bg-single

Copenhagen : เมืองหลวงแห่งความหวัง ของประชาธิปไตย สิ่งแวดล้อม และ Hygge

11.06.2025

บทความพิเศษ | พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และ ดร.เดชรัตน์ สุขกำเนิด

Copenhagen

: เมืองหลวงแห่งความหวัง

ของประชาธิปไตย สิ่งแวดล้อม และ Hygge

สัปดาห์ก่อน เราเขียนถึงฟินแลนด์-ประเทศที่ให้บทเรียนเรื่องการศึกษา ความเข้มแข็งจากภายใน (Sisu) และการสร้างความไว้วางใจในระบบสาธารณะ

สัปดาห์นี้ เราข้ามสะพาน ?resund มายัง “เดนมาร์ก” ประเทศเพื่อนบ้านที่มีอุดมการณ์เสรีประชาธิปไตยฝังแน่นไม่แพ้กัน

และยังกลายเป็น “แชมป์ด้านสิ่งแวดล้อม” ที่ทั่วโลกจับตามอง

เราเดินทางมาร่วมงาน Copenhagen Democracy Summit ซึ่งจัดขึ้นโดย Anders Fogh Rasmussen อดีตนายกรัฐมนตรีของเดนมาร์ก และอดีตเลขาธิการ NATO ผู้ก่อตั้ง Alliance of Democracies Foundation เพื่อตอบสนองต่อแนวโน้มการถดถอยของประชาธิปไตยทั่วโลก

เขาเชื่อว่าในยุคที่ระบอบเผด็จการกลับมาในหลายภูมิภาค และเทคโนโลยีกลายเป็นเครื่องมือบิดเบือนความจริง เสรีภาพจะอยู่รอดได้ก็ต่อเมื่อโลกเสรีร่วมมือกัน

การประชุมปีนี้รวบรวมทั้งผู้นำประเทศ อดีตผู้นำจากยุโรปตะวันออก ผู้แทนจากไต้หวัน ยูเครน และกลุ่มภาคประชาสังคมทั่วโลก พูดคุยกันในคำถามที่ท้าทายว่า – จะฟื้นฟูความไว้วางใจในระบบเลือกตั้งได้อย่างไร?

จะจัดการกับ deepfake, AI-generated disinformation อย่างไร?

และจะทำให้ประชาธิปไตย “ใช้งานได้จริง” โดยไม่ถูกมองว่าเชื่องช้าและไร้ประสิทธิภาพในยุคแห่งความเร่งด่วน

แต่ขณะที่เรามองไปข้างหน้าในเรื่องประชาธิปไตย สิ่งที่เดนมาร์กกำลังทำในอีกด้านหนึ่งกลับน่าทึ่งไม่แพ้กัน – นั่นคือ การสร้างเมืองและประเทศให้เป็นกลางทางคาร์บอนอย่างจริงจัง และเป็นรูปธรรม

เดนมาร์กมีเป้าหมายที่ชัดเจนคือ การเป็นประเทศที่ปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero Emission) ภายในปี 2045 และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 70% ภายในปี 2030 จากระดับปี 1990 ซึ่งเป็นเป้าหมายที่เข้มข้นที่สุดประเทศหนึ่งในโลกและมีผลผูกพันตามกฎหมาย

กรุงโคเปนเฮเกนตั้งเป้าเป็น “เมืองหลวงแห่งแรกของโลกที่ปลอดคาร์บอน” ภายในปี 2025 โดยกว่า 80% ของระบบทำความร้อนในเมืองใช้ระบบ district heating ที่รวบรวมพลังงานจากขยะ พลังงานหมุนเวียน และโรงงาน แล้วกระจายความร้อนสู่บ้านเรือนอย่างมีประสิทธิภาพ

เบื้องหลังเป้าหมายที่ทะเยอทะยานนี้ ไม่ได้มีเพียงเทคโนโลยีหรือนโยบายเท่านั้น หากแต่มีวัฒนธรรมที่เรียกว่า “Hygge” – แนวคิดเรื่องความเรียบง่าย อบอุ่น และการใช้ชีวิตอย่างใส่ใจสิ่งรอบตัว

Hygge ไม่ใช่แค่การตกแต่งบ้านด้วยแสงเทียนหรือห่มผ้าอุ่นๆ ในฤดูหนาว แต่คือวิธีคิดของสังคมที่ให้คุณค่ากับความสัมพันธ์ระหว่างกัน ความยั่งยืนของชีวิต และความสุขจากสิ่งเล็กๆ ที่พอเพียง

มันคือการ “ใช้ชีวิตช้าๆ อย่างมีจุดหมาย” ซึ่งกลายเป็นรากฐานทางวัฒนธรรมที่เอื้อต่อการขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำโดยไม่สร้างแรงต้าน

ระดับประเทศ

: 3 โครงการเด่นที่เดนมาร์กลงมือทำจริง

1. โรงงาน e-methanol ที่ Kass?, Jutland – ด้วยความร่วมมือของ M?rsk, Lego และ Novo Nordisk โรงงานแห่งนี้ผลิต e-methanol จากพลังงานลมและ CO? ที่จับจากอุตสาหกรรม สร้างเชื้อเพลิงสะอาดให้กับเรือเดินสมุทร ซึ่งปล่อยคาร์บอนมากกว่าเครื่องบินเสียอีก กำลังการผลิตสูงถึง 42,000 ตัน/ปี ลดการปล่อยคาร์บอนได้ราว 100,000 ตัน/ปี

