bg-single

สุวรรณภูมิ-ทวารวดี [16] คนไทยเริ่มแรกในอโยธยา

23.02.2025

อโยธยามีพัฒนาการจากบ้านเมืองและรัฐสมัยเริ่มแรกการค้าระยะไกลทางทะเล (สุวรรณภูมิ) สืบเนื่องถึงสมัยการค้าโลก (ทวารวดี)

ตัวเมืองอโยธยา (เป็นเมืองเก่าของอยุธยา) มีคูน้ำแสดงผังรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า อยู่ทางสถานีรถไฟอยุธยาซึ่งเป็นที่รับรู้ทั่วไปในหมู่เจ้านาย, ขุนนาง, ข้าราชการแผ่นดินสยาม พบหลักฐานในพระราชดำรัส ร.5 เปิดโบราณคดีสโมสร ที่พระนครศรีอยุธยา ราว 118 ปีมาแล้ว พ.ศ.2450

ข้อมูลจำนวนมากเกี่ยวกับเมืองอโยธยาที่ถูกจัดการอย่างเป็นระบบ แล้วถูกนำเสนอต่อสาธารณะเป็นครั้งแรกเมื่อ 58 ปีที่แล้ว ในบทความวิชาการของศรีศักร วัลลิโภดม (ขณะนั้นเป็นอาจารย์ประจำคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร) พิมพ์ในวารสาร สังคมศาสตร์ปริทัศน์ ฉบับประวัติศาสตร์ พ.ศ.2509 หลังจากนั้นราว 40 ปีที่แล้ว ศรีศักร วัลลิโภดม อธิบายเมืองอโยธยาไว้อีกในหนังสือ กรุงศรีอยุธยาของเรา (สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2527)

อโยธยามีขึ้นจากการรวมตัวกันของชนชั้นนำ 2 กลุ่มได้แก่ สยาม (รัฐสุพรรณภูมิ และรัฐเพชรบุรี) กับขอม (รัฐละโว้ที่ลพบุรี)

พบหลักฐานจากเอกสารจีนเรียก “เสียนหลอ” เสียนหมายถึงสยาม ส่วนหลอ (หลอฮก) หมายถึงละโว้ (อยู่ในจดหมายเหตุโจวต้ากวาน ราชทูตจีนเดินทางไปเจิ้นละ เมื่อ 54 ปีก่อนอยุธยา พ.ศ.1839)

ก่อนอโยธยาไม่มีคนเรียกตนเองว่าไทย, คนไทย เพราะสมัยนั้นบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยามีแต่คนหลายชาติพันธุ์อยู่ปนกัน เช่น กลุ่มสยามกับกลุ่มขอม

กลุ่มสยาม เป็นคน “ไม่ไทย” มีหลายชาติพันธุ์ แต่พูดภาษาไท-ไตเป็นภาษากลาง ใช้สื่อสารระหว่างชาติพันธุ์

กลุ่มขอม มีหลายชาติพันธุ์ พูดภาษาเขมรเป็นภาษาทางการ ถูกเรียก “ขอม” (เป็นคำกลายจาก กฺรฺอม หมายถึงคนบริเวณที่ราบลุ่ม)

หลังกำเนิดอโยธยา จากการรวมตัวกันของสยามกับละโว้ ประชากรอโยธยาประกอบด้วยชาวสยามกับชาวขอมละโว้ น่าเชื่อว่าภาษาราชการมี 2 ภาษา ทั้งภาษาสยาม คือไท-ไต และภาษาขอมละโว้ คือภาษาเขมร

เรื่องอโยธยามาจากสยามกับขอม พิมพ์ครั้งที่ 2 สำนักพิมพ์นาตาแฮก)

คนไทยเริ่มแรกในอโยธยา

อโยธยาเป็นเมืองต้นกำเนิดคนไทยที่เป็นบรรพชนคนไทยทุกวันนี้ และอโยธยาเป็นเมืองตั้งต้นประเทศไทย

คนไทย มีรากเหง้าจากชาวสยามที่ต่อไปเรียกตนเองว่าไทย และถูกคนอื่นเรียกว่าไทย พบเริ่มแรกในอโยธยา หลังรับเถรวาท (ศาสนาพุทธ) แบบลังกา

