bg-single

ตามสถิติเอเลียนน่าจะมีจริง แต่…

08.06.2026

บทความพิเศษ | ยสวัต ป้อมเย็น

ตามสถิติเอเลียนน่าจะมีจริง แต่…

ต้นเดือนพฤษภาคม 2569 กระทรวงสงคราม (กลาโหม) ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ปล่อยเอกสารจำนวนมากซึ่งเคยมีชั้นความลับสูงสุดที่เกี่ยวกับ Unidentified Aerial Phenomenon (UAP) หรือที่สมัยก่อนเรียกรวมๆ กันว่า Unidentified Flying Object (UFO)

ทำให้ความสนใจเกี่ยวกับทั้ง UAP/UFO และ “เอเลียน” หรือสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญา (intelligent life) จากต่างดาวกลับมาอยู่ในกระแสข่าวอีกครั้งหนึ่ง

เรื่องนี้ทำให้นึกถึงหนังสือหลายเล่มที่เคยอ่าน จึงขอเล่าสู่กันฟัง

ปีที่แล้วได้อ่านหนังสือสองเล่ม เล่มแรกชื่อ UFO : The inside story of the US government’s search for alien here-and out there โดย Garrette M. Graff

อีกเล่มหนึ่งชื่อ Imminent : Inside the pentagon’s hunt for UFOs โดย Luis Elizondo

เล่มแรก (UFO) เขียนโดยนักข่าว/บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ที่เขียนหนังสือมาหลายเล่มเกี่ยวกับความมั่นคง การเมือง การทหาร

ส่วนเล่มที่สอง (Imminent) เขียนโดยอดีตเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองทหารในกระทรวงกลาโหมสหรัฐ

ถ้าเล่าเท่านี้ หลายคนน่าจะคิดว่าเล่ม Imminent ที่เขียนโดยอดีตหน่วยข่าวกรองทหารดูน่าเชื่อถือกว่าเล่ม UFO ที่เขียนโดยนักข่าวใช่มั้ย?

แต่ในความเห็นส่วนตัว คิดว่าเล่ม UFO นั้นให้ข้อมูลที่น่าสนใจและโน้มน้าวให้เชื่อว่า “โลกมนุษย์น่าจะยังไม่เคยมีเอเลียนมาเยี่ยมเยือน” ได้มากกว่าเล่ม Imminent ที่พยายามจะบอกว่า “เอเลียนมีจริง และรัฐบาลพยายามปกปิดมาตลอด”

เล่ม UFO โดย Graff นั้นเป็นการนำเอกสารทางราชการจำนวนมากของโครงการทางทหารและข่าวกรองต่างๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการ “พบเห็น” ปรากฏการณ์ประหลาดในชั้นบรรยากาศของรัฐบาลกลางสหรัฐ นำมาเรียบเรียงและตีความ รวมไปถึงสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้องกับในโครงการเหล่านี้ และพยายามอธิบายปรากฏการณ์ต่างๆ ด้วยทฤษฎีต่างๆ ที่น่าจะเป็นไปได้

ข้อสรุปหนึ่งของหนังสือคือ สิ่งที่รัฐบาลกลางสหรัฐพยายามปกปิดเกี่ยวกับปรากฏการณ์ประหลาดเหล่านี้ ไม่ใช่เพราะพบเอเลียนหรือยานอวกาศต่างดาว

แต่เป็นเพราะรัฐบาลเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสิ่งที่พบเจอคืออะไรกันแน่

และรัฐบาลกลาง ไม่ว่าจะของประเทศใด มักจะไม่ยอมรับกับประชาชนทั้งนั้นว่าตัวเอง “ไม่รู้” ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม

เล่ม Imminent โดย Elizondo นั้นเป็นการพยายามเอาความรู้ “วงใน” จากเอกสารการข่าวและโครงการลับต่างๆ ที่ผู้เขียนเคยเกี่ยวข้องด้วยมาเรียบเรียงและเขียนให้ดูมีความน่าสนใจและดูลึกลับซับซ้อน (ตามความเห็นของผมคือซับซ้อนเกินความจำเป็น)

แต่เรื่องที่ผู้เขียนเล่านั้นไม่ได้มีอะไรใหม่ ที่สำคัญคือคาดหวังจากประวัติของผู้เขียนที่เคยเป็นอดีตหน่วยข่าวกรองทหารซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลปรากฏการณ์ประหลาดในชั้นบรรยากาศน่าจะมีข้อมูลใหม่และทฤษฎีใหม่เกี่ยวกับ UAP ซึ่งใช้ข้อมูลเหล่านั้นมารองรับ แต่ไม่ได้อะไรแบบนั้นจากหนังสือเล่มนั้นเลย

(ขอหลีกเลี่ยงการเล่าเรื่องภายในหนังสือ เอามาแค่บทสรุปที่อ่านแล้วจับได้มาเล่าให้ฟัง ใครสนใจก็ตามไปซื้อหามาอ่านกันต่อ)

