bg-single

ADOLESCENCE | ‘มาสเตอร์พีซ’

06.04.2025

ปกติผู้เขียนไม่ค่อยดูซีรีส์ค่ะ ด้วยเหตุผลว่าต้องใช้เวลามากเกินไปกับการดูหนังหนึ่งเรื่องและต้องอยู่กับตัวละครกลุ่มหนึ่งเป็นเวลานานๆ

นานทีปีหนถึงจะยอมเปิดเข้าไปดูซะที เมื่อมีอะไรเตะตาหรือสะดุดใจอย่างจัง

Adolescence เป็นแบบนั้นซึ่งนานๆ จะมีสักที และเป็นหนังอังกฤษที่เน็ตฟลิกซ์ให้ทุนสร้าง…ที่สำคัญคือมีเพียง 4 ตอน ดูตั้งแต่ต้นจบจบก็เหมือนกับดูหนังต่อกันสักสองเรื่อง หรือดูหนังซูเปอร์ลอง…ยาวเกินมาตรฐานหนังเอพิคยาวๆ ไปอีกนิด

และไม่ได้นึกเสียดายเลยสักนิดกับเวลา 4 ชั่วโมงที่นั่งเกาะติดอยู่หน้าจอ ติดตามเรื่องราวที่ค่อยๆ เผยออกมาอย่างที่กลั่นมาจากมันสมองของคนเขียนบทที่เล่าเรื่องแบบมือเหนือชั้น คิดมาก คิดลึกและคิดดี…

การแสดงก็ยอดเยี่ยมสมบูรณ์แบบแทบไม่มีช่องโหว่ให้ติอะไรได้ ไม่ว่าจะเป็นตัวพ่อเอ็ดดี้ (สตีเฟน แกรห์ม) ตัวแม่ แมนดา (คริสตีน เทรมาร์โค) นักสืบ ลูค แบสคอมบ์ (แอชลีย์ วอลเตอร์ส) นักจิตวิทยา ไบรโอนี (เอริน โดเฮอร์ตี้)

และที่สุดยอดอย่างน่าทึ่ง คือ โอเวน คูเปอร์ วัย 15 ที่เพิ่งเล่นหนังเรื่องนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต และจับบทของเด็กชายวัย 13 ปีไว้อยู่หมัดแบบน็อกคนดูไปเลยในเอพิโซด 3 ซึ่งเผยตัวตนของตัวละครของเด็กวัยเพิ่งแตกเนื้อหนุ่มที่แอบแฝงอยู่ใต้หน้าฉากของเด็กชายที่ตื่นตระหนกและยังจับต้นชนปลายกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตตัวเองไม่ได้ เป็นบทบาทที่น่าสะเทือนใจมาก

และนี่เป็นภาพสะท้อนของสังคมที่ผู้ใหญ่วัยผมหงอกหรือแม้แต่วัยฉกรรจ์ อาจไม่เข้าใจหรือเพิ่งจะเริ่มเข้าใจได้ก็เพียงอย่างเลือนรางเมื่อนึกย้อนกลับไป

หนังแบ่งเป็นตอนๆ ตอนละราว 1 ชั่วโมง แต่ละตอนใช้เทคนิคการถ่ายทำแบบต่อเนื่องด้วยกล้องตัวเดียว ผ่านเหตุการณ์ที่เกิดใน “เรียลไทม์”

แต่ละตอนเกิดขึ้นในวันเวลาต่างกัน คือ “วันแรก” (Day 1) “วันที่สาม” (Day 3) “7 เดือนต่อมา” และ “13 เดือนต่อมา”

วันแรกเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ทีมตำรวจบุกเข้าจับกุมเจมี่ มิลเลอร์ (โอเวน คูเปอร์) ในบ้านที่มีพ่อ แม่ และพี่สาวอยู่ด้วย โดยไม่ให้รู้ตัว และแจ้งสาเหตุเพียงว่าเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมเด็กผู้หญิง

เราติดตามเรื่องราวไปพร้อมกับที่เจมี่ถูกจับใส่รถตำรวจไปที่สถานีตำรวจใกล้ๆ มีพ่อขับรถตามไปพร้อมแม่และพี่สาว ขั้นตอนปฏิบัติต่อผู้ต้องสงสัยอย่างละเอียดทีละขั้นๆ ตามระเบียบ การเก็บหลักฐานทางร่างกาย การค้นตัว ไปจนถึงการซักถามในห้องสอบสวน ซึ่งในฐานะเด็กวัย 13 มีสิทธิจะขอให้มี “ผู้ใหญ่ที่เหมาะสม” เข้าไปนั่งอยู่ด้วย พร้อมทนายที่คอยให้คำแนะนำ

หนังไม่ใช่เรื่องราวการสืบสวนคดีฆาตกรรมแบบหนังนักสืบทั่วไป แต่เป็นความพยายามเข้าใจถึงสาเหตุเบื้องหลังเหตุการณ์น่าตกใจที่เมื่อเกิดขึ้นในสังคมแล้ว อาจยากที่จะเข้าใจได้ด้วยข้อสรุปแบบง่ายๆ

จบตอนหนึ่ง คนดูก็ได้หายใจลึกยาว เพราะตามลุ้นเหตุการณ์ภายในเรียลไทม์ที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กับตัวละครกลุ่มนี้

ตอนสอง นักสืบแบสคอมบ์กับผู้ช่วยไปที่โรงเรียนของทั้งเหยื่อและผู้ต้องสงสัยในคดี โดยมีครูใหญ่ให้ความร่วมมือนำไปชั้นเรียนต่างๆ เพื่อซักถามหาเงื่อนงำ

