มนุษย์เป็นบ้านเช่าของเหล่าจุลินทรีย์ | นิ้วกลม

นัยความเป็นคน | นิ้วกลม
มนุษย์เป็นบ้านเช่าของเหล่าจุลินทรีย์
1 ปัจจุบัน มนุษย์กลายเป็นเผ่าพันธุ์ ‘ครองโลก’ ไปแล้ว เราเรียกดาวเคราะห์ดวงนี้ว่า ‘โลกมนุษย์’ ทั้งที่มันเป็นที่อยู่ของชีวิตอื่น รวมถึงสิ่งไม่มีชีวิตด้วย เราเห็นว่าเผ่าพันธุ์ของตนสำคัญเสียเหลือเกิน เผลอคิดว่ามนุษย์ยิ่งใหญ่ เก่งกาจ ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก เราใช้ชีวิตแยกขาดจากสิ่งอื่นและธรรมชาติทั้งมวลมากขึ้นทุกวัน หันมาพึ่งพาสิ่งประดิษฐ์ที่มนุษย์สร้างเพื่อให้ผ่านสถานการณ์ต่างๆ ไปได้ ร้อนก็เปิดแอร์ หนาวก็เปิดฮีทเตอร์ เจอมลพิษก็เปิดเครื่องกรองอากาศ
เราตัดตัวเองจากโลกภายนอกแล้วใช้ชีวิตในพื้นที่ปิดของตัวเอง ตั้งแต่บ้าน ที่ทำงาน รถยนต์ บวกรวมกับค่านิยมเชิงปัจเจกนิยมและเทคโนโลยีสมัยที่ทำให้เราสนใจตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ จึงแยกขาดจากสิ่งอื่น แทนที่จะสนใจว่าเราเชื่อมโยงกับสิ่งอื่นอย่างไรบ้าง
วิถีเช่นนี้ทำให้บางคนรู้สึกโดดเดี่ยว
แต่ที่จริงแล้วเราโดดเดี่ยวจริงหรือ?
คำตอบจากนักวิทยาศาสตร์ผู้ศึกษาจุลินทรีย์ตอบว่า “ไม่จริง”
ไม่มีชีวิตใดสามารถอยู่โดดเดี่ยวโดยแยกขาดจากชีวิตอื่นได้เลย ไม่ได้หมายถึงการเชื่อมโยงกับชีวิตอื่นที่อยู่ ‘ข้างนอก’ ร่างกายเราเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการเชื่อมโยงกับชีวิตอื่นที่อยู่ ‘ข้างใน’ ตัวเราด้วย!
โลกเต็มไปด้วยสิ่งที่เรามองไม่เห็น
ไม่ได้หมายถึงผี ดวงวิญญาณ หรืออะไรเทือกนั้น
ทว่า หมายถึงสิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋วที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น!
สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว-แบคทีเรีย อาเคีย ยีสต์ ไวรัส ที่ลอยอยู่ในอากาศตรงหน้าคุณ กลิ้งเกลือกอยู่บนหน้ากระดาษแผ่นนี้ หรือหน้าจอที่คุณกำลังเอานิ้วปัดเลื่อนไป
มันมีอยู่จริง! แค่คุณมองไม่เห็น
ไม่เพียงแค่นั้น มันยังอยู่บนนิ้วมือ ผิวหนัง เกาะหัวคุณอยู่ เติบโตอยู่ในกระพุ้งแก้ม ลำไส้ทั้งเล็ก-ใหญ่ และสอดประสานไปกับร่างกายของคุณในสารพัดอณู มันไปเดตกับคุณ ดูหนังกับคุณ ดูคอนเสิร์ตกับคุณ ดำน้ำกับคุณ และถ้าคุณพิชิตเอเวอเรสต์ได้ มันก็ขึ้นไปพร้อมคุณ หรือถ้าใครมีโอกาสไปดาวอังคาร มันก็จะได้ตีตั๋วไปพร้อมคนผู้นั้นด้วยเช่นกัน
ถ้าถามว่าเยอะแค่ไหน
การศึกษาล่าสุดบอกว่า มนุษย์มีเซลล์ราว 30 ล้านล้านเซลล์ แต่ในร่างกายเรามีเซลล์จุลินทรีย์ราว 39 ล้านล้านเซลล์ เช่นนี้แล้ว ร่างกายของเป็นของใคร? เรายังสามารถพูดได้เต็มปาก (ซึ่งมีแบคทีเรียนับล้าน) หรือไม่ว่า “ร่างกายนี้เป็นของฉัน” ในเมื่อมันก็เป็นของจุลินทรีย์ด้วย!
