bg-single

aespa คั้นชีวิตให้เปรี้ยวเข็ดฟันมากกว่าเดิม ด้วยอัลบั้มชุดใหม่ Lemonade

08.06.2026

บทความพิเศษ | ศรัณยู ตรีสุคนธ์

aespa

คั้นชีวิตให้เปรี้ยวเข็ดฟันมากกว่าเดิม

ด้วยอัลบั้มชุดใหม่ Lemonade

Lemonade สตูดิโออัลบั้มลำดับที่ 2 ของ aespa (เอสป้า) เกิร์ลกรุ๊ปมือวางลำดับต้นๆ ของวงการเพลงเคป๊อปเจน 4 ไม่ได้เป็นงานเพลงแนวอิเล็กทรอนิกส์ผสมผสานที่มีงานโปรดักชั่นที่เนี้ยบทุกกระเบียดนิ้วเท่านั้น แต่มันคืออัลบั้มที่สะท้อนให้เห็นถึงการปรับเปลี่ยนบริบท (Context) ของคอนเซ็ปต์ให้ไหลตามกระแสวัฒนธรรมป๊อปได้เหมือนกระแสน้ำที่ไร้รูปร่างแต่ก็ยังไว้ซึ่งโครงสร้าง (Structure) ที่แข็งแรงของวงอยู่เช่นเดิม

เพื่อให้เห็นภาพให้ง่ายขึ้นก็ต้องพูดถึงการสร้างภาพลักษณ์ของวงก่อน

aespa เดบิวต์ในปี 2020 โดยมีการสร้างคอนเซ็ปต์ “จักรวาลนฤมิต” (Metaverse) ให้กับวง คอนเซ็ปต์นี้ถือว่าใหม่มากในยุคนั้น

เพราะทาง SM Entertainment ได้สร้างจักรวาล “ทวิภพ” (The Digital Twins) ให้กับสมาชิกทั้ง 4 คนอย่าง คาริน่า, วินเทอร์, จีเซล และหนิงหนิง ขึ้นมาเพื่อให้พวกเธอมีตัวตนอยู่ทั้งในโลกจริงและโลกเสมือนที่มีสัญลักษณ์นำหน้าชื่อว่า ? (ไอ)

โดยโลกทั้ง 2 ใบนี้เชื่อมต่อเข้าด้วยกันเพื่อที่จะสื่อสารกันได้ผ่านระบบที่เรียกว่า SYNK

ทางค่าย SM สร้างแคแร็กเตอร์ให้กับวง aespa ในลักษณะเดียวกันกับโครงสร้างของภาพยนตร์ คือ มี 3 องก์ด้วยกัน

การสร้างตัวตนที่ซับซ้อนนี้เป็นองก์แรก

องก์ที่ 2 เป็นเรื่องของการสร้างความขัดแย้งด้วยการสร้างศัตรูในรูปแบบไวรัสคอมพิวเตอร์หรือด้านมืดของอัลกอริธึ่มที่เข้ามาทำลายตัวตนของวง aespa ผ่านเพลงอย่าง Black Mamba, Next Level และ Savage ซึ่งมีโครงสร้างในการเล่าเรื่องในลักษณะเดียวกับนิยายไซเบอร์พังก์ที่ถ่ายทอดชีวิตมนุษย์ที่ตกต่ำลงท่ามกลางเทคโนโลยีแห่งโลกอนาคตที่สูงขึ้นเรื่อยๆ

องก์ที่ 3 ก็คือการลบเส้นแบ่งระหว่างโลกจริงกับโลกเสมือนผ่านดนตรีไฮเปอร์ป๊อปสุดล้ำเพื่อเป็นคำตอบให้กับคำถามที่ว่า “อะไรคือความจริงแท้” ของมนุษย์ในโลกเสมือน

การสร้างสภาวะเหนือจริงหรือ Hyperreality คือการทำให้ตัวตนที่เป็นร่างอวตารของ 4 สาววง aespa เริ่มมีความจริงแท้ไม่ต่างไปจากตัวตนของมนุษย์