ที่นี่น่าจะเป็นโรงเรียนมาตรฐานแบบอังกฤษละมัง นักเรียนมีอิสระและเป็นตัวของตัวเอง ส่งเสียงโหวกเหวกไม่เชื่อฟังครูหรือผู้ใหญ่ และโดยเฉพาะนักเรียนวัยรุ่นที่อยู่ในวัยต่อต้าน ครูในโรงเรียนหลายคนก็ออกจะระอา และหมดปัญญาจัดการ เพียงแต่สอนวิชาในความรับผิดชอบไปวันๆ

แบสคอมบ์ไปได้เงื่อนงำจากลูกชายของเขาเองที่อยู่ในโรงเรียนนั้นด้วย ช่องว่างระหว่างวัยในสังคมปัจจุบันนั้นกว้างใหญ่อย่างที่คนนอกสื่อโซเชียลอาจไม่เข้าใจการสื่อสารในโลกของคนกลุ่มนั้น

โดยเฉพาะโลกโซเชียลอย่างเช่น อินสตาแกรม ซึ่งพวกวัยรุ่นส่งซิกแนลกันด้วยอิโมจิที่แพร่หลายกินวงกว้าง และแบ่งแยกกลุ่มคนและตีตราคนนอกกลุ่มด้วยสัญลักษณ์และสีสันที่กินความหมายต่างๆ

การเป็นที่ยอมรับในกลุ่มก็เป็นเรื่องยิ่งใหญ่สำหรับวัยรุ่น

วัฒนธรรมการ “บูลลี่” ออนไลน์อาจส่งผลร้ายแรงเกินคาด

และหนังชี้ให้เห็นมุมมองที่ผู้ปกครอง ครู พ่อแม่อาจไม่เข้าใจจิตวิทยาและทัศนคติของเด็กวัยรุ่น ซึ่งอาจเป็นปัญหาลึกๆ ที่สืบทอดกันมาในกลุ่มคน…ในที่นี้คือจิตวิทยาของความเป็นชายชาตรี ซึ่งรับไม่ได้เมื่อโดนปฏิเสธ

แม้ในครอบครัวที่พ่อแม่พยายามจะเลี้ยงดูลูกอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ก็อาจมีบางเรื่อง บางการกระทำที่ส่งผลต่อลูกโดยไม่ได้ตั้งใจ

ในตอนที่สึ่ซึ่งเป็นเอพิโซดสุดท้าย เอ็ดดี้ตั้งคำถามกับตัวเองและภรรยาว่า เขาเป็นพ่อที่ดีหรือเปล่า คำตอบเมื่อมองย้อนหลังไป ทั้งพ่อแม่ก็เห็นพ้องต้องกันว่า พวกเขาเป็นพ่อแม่ที่ดี แต่…ปีศาจร้ายตนนั้น…ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าพวกเขาเป็นคนสร้างขึ้นเอง

ปกติปีศาจร้ายที่เราเห็นในหนังจะมาจากครอบครัวแตกแยกหรือถูกทารุณกรรมตั้งแต่วัยเด็ก แต่ประเด็นในหนังเรื่องนี้ คือการทอดทิ้งทางอารมณ์ หรือการแสดงตัวอย่างให้เห็นโทสะร้ายกาจที่ต้องปลดปล่อยในทางใดทางหนึ่ง ก็อาจเลวร้ายพอๆ กับการทำร้ายทางกายก็ได้

เป็นหนังที่มีความคิดและกระตุ้นความคิดจริงๆ ค่ะ

การถ่ายทำก็ชวนติดตาม บทหนังก็เขียนอย่างแนบเนียนและมีรายละเอียดครบถ้วนและแหลมคม การแสดงก็ตรึงตรา เนื้อหาชวนคิดชวนใคร่ครวญ

ขอแนะนำให้ดูอย่างยิ่งค่ะ ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ผู้ปกครองที่รักลูก หรือครูอาจารย์ หรือคนในสังคม ก็น่าจะได้ประโยชน์จากมุมมองต่างๆ ในหนังเรื่องนี้… •

ADOLESCENCE

กำกับการแสดง

Philip Barantini

แสดงนำ

Stephen Graham

Owen Cooper

Ashley Walters

Erin Doherty

Christine Tremarco

ภาพยนตร์ | นพมาส แววหงส์

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | การรุก การถอย การเมือง ของ TH-AI Passport
Sexercise การออกกำลังกายชั้นยอด
วิวัฒนาการที่กำกับได้ (2) : การกำกับวิวัฒนาการในหลอดทดลอง
ยุคสมัยอันว่างเปล่า เรามีชีวิตไปเพื่ออะไร
สองทศวรรษของชีววิทยาสังเคราะห์ (3)
คุยกับทูต | จูลีเด คายือฮัน บทบาทตุรกี ในฐานะสะพานเชื่อมโลก (1)
ดันดาดัน : เพราะโลกมีผี เอเลียนถึงบุกโลกไม่ได้
‘Laufey in Bangkok’ ‘เมโลดี้จับใจ’ ในโลกที่เกือบจะไร้ ‘ท่วงทำนอง’
ศธ.ล้างไพ่ พ.ร.บ.การศึกษาฯ โจทย์ใหญ่ อนาคตประเทศ
เข็ดแล้ว พอแล้ว ไม่แต่งงานแล้ว
ฉุด-หนีตาม วัฒนธรรมประชาชน
บทเรียนเอสซีจี วิกฤติ และโอกาส (3)