bg-single

The Lullaby ‘olahey olahuek’ งานศิลปะที่ถ่ายทอดสายใยแห่งความผูกพัน ระหว่างแม่และลูก

08.06.2025

The Lullaby ‘olahey olahuek’

งานศิลปะที่ถ่ายทอดสายใยแห่งความผูกพัน ระหว่างแม่และลูก

 

 

ศิลปะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศิลปะภาพวาด นอกจากจะถูกใช้เป็นภาพแทนความเป็นจริง เป็นเครื่องมือบันทึกเหตุการณ์ เรื่องราว หรือภาพของบุคคล สถานที่ และสถานการณ์ต่างๆ หรือเป็นสิ่งที่สร้างความเพลิดเพลินเจริญใจให้ผู้ชมแล้ว ศิลปะภาพวาดยังถูกใช้เป็นเครื่องมือถ่ายทอดความทรงจำ ประสบการณ์ หรือความรู้สึกนึกคิดภายในของผู้สร้างสรรค์ผลงานออกมาให้ผู้คนได้รับรู้ได้ด้วยเช่นเดียวกัน ดังที่ปรากฏในผลงานภาพวาดของศิลปินร่วมสมัยชาวไทยอย่าง ตง ณภัทร แก้วมณี ในนิทรรศการแสดงเดี่ยวครั้งล่าสุดของเขาอย่าง The Lullaby “olahey olahuek” (โอละเห่ โอละหึก)

ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากประสบการณ์ส่วนตัวที่แม่ของเขาร้องเพลงกล่อมเด็กให้ฟังก่อนนอนทุกคืน หลังจากที่เขาเติบโตออกจากบ้านที่เขาเคยอาศัยอยู่กับแม่ ไปร่ำเรียนศิลปะและหาประสบการณ์ชีวิตในช่วงวัยรุ่น ก่อนที่จะหวนกลับไปยังบ้านเกิดอีกครั้ง เมื่อเติบโตขึ้น เมื่อนั้น มวลความทรงจำในวัยเด็กก็หวนกลับคืนสู่เขา ทั้งความรัก ความผูกพัน ความรู้สึกนึกคิด แนวคิด จริต วิถีชีวิต คำสอน หรือแม้แต่อัตลักษณ์ ที่ได้รับการถ่ายทอดจากแม่ หล่อหลอมเป็นตัวเป็นตนของเขาขึ้นมาจนทุกวันนี้

“นิทรรศการนี้ สารตั้งต้นคือแรงบันดาลใจจากประสบการณ์ส่วนตัว ในการได้ฟังเพลงกล่อมเด็ก ที่แม่ร้อง และนิทานที่แม่เล่าให้ฟังก่อนนอนทุกคืน ด้วยความที่เราได้อยู่บ้านกับแม่จนถึงช่วงวัยรุ่นตอนต้น ก่อนที่จะไปเรียนที่วิทยาลัยช่างศิลป์ตอนอายุ 16 ปี และไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยศิลปากร แล้วเพิ่งกลับมาอยู่บ้านได้ประมาณสัก 2 ปีที่ผ่านมา พอกลับมาบ้าน เรารู้สึกว่าสิ่งเก่าๆ ในชีวิตหวนกลับมา ด้วยความที่เราไม่ได้อยู่บ้านมานาน”

“ในความทรงจำของเรา บ้านเราอยู่ที่จังหวัดระยอง เป็นบ้านสองชั้น ชั้นบนเป็นไม้ ชั้นล่างเป็นปูน ซึ่งเป็นร้านทำผม โดยส่วนใหญ่เราจะอยู่กับแม่สองคนเป็นหลัก เพราะพ่อของเราเป็นทหารประจำการอยู่ชายแดน ที่สัตหีบ นานๆ สองสามเดือนถึงกลับบ้านที”

ในห้วงความทรงจำของณภัทร แว่วเสียงขับขานเพลงกล่อมนอน และนิทานก่อนนอนที่เขาเคยสดับรับฟังก่อนจะหลับใหลไปในอ้อมแขนของแม่ แม้ท่วงทำนองจะไพเราะเสนาะหู ขับกล่อมให้เด็กน้อยเคลิบเคลิ้มหลับใหล หากเนื้อหากลับมืดหม่น ลี้ลับ ทั้งเรื่องราวของภูตผีปีศาจ และความตาย ในเพลงกล่อม นิทาน และเรื่องเล่าก่อนนอนของแม่ที่แฝงเร้นความรักความห่วงหาอาทร สิ่งนี้ปลูกฝังให้ณภัทรหลงใหลในบรรยากาศอันมืดมิดของยามรัตติกาลที่เต็มไปด้วยจินตนาการความฟุ้งฝัน