2. เกาะพลังงานเทียมกลางทะเลเหนือ (North Sea Energy Island) – โครงการนี้จะรวมพลังงานจากฟาร์มลมนอกชายฝั่งกว่า 200 ต้น ผลิตไฟฟ้าสะอาดได้สูงสุด 10 กิกะวัตต์ – เพียงพอสำหรับบ้านกว่า 10 ล้านหลัง – และเชื่อมต่อสู่ประเทศเพื่อนบ้านเช่น เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ และเบลเยียม

3. Bornholm Smart Energy Island – เกาะบอร์นโฮล์มเป็นห้องทดลองพลังงานหมุนเวียนที่รวมโซลาร์เซลล์ พลังงานลม ระบบกักเก็บพลังงาน และสมาร์ทกริดไว้ในระบบเดียว ประชาชนมีส่วนร่วมผ่านพลังงานชุมชน (community energy) และใช้ระบบบริหารจัดการพลังงานแบบเรียลไทม์

ระดับเมือง

: 3 นวัตกรรมสีเขียวในโคเปนเฮเกน

1. CopenHill – โรงไฟฟ้าขยะที่แปรรูปขยะ 440,000 ตัน/ปี เป็นพลังงานสะอาด พร้อมพื้นที่บนหลังคาที่กลายเป็นลานสกี ผนังปีนเขา และเส้นทางเดินชมวิว เป็นตัวอย่างของการเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานเป็นพื้นที่ชีวิต

2. Karens Minde Aksen – พื้นที่สีเขียวในเขต Sydhavn ที่เคยประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ถูกออกแบบใหม่ให้เป็น “เมืองฟองน้ำ” ด้วยคลองธรรมชาติ พื้นซึมน้ำ และต้นไม้กว่า 200 ต้น ดูดซับและชะลอน้ำฝน พร้อมเปิดพื้นที่ให้ชุมชนใช้สันทนาการ

3. Paper Island และ Opera Park – จากพื้นที่อุตสาหกรรมริมทะเล กลายเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของเมืองที่รวมสวนสาธารณะหลังคาเขียว พื้นที่ศิลปะสำหรับเด็ก จุดชมวิว และทางเดินสาธารณะริมทะเล ที่ผสมผสาน “สิ่งแวดล้อม” เข้ากับ “ความน่าอยู่” อย่างลงตัว

สิ่งที่น่าฉงนเกี่ยวกับเดนมาร์กคือ ในขณะที่สังคมนี้ยึดหลัก “ความพอดี” อย่างจริงจัง ทั้งในรูปแบบของ Janteloven ที่ห้ามโอ้อวดหรือทำตัวเด่นเกินใคร และวัฒนธรรม Hygge ที่เน้นความสุขเรียบง่ายกับสิ่งเล็กๆ – ประเทศกลับสามารถสร้างความเป็นเลิศในระดับโลกได้ในหลากหลายด้าน

คำอธิบายหนึ่งอาจอยู่ที่ “ความสม่ำเสมอของระบบ” และ “คุณภาพของโครงสร้างร่วม”

เมื่อไม่มีใครพยายามแย่งซีน แต่ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ในจุดที่ควรอยู่ ระบบก็สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องพึ่ง “ฮีโร่” หรือ “อัจฉริยะ” รายคน

ความไม่สุดโต่งกลับทำให้ประเทศนี้แข็งแกร่ง – เพราะทุกอย่างเดินหน้าไปด้วยกัน ไม่มีใครล้ำหน้า แต่ก็ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

เดนมาร์กจึงไม่ใช่แค่ประเทศที่ “คิดเก่ง”

แต่เป็นประเทศที่ “ลงมือทำจริง” โดยมี Hygge เป็นพลังเงียบที่หล่อเลี้ยงความเปลี่ยนแปลง

จากเดนมาร์ก เราจะเดินทางต่อไปยัง สวีเดน เพื่อศึกษาว่าอีกหนึ่งประเทศนอร์ดิกจะออกแบบประชาธิปไตย ความเป็นอยู่ และความยั่งยืนอย่างไรในโลกหลังยุควิกฤต

หมายเหตุ : ดร.เดชรัตน์ สุขกำเนิด เป็นผู้อำนวยการ Think Forward Center



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ย้อนอ่าน 5 ข้อเสนอ ‘ผ่าทางตันการเมือง’ สุรพล นิติไกรพจน์ ขณะเป็นอธิการบดี มธ.
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (16)
เชลยศึกสงครามลาว (33) เป็นเชลย
ฝังจำ ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ต่อระบบราชการ
กับดักธูซิดิดิส (1) ทฤษฎีการเปลี่ยนผ่านของอำนาจ
ถ้าผู้ใหญ่ยังเลี่ยงบาลี เรียนฟรีก็จะยังไม่ฟรีจริง
E-DUANG | เลือก บอร์ด ประกันสังคม พลังแห่งอดีต กับ อนาคต
อาเศียรวาท
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 2) เรื่อง ปัญหาเส้นเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ประเทศไม่ไหวแล้ว เด็กรุ่นต่อไปจะอยู่กันอย่างไร เปิดใจ ‘เพียงพนอ’ ร่วมทางพรรคประชาชน
‘สุชาติ’ ค้านขึ้น VAT-กู้ 4 แสนล้านแจกเงิน จี้ปฏิรูปราชการอุดรูรั่วทุจริต ดีกว่ารีดภาษีประชาชน
ยศชนัน-ประเสริฐ ชูหลักสูตรฐานสมรรถนะ ยกระดับวิชา “ประวัติศาสตร์-หน้าที่พลเมือง-ภาษาไทย” ปั้นเด็กไทยสู่พลเมืองโลกที่สมบูรณ์