ชาวสยาม ไม่ใช่คนไทย ประกอบด้วยคน “ไม่ไทย” หลายชาติพันธุ์ “ร้อยพ่อพันแม่” พูดหลายภาษา เมื่อต่างมีภาษาพูดของตนเองจึงมีปัญหาการสื่อสาร ทำให้ต้องมีภาษากลางสื่อสารระหว่างชาติพันธุ์คือภาษาไท-ไต เนื่องจากภาษาไท-ไตมีไวยากรณ์ง่ายที่สุดในบรรดาภาษาพูดทั้งหลายของภูมิภาคอุษาคเนย์สมัยนั้น

พื้นที่ซึ่งมีชาวสยาม มักพบกระจายกว้างขวางนับพันๆ ปีมาแล้ว บริเวณลุ่มน้ำสำคัญบนภาคพื้นทวีป (ของอุษาคเนย์) ได้แก่ ลุ่มน้ำดำ-แดงในเวียดนาม, ลุ่มน้ำโขงในลาวและไทย, ลุ่มน้ำสาละวินในพม่า, ลุ่มน้ำพรหมบุตรในอินเดีย และลุ่มน้ำเจ้าพระยาในไทย

บ้านเมืองและรัฐซึ่งมีชาวสยามเป็นส่วนหนึ่งของประชากรในบ้านเมืองและรัฐนั้นๆ โดยพบหลักฐานในเอกสาร ได้แก่ รัฐจามปาในเวียดนาม, รัฐเวียงจันท์ในลาว, อาณาจักรกัมพูชาสมัยเมืองพระนคร (นครวัด) และสมัยเมืองพระนครหลวง (นครธม), รัฐบริเวณลุ่มน้ำมูล, รัฐบริเวณลุ่มน้ำป่าสัก-ลพบุรี, รัฐบริเวณลุ่มน้ำท่าจีน-แม่กลอง-น้ำเพชร เป็นต้น

อโยธยามีกำเนิดและพัฒนาการ ดังนี้

(1.) จากการรวมตัวหลวมๆ ของสยามกับละโว้ ตั้งแต่เรือน พ.ศ.1600 และ

(2.) เติบโตเป็นเอกเทศหลังรับศาสนาพุทธเถรวาทแบบลังกา (นับถือรามเกียรติ์) เรือน พ.ศ.1700

คำว่า “ไทย” มีกำเนิดในอโยธยา พบครั้งแรกเมื่อหลังรับศาสนาพุทธเถรวาท แบบลังกา ซึ่งใช้ภาษาบาลี ทำให้ภาษาบาลีได้รับยกย่องเผยแผ่แพร่หลายอย่างเขื่องๆ เฟื่องฟูในอโยธยาและเครือข่าย

บรรดาคำท้องถิ่นสำคัญๆ ถูก “จับบวช” แปลงเป็นภาษาบาลี เพื่อแสดงอำนาจและความทันสมัย โดยเฉพาะคำท้องถิ่นว่า “ไท” ถูกทำเป็นบาลีว่า “เทยฺย” แล้วกลายคำอีกชั้นหนึ่งว่า “ไทย” ถูกใช้งานตั้งแต่เรือน พ.ศ.1700 เรียกภาษาพูดไท-ไตว่าภาษาไทย เรียกคนพูดภาษาไทยว่าไทย, คนไทย และเรียกประเทศอโยธยาว่าเมืองไทย (พบหลักฐานสมัยต่อมาในบันทึกของลา ลูแบร์) ดังนี้

(1.) ภาษาไทยเริ่มมีในอโยธยา ต้นตอรากเหง้าจากภาษาไท-ไตที่ผสมปนเปกับภาษาสยาม จากนั้นกลมกลืนกับภาษานานาชาติ ได้แก่ ภาษาบาลี-สันสกฤต, ภาษามลายู, ภาษาจีน, ภาษาเปอร์เซีย (อิหร่าน) ฯลฯ แล้วถูกเรียกด้วยคำใหม่ว่าภาษาไทย

ภาษาไทยถูกใช้เผยแผ่เถรวาทแบบลังกา ทำให้ภาษาไทยแผ่ไปในชุมชนกว้างขวางและกว้างไกล

(2.) คนไทยเริ่มมีในอโยธยา ต้นตอจากชาวสยามพูดภาษาไท-ไต ต่อมาภาษาไท-ไต ถูกทำให้เรียกว่าภาษาไทย จากนั้นคนพูดภาษาไทยก็เรียกตนเองว่าไทย แล้วถูกเรียกจากคนอื่นว่าคนไทย ซึ่งพื้นที่แรกอยู่อโยธยาและปริมณฑล แล้วขยายไปบ้านเมืองเครือข่าย ได้แก่ สุโขทัย และ ฯลฯ เป็นต้น ดังนั้นคนไทยเป็นลูกผสมจากชาวสยามหลายชาติพันธุ์

