
พบหลักฐานวิชาการทางประวัติศาสตร์ โบราณคดี สนับสนุนจำนวนมากและหนักแน่นว่าอโยธยาก่อนสุโขทัย
ที่ว่า “สุโขทัยเป็นราชธานีแห่งแรกของไทย” เพิ่งถูกสร้างขึ้นใหม่ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เมื่อมากกว่า 100 ปีมาแล้ว จากนั้นถูกสถาปนาเป็นประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทยเพื่อใช้ครอบงำสังคมไทย ผ่านสถานศึกษาทุกระดับ และผ่านสื่อสารพัดทั้งของราชการและของเอกชนยังมีอิทธิพลสืบเนื่องจนทุกวันนี้
สุโขทัยเป็นราชธานีแห่งแรกของไทย มีเหตุจากความเข้าใจคลาดเคลื่อนในหลักฐานวิชาการหลายอย่างเกี่ยวเนื่องกัน ความเข้าใจคลาดเคลื่อนเหล่านั้น ศรีศักร วัลลิโภดม นักปราชญ์สยามประเทศ (บรรณาธิการวารสาร เมืองโบราณ และอดีตอาจารย์ประจำภาควิชามานุษยวิทยา คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร) ประมวลข้อมูลทั้งหมดเป็นบทความวิชาการเมื่อ 54 ปีที่แล้ว หรือ พ.ศ.2514 เรื่อง ข้อขัดแย้งเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทย [พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2514 ในหนังสือ นภศูล (ฉบับที่ 1) ชุมนุมศึกษาวัฒนธรรม-โบราณคดี สโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร พิมพ์ครั้งที่สอง (สำนักพิมพ์เมืองโบราณ) พ.ศ.2524 ในหนังสือ ข้อขัดแย้งเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทย หน้า 5-14]
ประวัติศาสตร์เพิ่งสร้างใหม่ “เรื่องกรุงสุโขทัยเป็นราชธานีแห่งแรกของไทย” เสมือนเรื่องเล่าศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้ใดจะละเมิดมิได้ หมายถึงคิดต่างไม่ได้ หรือคัดค้านไม่ได้ว่าสุโขทัย “ไม่ใช่” แห่งแรก หากละเมิดหรือคิดต่างจะถูกใส่ร้ายป้ายสีว่าไม่รักชาติ ไม่รักสถาบัน เท่ากับต้องอยู่ยาก
หลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 การเมืองแบบประชาธิปไตยมีนักค้นคว้าและนักวิชาการทั้งไทยและสากลศึกษาค้นคว้าวิจัยพบว่ากรุงสุโขทัย “ไม่ใช่” ราชธานีแห่งแรกของไทย โดยสรุปดังนี้
(1.) ไม่พบหลักฐานวิชาการสนับสนุนว่ากรุงสุโขทัยเป็นราชธานีแห่งแรกของไทย
(2.) ที่ว่ากรุงสุโขทัยเป็นราชธานีแห่งแรกของไทย ถูกสร้างขึ้นลอยๆ เพื่อหวังผลโฆษณาชวนเชื่อทางการเมืองชาตินิยม “คลั่งเชื้อชาติ” เรื่องคนไทย เชื้อชาติไทย สายเลือดบริสุทธิ์
(3.) กรุงสุโขทัยราชธานีแห่งแรกของไทย ถูกสร้างทางการเมืองให้เป็น “รัฐในอุดมคติ” แต่วิชาการสากลไม่เชื่อถือ ในที่สุดกรุงสุโขทัยกลายเป็น “แดนเนรมิต” ที่ตลกขบขันของวงวิชาการสากล
(4.) หลักฐานวิชาการทางประวัติศาสตร์โบราณคดีและมานุษยวิทยา สนับสนุนหนักแน่นว่าอโยธยาเก่าแก่กว่าสุโขทัย ดังนั้นอโยธยาเป็นเมืองตั้งต้นคนไทย, ภาษาไทย และประเทศไทย
(5.) ชนชั้นนำต้องการให้สุโขทัยเป็นราชธานีแห่งแรกของไทย ถ้ายอมรับอโยธยาเป็นเมืองมีอายุเก่าแก่กว่าก็เท่ากับสุโขทัยไม่เป็นราชธานีแห่งแรก ย่อมกระทบเรื่องสำคัญอื่นๆ ที่เพิ่งสร้าง ได้แก่ พ่อขุนรามคำแหงประดิษฐ์อักษรไทย ฯลฯ ดังนั้น เมืองอโยธยาต้องถูกด้อยค่าและถูกบังคับสูญหายจากความทรงจำ ทำให้สังคมไม่รู้จัก หรือรู้จักน้อยเกี่ยวกับเมืองอโยธยา ด้วยการไม่กล่าวถึงเมืองอโยธยาในประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทย

สุโขทัย ไม่ใช่ราชธานีแห่งแรกของไทย
“โรคระบาด” ล้างอโยธยา เริ่มอยุธยา
อโยธยาถูก “โรคระบาด” รุนแรง คือ Black Death-กาฬโรค (ไม่ใช่อหิวาต์) สมัยเมื่อราว 700 ปีมาแล้ว เข้าใจว่าเป็น “ผีห่า” ต้องแก้อาถรรพ์ด้วยการย้ายศูนย์อำนาจไปอยู่ที่ใหม่คืออยุธยา ซึ่งสร้างสำเร็จและได้ฤกษ์สถาปนา พ.ศ.1893-1894 อยู่บริเวณหนองโสน (ปัจจุบันเรียกบึงพระราม) กษัตริย์องค์แรกของอยุธยา คือ “รามาธิบดี” องค์เดียวกับกษัตริย์องค์สุดท้ายของอโยธยา
อโยธยา (เมืองเก่าของอยุธยา) นามเต็มว่า “อโยธยาศรีรามเทพ” (แปลว่า) เมืองแห่งชัยชนะของพระรามองค์อวตาร
อยุธยา (เมืองใหม่ของอโยธยา) นามเต็มว่า “กรุงเทพทวารวดีศรีอยุธยา” (แปลว่า) เมืองสวรรค์อันเป็นที่สถิตของพระกฤษณะและของพระราม หมายถึง กรุงเทพ (อยุธยา) เมืองสวรรค์ ที่สืบจากเมืองทวารวดีของพระกฤษณะ (ละโว้, ลพบุรี) และเมืองอยุธยาสืบจากอโยธยาของพระราม (พระนครศรีอยุธยา)
ชื่อเรียกกรุงศรีอยุธยาเก่าสุดในภาษาตะวันออกกลางว่าชิแอร์โน หรือแชร์โนเอิม เป็นการถ่ายเสียงตามสำเนียงอิตาลีจาก “ชะฮฺริเนาว์” (Shahr-i-nau/Shahr Nav) คำในภาษาอาหรับหมายถึงเมืองใหม่ ในแผนที่โลกโดยฟรา เมาโร (Mappamondo di Fra Mauro) เขียนราว พ.ศ.1991 โดย ฟรา เมาโร (Fra Mauro) นักบวชและช่างแผนที่ชาวเวนิส ประเทศอิตาลี (จากหนังสือ กรุงศรีอยุธยาในแผนที่ฝรั่ง ของ ธวัชชัย ตั้งศิริวานิช สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งที่สอง พ.ศ.2566 หน้า 20-21)
เอกสารเปอร์เซีย ชื่อ “มัฏละอ์ อัซ-ซะอ์ดัยน์ วะ มัจญมะอ์ อัล-บะฮ์ร็อยน์” (แปลเป็นไทยว่าการขึ้นของดาวมงคลทั้งสองและการบรรจบกันของสองมหาสมุทร) แต่งโดย กะมาลุดดีน อับดุรร็อซซาก ซะมัรก็อนดีย์ (ราชทูตของชาฮ์ รุก แห่งจักรวรรดิตีมูรียะฮ์ ที่ถูกส่งไปเจริญสัมพันธไมตรีกับอาณาจักรวิชัยนคร ในอินเดียระหว่าง พ.ศ.1985-1987 ตรงกับแผ่นดินเจ้าสามพระยา พ.ศ.1967-1991) ได้บันทึกรายชื่อดินแดนต่างๆ ทั้งในและรอบๆ ฮินดูสถาน (อินเดีย) ซึ่งระบุถึงดินแดนทางฝั่งตะวันออกของอินเดียที่เรียก “แดนใต้ลม” จำนวนนี้มีระบุชื่อ ญาวะฮ์ (ชวา) ตะนาศะรีย์ (ตะนาวศรี) และชะฮ์ริเนา (อยุธยา)
ในต้นฉบับมีคำ ชะฮ์ริเนา (Shahrinaw) ซึ่งถ้าแปลความหมายตามตัวจะหมายถึง “เมืองใหม่” (ชะฮ์ร = เมือง + เนา, นว = ใหม่)
[ข้อมูลจาก สุนิติ จุฑามาศ นักวิจัย (ด้านประวัติศาสตร์โบราณคดี) ฝ่ายคลังข้อมูลวิชาการ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) -MA. In Archaeology, Faculty of Archaeology and Tourism, The University of Jordan -BA. สาขาโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร] •
| สุจิตต์ วงษ์เทศ
สะดวก ฉับไว คุ้มค่า สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ได้ที่นี่https://t.co/KYFMEpsHWj
— MatichonWeekly มติชนสุดสัปดาห์ (@matichonweekly) July 27, 2022
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