ซึ่งเป็นการคลายปมความขัดแย้งเพื่อเข้าสู่บทสรุปที่คลี่คลายในช่วงองก์ที่ 3 ของเรื่องราวทั้งหมด

aespa ถือเป็นกลุ่มศิลปินไอดอลที่มีโครงสร้างในการสร้างภาพลักษณ์ที่ซับซ้อนที่สุดเท่าที่วงการเคป๊อปเคยมีมา

แต่ถึงแม้ว่าจะมีโครงสร้างที่เป็นฐานที่แข็งแรงขนาดนี้แต่บริบทในการปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมป๊อปที่เปลี่ยนไปของวง aespa กลับทำได้ดีไม่ต่างไปจากน้ำที่เข้ากับภาชนะในทุกรูปทรง

สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นได้อย่างเป็นรูปธรรมที่สุดผ่านงานเพลงชุดล่าสุดของวง

ข้อสังเกตที่น่านำไปคิดต่อของ aespa ก็คือ ถึงแม้ว่าร่างอวตารของวงที่ถ่ายทอดผ่านเพลงยุคแรกๆ จะต่อต้านไวรัสคอมพิวเตอร์ที่ชั่วร้ายในโลกเสมือน

แต่ในขณะเดียวกันแคแร็กเตอร์ที่ผ่านการคิดมาเป็นอย่างดีของวงไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาของเพลง, ท่าเต้น, การออกแบบงานสร้างผ่านแฟชั่นไปจนถึงมิวสิกวิดีโอของวงก็ทำให้ภาพลักษณ์เหล่านี้ได้รับการจดจำผ่านทางอัลกอริธึ่มในโลกที่ขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยโซเชียลมีเดียได้อย่างแม่นยำ

หากมองในมุมนี้แล้วก็จะเห็นว่า aespa สามารถเป็นได้ทั้ง Black Mamba ซึ่งเป็นงูพิษที่อันตรายที่สุดในโลก

และในขณะเดียวกันพวกเธอก็เป็นเหมือนผีเสื้อปีกแก้ว (Glasswing Butterfly) ที่ได้รับการขนานว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่สวยที่สุดสายพันธุ์หนึ่งของโลกด้วย

WDA (Whole Different Animal) เพลงที่ได้ G-Dragon มาฝากเสียงร้องด้วยถือเป็นเพลงไฮเปอร์ป๊อปที่มีส่วนผสมของดนตรีฮิพฮอพร่วมสมัยไม่ว่าจะเป็น Bass Drop และ Sub Bass ที่ทั้งลึกและแน่น บวกกับซาวด์อิเล็กทรอนิกส์เพอร์คัชชั่นที่ผสมผสานความเป็นอะคูสติกและเสียงสังเคราะห์ได้อย่างเป็นเนื้อเดียวกัน

ความหนักแน่นและความอ่อนโยนในเวลาเดียวกันนี้ได้สร้างสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ที่มีทั้งพิษรุนแรงและความสวยงามอย่างร้ายกาจเอาไว้ได้ในเวลาเดียวกัน

เพลงนี้มีการใช้คำศัพท์ที่มักปรากฏให้เห็นอยู่บ่อยๆ ในนิยายไซไฟอย่างเช่น ประตูทะลุมิติ (P-O-S), ระบบรวน (Glitch), โลกยุคใหม่ (New Era) ไปจนถึงภาวะเอกฐาน (Singularity) ซึ่งเป็นจุดที่ภาวะของกาลอวกาลมีความหนาแน่นเป็นอนันต์ ซึ่งเป็นการก้าวข้ามผ่านกฎฟิสิกส์ทั้งมวลที่มนุษย์เคยรู้จักไปอย่างสิ้นเชิง

ในเนื้อเพลงช่วงที่ G-Dragon ร้องมีท่อนที่เขาตั้งข้อสงสัยอย่างตรงไปตรงมาด้วยว่า “ทำไมพวกเธอถึงดูไม่แตกต่างกันเลย?” ซึ่งสื่อถึงภาพรวมของเกิร์ลกรุ๊ปในยุคปัจจุบันที่ดูเหมือนๆ กันไปหมดด้วย