มีหนังสืออีกเล่มหนึ่งที่ผมคิดว่าคนไทยควรได้อ่านกัน คือ Innumeracy : Mathematical illiteracy and its consequences โดย John Allen Paulos ศาสตราจารย์กิตติคุณด้านคณิตศาสตร์จาก Temple University เกี่ยวกับผลพวงของการ “ไม่รู้คณิตศาสตร์” หรือการไม่เข้าใจวิธีใช้ตรรกะและการคำนวณความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ต่างๆ จนทำให้มนุษย์ตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงหรือความเชื่องมงายในแบบต่างๆ

ซึ่งหนึ่งในนั้นคือเรื่องความเชื่อว่าโลกเคยมีเอเลียนจากต่างดาวมาเยือน

สิ่งหนึ่งซึ่งหนังสือทั้งสามเล่มนี้มีข้อเสนอตรงกันก็คือ “สิ่งมีชีวิตต่างดาวน่าจะมีจริง”

แต่สิ่งที่ไม่เหมือนกันคือ เล่ม Imminent นำเสนอในเชิง “เชื่อฉันสิเพราะฉันเป็นผู้เชี่ยวชาญ – Authority Bias” แต่ไม่สามารถนำเอาหลักฐานเชิงประจักษ์มาโน้มน้าวให้คนอ่านเชื่อได้

กลับกัน ทั้งเล่ม UFO และ Innumeracy ชี้ให้เห็นในทำนองเดียวกันว่า “สิ่งมีชีวิตต่างดาวน่าจะมีจริง”

เมื่อเราใช้ตรรกะและคำนวณความน่าจะเป็น โดยเราสามารถคำนวณแบบคร่าวๆ ได้จากจำนวนกาแล็กซี่ในจักรวาล จำนวนดาวฤกษ์ในระบบดาวต่างๆ และจำนวนดาวเคราะห์ที่เป็นบริวารของดาวฤกษ์เหล่านั้น แต่เมื่อนำเอาปัจจัยเวลาและระยะทางระหว่างโลกและดาวต่างๆ มาผนวกเข้าไปด้วย

เราจะเห็นได้ว่า ต่อให้สิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาในจักรวาลมีจริง ไม่ได้แปลว่าสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นจะสามารถเดินทางมาโลกได้ในขณะที่มนุษย์โลกมีความเข้าใจ/สนใจการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตเหล่านั้น (โลกมนุษย์มีอายุประมาณสี่พันห้าร้อยล้านปี ดวงอาทิตย์และระบบสุริยะประมาณสี่พันหกร้อยล้านปี ส่วนจักรวาลอายุประมาณหนึ่งหมื่นสามพันล้านปี)

ถ้าเรานับการมีอยู่ของมนุษย์โลก ซึ่งเพิ่งปรากฏเป็นสปีชีส์แยกจากมนุษย์หินแค่ไม่กี่แสนปีก่อน แค่นี้โอกาสที่เราและเอเลียนจะตระหนักรู้ถึงการมีอยู่ของกันและกันก็มีน้อยเต็มทีอยู่แล้ว

ยังไม่ต้องพูดถึงว่ามนุษย์เราเพิ่งจะสนใจเรื่องสิ่งมีชีวิตนอกโลกแบบเป็นระบบเมื่อไม่กี่สิบปี (หรือถ้าจะให้เต็มที่ ก็ไม่เกินหนึ่งร้อยปี) ที่ผ่านมานี้เอง

ศ.จอห์น พอลลอส ใช้การคำนวณความน่าจะเป็นที่ไม่ซับซ้อนเลยเพื่อชี้ให้เห็นถึงตรรกะและวิธีการคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้อย่างแยบยล (อยากแนะนำให้มีคนแปลหนังสือเล่มนี้จริงๆ ถ้าเราเพียงแค่เข้าใจและใช้คณิตศาสตร์พื้นฐานในการคิดเรื่องแบบนี้ได้ เราจะตกเป็นเหยื่อต่อเหล่าสแกมเมอร์หรือเรื่องเหนือธรรมชาติต่างๆ น้อยลง)

เมื่อหลายปีก่อนเคยได้อ่านหนังสืออีกเล่มหนึ่งชื่อ Phenomena : The secret history of the US government’s investigations into extrasensory perception and psychokinesis โดย Annie Jacobsen เป็นนักหนังสือพิมพ์มือรางวัลที่เขียนหนังสือเกี่ยวกับความมั่นคงและการทหารหลายเล่ม

โดยเล่มนี้เล่าถึงการทดลองวิทยาศาสตร์โดยหน่วยงานทหารของสหรัฐเพื่อพิสูจน์ว่า พลังจิตเพื่อควบคุมจิตผู้อื่น สิ่งของ หรือการเห็นญาณนิมิตต่างๆ นั้นมีจริงหรือไม่

ผู้เขียนนำเสนอเอาไว้น่าสนใจว่า รัฐบาลกลางสหรัฐไม่รู้ว่าพลังจิตแบบต่างๆ นั้นมีจริงหรือไม่ แต่ถ้ามันมีจริง รัฐบาลโดยเฉพาะทหารจำเป็นต้องเข้าใจถึงการมีอยู่ของมันและสามารถนำมาใช้เพื่อ “ประโยชน์” ของสหรัฐ (ขอสปอยล์เล่มนี้เลยว่า พลังจิตนั้นไม่มีจริง แต่ถ้าใครสนใจรายละเอียด แนะนำให้อ่านหนังสือ)