ไม่มีชนชาติไทย เชื้อชาติไทย เพราะไทยเป็นชื่อทางวัฒนธรรม ได้ชื่อโดยสมมุติจากประสบการณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง (เช่น จากคำว่า ไท-ไต) แต่ไม่ใช่ชื่อเชื้อชาติ (ซึ่งพิสูจน์ไม่ได้ด้วยวิทยาศาสตร์) จึงไม่มีชนชาติไทย เชื้อชาติไทย สายเลือดบริสุทธิ์

ส่วนคนไท-ไตอยู่นอกภาษาวัฒนธรรมไทยของอโยธยา (ลุ่มน้ำเจ้าพระยา) จึงไม่เรียกตนเองว่าไทย และไม่ถูกเรียกว่าไทย แต่เรียกตนเองและถูกเรียกตามประเพณีชาติพันธุ์นั้นๆ ได้แก่ จ้วง (กวางสี), ลื้อ (สิบสองพันนา), ยองและเขิน (พม่า), ผู้ไท (เวียดนาม) และลาวที่กระจายอยู่ทั่วไปทั้งในลาวและไทย เป็นต้น

(3.) เมืองไทยเริ่มมีในอโยธยา ต้นเหตุจากมีภาษาไทยและคนไทในอโยธยา จึงเรียกอโยธยาว่าเมืองไทย (พบหลักฐานในเอกสารลาลูแบร์) สืบเนื่องถึงปัจจุบันเรียกประเทศไทย

ขอบเขตความเป็นไทยสมัยเริ่มแรก หมายถึง ภาษาไทย, คนไทย, เมืองไทย มีพื้นที่เริ่มต้นอย่างรวมๆ อยู่ภาคกลางลุ่มน้ำเจ้าพระยา ดังนี้

เหนือ ถึงตาก-อุตรดิตถ์ พื้นที่เหนือขึ้นไปเป็นลาว

ตะวันตก ถึงสุพรรณบุรี-กาญจนบุรี พื้นที่ต่อไปเป็นมอญ-พม่า

ตะวันออกเฉียงเหนือ ถึงลำตะคอง ที่ราบสูงโคราช อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา พื้นที่ต่อเนื่องออกไปเป็น เขมร, จาม, ลาว

ใต้ ถึงเพชรบุรี, ช่องสิงขร (ประจวบคีรีขันธ์) พื้นที่ใต้ลงไปเป็นชาวนอก, มลายู ฯลฯ

การขยายพื้นที่จะมีเป็นระยะๆ ต่อไปข้างหน้า •

 

| สุจิตต์ วงษ์เทศ

 

 

 

 

 

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

DPU ปักธงผู้นำ Future Medicine – Wellness & Longevity Education ปั้นกำลังคนสุขภาพแห่งอนาคต ดันไทยสู่Wellness Hubเอเชีย งาน Thailand Wellness & Healthcare Expo X SPORTEC Thailand 2026
สืบวังทองหลาง ไหวพริบเด็ด! เจอ “พอตเค” คาเอว ขยายผลรวบคู่แฟนคาคอนโด ยึดไอซ์ 1 กิโลฯ พร้อมหัวพอตเคกว่า 1,000 ชิ้น เตรียมขาย
พช.ตราด จับมือภาคีเครือข่าย พลิกฟื้นเศรษฐกิจฐานราก ขับเคลื่อน “โครงการพื้นที่สร้างสรรค์ตราดสำหรับทุกคน” ดึงของดี 7 อำเภอสร้างจุดขาย
ท่านเสียดายปฏิทิน แต่ผมเสียดายชีวิต
ส่องลึกอิหร่าน: 5) ระบอบเทววิทยาอิสลามกับฝ่ายค้าน
56 ปียิงสดบอลโลกในไทย ค่าลิขสิทธ์จากร้อยสู่พันล้าน
การแยกทางของ ‘ลิเวอร์พูล’ กับ ‘ชล็อต’ เพราะฟุตบอลใช้หัวใจมากกว่าอัลกอริธึ่ม
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 5 – 11 มิถุนายน 2569
ทดสอบฮอนด้า CR-V e:HEV 2026 เพิ่มออปชั่นขับสนุก-นั่งสบายเหมือนเดิม
หยีทะเล พืชสามัญแต่ไม่ธรรมดา
ต้มซูเปอร์ปีกไก่
อสังหาฯ บ้านคอนโดฯ ‘ไหลย้อนกลับ’