจับตัวประกันไว้ โจมตีอิสราเอลด้วยขีปนาวุธ และปล้นสะดมสิ่งของบรรเทาทุกข์

ออร์นา ซากิฟ (Ms. Orna Sagiv) เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย

การตัดสินใจของอัยการที่ขอหมายจับผู้นำอิสราเอล ทำให้เกิดข้อกังวลเพิ่มขึ้นเรื่องความเป็นกลางของศาล เขาส่งหลักฐานไปยัง “คณะผู้เชี่ยวชาญที่เป็นกลาง” แต่การรักษาความลับของหลักฐานและกระบวนการคัดเลือกยังเป็นที่น่าเคลือบแคลง

ด้วยเหตุว่า คณะผู้เชี่ยวชาญประกอบด้วยบุคคลที่เคยแสดงอคติต่ออิสราเอลมาก่อนแล้วอย่างเปิดเผย นอกจากนั้น ยังมีสมาชิกอีกหลายคนที่ขาดความเชี่ยวชาญด้านกิจการทหาร หรือกฎหมายแห่งความขัดแย้งว่าด้วยอาวุธ

จึงส่งผลให้คณะผู้เชี่ยวชาญดังกล่าว ไม่มีข้อมูลและความสามารถเพียงพอ ที่จะประเมินการปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในมุมมองทางกฎหมายและยุทธศาสตร์อย่างมืออาชีพได้

จอห์น สเปนเซอร์ หัวหน้าศูนย์ศึกษาสงครามที่เวสต์พอยต์ ชี้ให้เห็นว่า ความพยายามของอิสราเอลในการลดอันตรายต่อพลเรือน เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เขาตั้งข้อสังเกตว่า

“ผมไม่เคยเห็นกองทัพที่ใช้มาตรการดังกล่าวเพื่อดูแลพลเรือนของศัตรูเช่นนี้มาก่อนเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่กำลังต่อสู้กับศัตรูที่อยู่ในอาคารเดียวกัน ผมเห็นว่าอิสราเอลใช้มาตรการป้องกันอันตรายต่อพลเรือนมากกว่ากองทัพใดๆ ในประวัติศาสตร์”

ดังนั้น การวิเคราะห์ของสเปนเซอร์จึงยืนยันว่า อิสราเอลมีหลักการที่เลี่ยงมิให้เกิดอันตรายต่อพลเรือน มากกว่ามาตรการของกองทหารใดๆ ที่เคยมีมา

ในการประชุมศาลอาญาระหว่างประเทศเมื่อ พ.ศ.2541 (1998) ผู้พิพากษานาธานแสดงความกังวลว่า ศาลอาจกลายเป็น “เพียงอีกเวทีหนึ่งซึ่งเปิดโอกาสให้กลุ่มประเทศที่ไม่มีความรับผิดชอบ มาใช้อำนาจทางการเมืองได้ตามอำเภอใจ”

“เป็นเรื่องน่าเศร้าที่การตัดสินใจล่าสุดของ ICC ทำให้ความกังวลของผู้พิพากษานาธานใกล้ความเป็นจริงยิ่งขึ้น”

อิสราเอลรู้สึกผิดหวังที่ดูเหมือนทั่วโลกจะลืมหรือไม่ก็มองข้ามความโหดร้ายที่ฮามาสได้ก่อขึ้นในวันที่ 7 ตุลาคมปีก่อนไปแล้ว •

รายงานพิเศษ | ชนัดดา ชินะโยธิน

Chanadda Jinayodhin

 

 

 

 

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

แตรฝรั่ง (3)
ตามสถิติเอเลียนน่าจะมีจริง แต่…
aespa คั้นชีวิตให้เปรี้ยวเข็ดฟันมากกว่าเดิม ด้วยอัลบั้มชุดใหม่ Lemonade
จาก ‘ทรงวิทย์’ ถึง ‘อุกฤษฎ์’ จาก ‘ศอ.ปชด.’ สู่ ‘ศบค.ชด.’ ‘อนุทิน’ ติดดาบ ‘ผบ.หยอย’ คุม ทุกชายแดน กรำศึกเขมร รอบสุดท้าย
‘โต เลิม’ เยือนไทย : เห็นอะไรในประวัติศาสตร์ และความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม
สุทธิชัย วีรกุลสุนทร ‘เฮียล้าน ลุยต่อ’ ป้องกันแชมป์ ส.ก.จอมทอง สมัย 7 ไม่หวั่นคู่แข่งเจนใหม่
‘บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ’ มองประเทศไทยที่ ‘หยุดนิ่ง’ ‘คนรุ่นหลัง’ จะ ‘ทุกข์ยาก’ กว่านี้
Prachachat Business Awards 2026 เปิดทำเนียบ 5 สุดยอดธุรกิจไทย ‘ฮั่วเซ่งเฮง’ รายได้สูงสุด ปตท.สผ.แชมป์จ่ายภาษี
Space within space
E-DUANG | การรุก การถอย การเมือง ของ TH-AI Passport
Sexercise การออกกำลังกายชั้นยอด
วิวัฒนาการที่กำกับได้ (2) : การกำกับวิวัฒนาการในหลอดทดลอง