การสร้างความแตกต่างคือคอนเซ็ปต์สำคัญของอัลบั้ม Lemonade นอกจากความกล้าที่จะออกจากกรอบเดิมๆ ในเรื่องของงานวิช่วลที่เห็นเป็นประจักษ์ได้ด้วยตาผ่านเสื้อผ้าหน้าผมไปจนถึงงานอาร์ตเวิร์กโดยรวมแล้ว งานเพลงชุดนี้ยังใช้ฟอร์มของดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ร่วมสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งไฮเปอร์ป๊อปในการสร้างดนตรีป๊อปแนวใหม่ให้มีทิศทางแตกต่างกันออกไปให้มีความน่าสนใจมากขึ้น

อย่างเช่น การใช้ดนตรีฮาร์ดร็อกเข้ามาผสมผสานกับป๊อปแดนซ์ในเพลง Can’t Help Myself

การนำกลิ่นอายของดนตรี Trance จากยุค 90s เข้ามาใส่ในเพลง Camouflage เพลง My Plan ที่โชว์การเรียบเรียงเสียงร้องประสานได้อย่างมีมิติและลุ่มลึกมากๆ

เพลง ‘Til We Die ที่นำสุ้มเสียงของดนตรีร็อกมาเบลนด์กับอิเล็กทรอป๊อปได้อย่างไพเราะน่าฟัง

เพลง Switchblade ที่ได้แร็พเปอร์ระดับซูเปอร์สตาร์อย่าง Ty Dolla $ign มาร่วมฟีเจอริ่งด้วย

และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือเพลงไตเติลแทร็กอย่าง LEMONADE เพลงแดนซ์ที่นำบีทหนักๆของดนตรีเทคโนมามิกซ์กับดนตรีป็อปอย่างได้อย่างลงตัวสวยงามเหมือนสัดส่วนทองคำเลยทีเดียว

โดยในแทร็กปิดอัลบั้มในเวอร์ชั่นดิจิทัลก็ได้นักร้อง Becky G มาฝากเสียงแร็พเอาไว้ด้วย

ถ้าหากมองเฉพาะในภาคดนตรีอย่างเดียว สิ่งที่ aespa มีเหมือนหรือคล้ายกับเกิร์ลกรุ๊ปเจน 4 โดยรวมก็คือ การลบเส้นแบ่งของตระกูลเพลงหรือ Genre ให้พร่าเลือนลงด้วยการนำดนตรีหลายๆ แนวมาใส่ไว้ในดนตรีเต้นรำร่วมสมัย

แต่สิ่งที่ aespa มีมาตลอดและโดดเด่นกว่าเกิร์ลกรุ๊ปวงอื่นๆ ก็คือ การนำเสียงดนตรีแบบเครื่องจักร (Metallic) ที่มีกลิ่นอายของดนตรีอินดัสเทรียลมาเป็นแกนกลางและเป็นเหมือนแม่เหล็กที่ดูดซาวด์ดีไซน์จากดนตรีแนวอื่นๆ มาให้มารวมตัวกันได้อย่างแนบแน่นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

หลังจากที่อีซูมานผู้ก่อตั้งค่าย SM Entertainment ได้ยุติบทบาทการเป็นผู้บริหารค่ายไปตั้งแต่ปี 2023 โครงสร้างในการบริหารของค่าย SM ก็มีการปรับรูปแบบไปจากเดิมอย่างชัดเจน

เนื่องจากทางกลุ่มบริษัท Kakao Corp. และ Kakao Entertainment ที่ถือหุ้นสูงสุดที่ราวๆ 40% ได้เปลี่ยนจากการบริหารแบบซีอีโอเดี่ยวมาเป็นซีอีโอคู่

โดยจางชอลฮยอก อดีตประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของค่ายเข้ามานั่งเก้าอี้ประธานฝ่ายบริหารร่วมกับ ทักยองจุน ที่เข้ามาทำหน้าที่กุมบังเหียนด้านการดูแลศิลปินและงานโปรดักชั่นแบบเต็มตัว