เราจึงไม่เคยโดดเดี่ยว
หากคุณกำลังอยู่ในห้องปิดเงียบสงบแล้วคิดว่าตัวเองเป็นสิ่งมีชีวิตร่างเดียวขณะนี้ อาจต้องทำความเข้าใจใหม่ คุณมีทั้งมิตรและศัตรูอยู่อาศัยด้วยอีกนับล้าน ที่จริงคือนับล้านล้าน!
2 ร่างกายของเราจึงไม่ได้เป็นแค่ ‘ของฉัน’ แต่ยังเป็น ‘ของพวกมัน’ ด้วย แต่ที่มะลึกกึกกือยิ่งกว่าคือ ร่างกายของเรามิได้ดำเนินไปตามการสั่งการ ‘ของฉัน’ เท่านั้นด้วย เราได้รับผลกระทบจากจุลชีพเหล่านี้ในหลายมิติ จนอาจเรียกได้ว่าพวกมันทำหน้าที่ไม่ต่างจาก ‘อวัยวะ’ ของเราเลย
หากคิดว่ามนุษย์เราดำเนินชีวิตไปตามการควบคุมของสมองเท่านั้นคงต้องคิดใหม่
ในหนังสือ I Contain Multitudes ของเอ็ด ยัง เล่าถึงการศึกษาในหนูขี้กลัวสายพันธุ์หนึ่ง ด้วยการทดลองเปลี่ยนพฤติกรรมของมันโดยให้มันกินแบคทีเรียสายพันธุ์เดียวกับที่มีในโยเกิร์ต (Lactobacillus rhamnosus) เข้าไป ปรากฏว่าแบคทีเรียชนิดนี้ทำให้เจ้าหนูลดความวิตกกังวลลงได้ ใช้เวลาในที่เปิดโล่งมากขึ้น ต้านอารมณ์เชิงลบได้ดีขึ้น
แบคทีเรียที่ว่านี้เปลี่ยนรูปแบบที่สมองของหนูตอบสนองต่อสารระงับประสาท ซึ่งออกฤทธิ์กดเซลล์ประสาทที่ถูกกระตุ้นเร้าได้ง่ายซึ่งทำงานเกี่ยวกับการควบคุมอารมณ์ด้วย ผลการทดลองนี้แสดงให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงชนิดและปริมาณจุลินทรีย์ในลำไส้นั้นสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม สารเคมีในสมอง ไปจนถึงความไวต่อความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้าของหนูได้
จึงมีการไปทำการทดลองต่อว่า แบคทีเรียสามารถช่วยผู้คนในการรับมือความเครียด วิตกกังวล ซึมเศร้า ได้หรือไม่ ผลการทดลองออกมาว่า แบคทีเรียโปรไบโอติกชนิดหนึ่ง (สายพันธุ์ Bifidobacterium) ลดอาการซึมเศร้าในผู้ป่วยลำไส้แปรปรวนได้ แม้ผู้เชี่ยวชาญยังมองว่าแบคทีเรียไม่น่าจะรักษาภาวะซึมเศร้ารุนแรงได้ แต่โอกาสที่จะใช้โปรไบโอติกช่วยบำบัดอาการนั้นมีความเป็นไปได้อยู่
ว่าง่ายๆ คือ ถ้าเรากินนมเปรี้ยวสักยี่ห้อหนึ่งที่มีแบคทีเรียที่ถูกต้อง เราอาจเครียดน้อยลงได้
โอ้โห! อยากซดนมเปรี้ยวขึ้นมาทันที
3 ในเมื่อในร่างกายของเรามีเพื่อนตัวจิ๋วอยู่มากมาย อาหารที่เรากินเข้าไปย่อมมีผลต่อจุลินทรีย์เหล่านั้น บางชนิดชอบเส้นใยจากพืช บางชนิดโตได้ดีในไขมัน ฉะนั้น ขณะที่เราเลือกหยิบอาหารเข้าปาก เรากำลังเลือกว่าจะสนับสนุนแบคทีเรียชนิดไหนให้ครองอำนาจในลำไส้เราด้วย
มาถึงตรงนี้จึงมีคำถามที่น่าสนใจว่า เป็นไปได้ไหมว่า เวลาที่หยิบคอหมูย่างเข้าปาก เราไม่ได้ตัดสินใจเองโดยเอกเทศ แต่อาจถูกบัญชาการโดยแบคทีเรียในลำไส้ตัวที่มันโตได้ดีในไขมัน???
เป็นไปได้ไหมที่แบคทีเรียจะแฮ็กระบบเรา แล้วสั่งการด้วยการหลั่งสารโดพามีน ซึ่งสร้างความรู้สึกรื่นเริงเหมือนได้รางวัลออกมาเมื่อมันได้รับอาหารที่ดีต่อมันเข้าไปในร่างกาย???
เป็นไปได้ไหมที่เจ้าตัวจิ๋วทั้งหลายค่อยๆ กล่อมให้เรามีพฤติกรรมการกินในแบบที่เป็นอยู่???