ล่าสุด มีหนังสืออีกเล่มหนึ่ง Take me to your leader : perspectives on your first alien encounter เขียนโดยนักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ชื่อดัง Neil deGrasse Tyson เสนอว่า เราไม่ควรจำกัดความเป็นไปได้ของเอเลียนว่าต้องหน้าตาเหมือนมนุษย์ และเราไม่ควรจำกัดความหมายของ “ภูมิปัญญา” ว่ามีลักษณะเดียวกับมนุษย์ เพราะคำนี้เป็นสิ่งที่มนุษย์บัญญัติขึ้นมา

จินตนาการกันเล่นๆ ดูว่า ถ้าเอเลียนมีจริงและสามารถเดินทางข้ามดาวผ่านระยะทางไกลโพ้นมาหาโลกได้ ภูมิปัญญาของพวกเขาจะสูงขนาดไหน

แล้วถ้าเปรียบเทียบให้เห็นภาพ มนุษย์เราแม้จะเคยพยายามสื่อสารกับสัตว์ต่างๆ แต่เราก็ไม่ลงไปยุ่งวุ่นวายกับสัตว์เหล่านั้นเพราะเราไม่สามารถสื่อสารกับพวกมันได้ (ทาสหมา/แมวอาจจะเถียงว่าพวกท่านสื่อสารกับนายของท่านได้ แต่นั่นคือท่านเลี้ยงเจ้านายของท่านมาเป็นเวลานาน และท่านก็ยังไม่สามารถคุยกันได้รู้เรื่องกับสัตว์ตัวอื่นเหมือนมนุษย์สองคนคุยกันอยู่ดี)

นึกสภาพว่าเอเลียนที่ฉลาดสุดสุดจากกาแล็กซี่ไกลโพ้นแล้วมาเจอมนุษย์โลก ที่แม้ว่าจะอาศัยอยู่ในโลกเดียวกันแท้ๆ แต่ยังตีกันเพราะเรื่องผลประโยชน์บ้าๆ บอๆ ไม่จบสิ้น แบบนี้เอเลียนสติดีๆ และฉลาดๆ ที่ไหนจะอยากมาติดต่อมนุษย์โลก

ในประสบการณ์ส่วนตัวจากการอ่านหนังสือมั่วๆ แบบนี้หลายๆ เล่ม ขอสรุปเรื่องเอเลียนนอกโลกว่าน่าจะมีจริง และแม้ว่าจะยังไม่ตัดความเป็นไปได้ว่าเอเลียนเคยมาเยือนโลก แต่จากหลักฐานต่างๆ ที่ผ่านมาประกอบกับหลักตรรกะเหตุผลและสถิติ

ในตอนนี้จึงสรุปว่าโลกของเรายังไม่เคยมีเอเลียนทรงภูมิปัญญามาเยือน ส่วนท่านผู้อ่านจะคิดและเชื่ออย่างไร ขอเชิญให้จินตการของท่านโลดแล่นไปได้ตามสะดวก



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | ฐานที่มา แห่ง ระบอบ”อากง” โจทย์ ในมือ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
แกะรอย ประวัติศาสตร์แห่ง ‘อาทิตย์ 3 ดวง’ หรือ ‘Sundogs’ (2)
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 3) เรื่อง ปัญหาบางประการในความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ธำรงศักดิ์โพล เปิดผลสำรวจ ร้อยละ 62.18 ชี้ควรมีการเลือกตั้งผู้ว่าจังหวัดทุกจังหวัดได้แล้ว
“เผ่าภูมิ” ยินดี คลังสานต่อ “Negative Income Tax” ยุคเพื่อไทย พุ่งเป้าช่วยคนจน เสนอเกณฑ์รายได้ต่ำกว่า 6 หมื่น/ปี รับสูงสุด 12,000 บาท/ปี
แตรฝรั่ง (3)
ตามสถิติเอเลียนน่าจะมีจริง แต่…
aespa คั้นชีวิตให้เปรี้ยวเข็ดฟันมากกว่าเดิม ด้วยอัลบั้มชุดใหม่ Lemonade
จาก ‘ทรงวิทย์’ ถึง ‘อุกฤษฎ์’ จาก ‘ศอ.ปชด.’ สู่ ‘ศบค.ชด.’ ‘อนุทิน’ ติดดาบ ‘ผบ.หยอย’ คุม ทุกชายแดน กรำศึกเขมร รอบสุดท้าย
‘โต เลิม’ เยือนไทย : เห็นอะไรในประวัติศาสตร์ และความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม
สุทธิชัย วีรกุลสุนทร ‘เฮียล้าน ลุยต่อ’ ป้องกันแชมป์ ส.ก.จอมทอง สมัย 7 ไม่หวั่นคู่แข่งเจนใหม่
‘บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ’ มองประเทศไทยที่ ‘หยุดนิ่ง’ ‘คนรุ่นหลัง’ จะ ‘ทุกข์ยาก’ กว่านี้