ชเวจองมิน ที่เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายกิจการระดับโลกเข้ามามีบทบาทในการขยายตลาดต่างประเทศให้กับศิลปินในสังกัด

ด้านโจเซฟ ชาง ผู้บริหารร่วมของทาง Kakao ที่ควบตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงที่ดูแลภาพรวมการเติบโตทางธุรกิจของท SM อดีตซีอีโอของ Sony Music Entertainment Korea ได้ใช้คอนเน็กชั่นเก่าในการนำศิลปินฝั่งตะวันตกเข้ามาร่วมงานกับ aespa ในอัลบั้มชุดล่าสุดด้วย

ด้านยูยองจิน ที่วางรากฐานด้านเพอร์ฟอร์แมนซ์ศิลปินให้กับ SM ที่ออกจากบริษัทไปพร้อม อีซูมาน ถึงแม้จะไม่มีบทบาทอะไรกับค่ายแล้ว

แต่การวางรากฐานเสียงร้องประสานอันเป็นเอกลักษณ์ให้แก่ศิลปินกลุ่มในสังกัดของเขาก็ยังส่งอิทธิพลมาถึงงานเพลงชุดใหม่ของ aespa ด้วย

Lemonade ไม่ได้เป็นงานเพลงที่แสดงให้เห็นพัฒนาการที่ยอดเยี่ยมของวง aespa เท่านั้น

แต่ยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการบริหารค่าย SM ของทางทีมผู้บริหารที่แสดงให้เห็นว่าการดูแลศิลปินอย่างเป็นระบบมากขึ้น

ก็ยิ่งทำให้คุณค่าของศิลปินที่มีมากอยู่แล้วสามารถเปล่งประกายมากขึ้นไปอีกได้เรื่อยๆ

สมกับสุภาษิตตะวันตกที่ว่า “When life gives you lemons, make lemonade” (เมื่อชีวิตมอบมะนาวอันขมขื่นให้ จงเปลี่ยนมันให้เป็นน้ำมะนาวรสดี) ซึ่งเป็นคำโปรยหลักของอัลบั้ม Lemonade จริงๆ

โดยวินเทอร์ เผยในงานแถลงข่าวเปิดตัวอัลบั้มใหม่ของวง aespa ว่า

“เราจะไม่หยุดอยู่แค่การทำน้ำมะนาว แต่เราจะคั้นมันให้ออกมาเปรี้ยวและแรงมากกว่าเดิมเพื่อเผชิญหน้ากับทุกความท้าทายที่เข้ามาในชีวิต”



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เชลยศึกสงครามลาว (35)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (18) การตีความละคร Return to the East
E-DUANG | ทำไม ประยุทธ์ จันทร์โอชา แตกกับ ประวิตร วงษ์สุวรรณ
ชลบุรีเร่งยกระดับสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ รับโอกาสจากพฤติกรรมนักเดินทางยุคใหม่
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 5) : เรื่อง บรรทัดฐานคำตัดสินศาลโลก | สุรชาติ บำรุงสุข
อะธีนา พระแม่ผู้เป็นเทพีประจำเมืองเอเธนส์ ของชาวกรีกโบราณ
‘ลำไส้ ลำแสง’ นิทรรศการที่ถ่ายทอดภาพ ที่ถูกขับออกมาจากภายในร่างกาย อย่างตรงไปตรงมา โดย ณัฐพล สวัสดี
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (180)
มองข้ามช็อต ศึก 3 เส้า ทะเลจีนใต้เดือด กลางเวทีแชงกรีล่า ทำไมไทยควรใส่ใจจริงๆ
ANTA แบรนด์กีฬาจีน ท้าชน NIKE ADIDAS
E-DUANG | ทำไม กรณี เจาะลึกทั่วไทย จึงเป็น เผือกร้อน ต่อรัฐบาล
2 คู่รักคนดังวิวาห์ชื่นมื่น ‘ณเดชน์-ญาญ่า’ 15 ปีที่รอคอย ‘พระพาย-หนุน’ เริ่มต้นชีวิตคู่