คำตอบชัดๆ ยังไม่ปรากฏ แต่ที่แน่ๆ มีการทดลองที่แสดงผลว่า สมองของหญิงสาวที่กินโยเกิร์ตอุดมจุลินทรีย์วันละสองครั้งมีการประมวลผลอารมณ์น้อยกว่าคนที่ไม่ได้กินผลิตภัณฑ์ที่มีจุลินทรีย์ ก็คือกังวลน้อยลง (ว้าว!)
และมีการวิจัยที่ให้ผลว่าจุลินทรีย์สามารถผลิตสารสื่อประสาทที่มีผลต่อความสุขของเราอย่างโดพามีนและเซโรโทนินได้ (ว้าว!)
4 เราๆ ท่านๆ น่าจะเคยได้ยินพฤติกรรมปรสิตของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กพวกนี้ที่ไปเปลี่ยนพฤติกรรมเจ้าของร่างที่มันเข้าไปอาศัย (host) เช่น ไวรัสพิษสุนัขบ้าที่ทำให้สุนัขหรือคนที่ได้รับเชื้อนี้กลายเป็นคนรุนแรงก้าวร้าว และเมื่อจู่โจมกระโดดกัดหรือข่วนอีกร่างก็จะถ่ายทอดเชื้อไวรัสนี้ต่อไป
พูดอีกอย่างว่า ไวรัสบัญชาเจ้าของร่างให้ทำแบบนั้น
หรือปรสิตในสมองที่ชื่อว่า Toxoplasma gondii ซึ่งสืบพันธุ์ได้ในแมวเท่านั้น เมื่อมันเข้าไปอาศัยในหนู จะทำให้หนูตัวนั้นระงับความกลัวกลิ่นแมวตามธรรมชาติ แล้วสร้างความรู้สึกทางเพศขึ้นมาแทน หนูก็จะวิ่งเข้าหาแมว กระทั่งอาจโดนขย้ำตาย แต่ตัวปรสิตได้บรรลุเป้าหมาย คือเข้าไปในตัวแมวและสืบพันธุ์ต่อไปได้ในที่สุด
มนุษย์เองก็มีสิ่งมีชีวิตจิ๋วอยู่ในตัวมากมาย จำนวนมากกว่าเซลล์ของตัวเองเสียอีก! การตระหนักถึงความจริงข้อนี้ชวนให้เราใส่เครื่องหมายคำถามกับนิยามหลายอย่างของมนุษย์ได้อีกมาก
ตกลงแล้วมนุษย์คืออะไร? เราสั่งการชีวิตเราเองทั้งหมดจริงหรือ? อัตลักษณ์ของเราเกิดขึ้นจากตัวเราจริงหรือ? มีสิ่งที่เรียกว่าอัตตาจริงไหม หรือมีเพียงอนัตตาที่เกิดจากเหตุปัจจัยต่างๆ รวมถึงจุลินทรีย์ในร่างด้วย? หากความหิวความกังวลเป็นผลจากแบคทีเรีย เรายังมีเจตจำนงเสรีอยู่ไหม? เราจะนิยามตัวเองเป็นหนึ่งชีวิตหรือนิยามว่าเป็น ‘บ้านเช่า’ ของแบคทีเรียนับล้าน? ถ้าไม่มีมัน เราก็อยู่ไม่ได้ ตกลงแล้วมนุษย์เก่งกาจอย่างที่คิดจริงหรือ?
แม้ยังตอบคำถามเหล่านี้ไม่ได้ในทันที แต่อย่างน้อยการตระหนักว่าชีวิตของเราดำเนินไปได้ด้วยการทำงานของชีวิตอื่นที่อาศัยร่างของเราอยู่ อีกทั้งพวกมันยังบัญชาพฤติกรรมบางอย่างของเราด้วย น่าจะช่วยทำให้เราถ่อมตัวลงสักหน่อย และรู้สึกขอบคุณชีวิตอื่นในโลกมากขึ้นอีกนิด
เมื่อตระหนักว่าเราอยู่ได้ด้วยชีวิตอื่น เราจะน่ารักขึ้น ไม่เพียงจุลินทรีย์ทั้งหลายหรอก แต่รวมถึงผู้คนมากมายที่รายล้อมอยู่ในชีวิตเราทั้งใกล้ตัวและไกลห่างออกไปด้วย ชีวิตเรากับพวกเขาเชื่อมโยงกันมากกว่าที่คิด-ไม่มีชีวิตใดอยู่ได้โดยปราศจากชีวิตอื่น
หลายชีวิตที่เรามองไม่เห็นสำคัญต่อชีวิตเราอย่างลึกล้ำ
สะดวก ฉับไว คุ้มค่า สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ได้ที่นี่https://t.co/KYFMEpsHWj
— MatichonWeekly มติชนสุดสัปดาห์ (@matichonweekly) July 27, 2022
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