“มวลใหญ่ๆ ในชีวิตของเราได้รับการถ่ายทอดมาจากแม่ ทั้งความรู้สึก จริต แนวคิด วิถีชีวิต ทุกอย่าง ได้มาจากคำสอนจากแม่ ซึ่งทำหน้าที่เป็นทั้งพ่อและแม่ให้เราในตอนนั้น ก่อนนอนทุกคืนแม่จะร้องเพลงกล่อม หรือเล่านิทานให้เราฟังจนหลับคาอ้อมแขน แต่เนื้อหาของเพลงและนิทานก็ไม่ใช่เรื่องราวสำหรับเด็กเท่าไหร่ อย่างเพลงเจ้านกกาเหว่า ก็มีเนื้อหาที่มืดหม่น รุนแรง แต่ฉาบไว้ด้วยท่วงทำนองอ่อนหวานทำให้เด็กเคลิบเคลิ้มหลับใหล สิ่งนี้ทำให้เราได้รับความรู้สึกที่ทำให้เกิดภาวะไม่อยากหลับ และรู้สึกอยากตื่น ตาสว่าง ไม่รู้ว่าเป็นผลถึงทุกวันนี้ที่ทำให้เป็นคนนอนกลางวัน ตื่นกลางคืน เพราะแม่ของเราเป็นคนเปิดโลกให้เราในเวลากลางคืน ทำให้กลางคืนเป็นเวลาที่เราอยู่กับความคิด จินตนาการความฝัน”

“ด้วยความที่สมัยก่อนยังไม่มีสื่ออะไรให้ดูชมนัก สิ่งที่เรารับรู้ก็จะมาจากเพลงกล่อมและเรื่องเล่าที่มาจากประสบการณ์จของแม่ อย่างผลงานชิ้นหนึ่งของเราเป็นภาพวาดผีกระสือ ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องเล่าของแม่ ด้วยความที่บ้านของเราเป็นบ้านไม้ ห้องนอนของเราจะมีหน้าต่างบานไม้เล็กๆ เปิดให้เห็นข้างนอก แม่เราก็จชอบเล่าเรื่องเกี่ยวกับความตายให้เราฟังตั้งแต่ยังเด็กๆ แม่เคยบอกเราว่า ถ้าแม่ตาย เราจะคิดถึงแม่ไหม ถ้าแม่ตาย แม่จะถอดหัวลอยมาหาเราทางช่องหน้าต่างนี้ เราจะกลัวแม่ไหม? เราไม่รู้แม่พูดแบบนี้เพื่ออะไร อาจจะอยากหลอกให้ลูกกลัวหรืออะไรสักอย่าง”

“แต่ว่าสำหรับเรา เรามองว่าไม่น่ากลัว เพราะเรารู้สึกถึงความรัก ความคิดถึง ความห่วงหา ที่ถึงแม้จะตายไปแล้ว แม่ก็ยังกลับมาหาลูก”

ณภัทรหยิบเอาประสบการณ์เหล่านี้มาผูกโยงกับความรู้สึกนึกคิด เศษเสี้ยวความทรงจำในความสัมพันธ์ระหว่างเขากับแม่ ทั้งความสัมพันธ์เชิงอำนาจในครอบครัว ความเมตตาและความกล้าหาญของแม่ ความผิดพลาดพลั้งเผลอ บาดแผล และความเจ็บปวดที่เขากับแม่เคยกระทำต่อกัน สิ่งเหล่านี้ถูกนำมาขยำรวมกับเรื่องราวเล่าขานในวัฒนธรรมมุขปาฐะของไทยอย่าง เพลงกล่อมเด็ก, นิทานปรัมปรา, นิทานพื้นบ้าน และตำนานผีท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น เพลงเจ้านกกาเหว่า, นิทานสังข์ทอง, ตำนานกระสือ ที่สื่อสะท้อนถึงความมืดหม่นรุนแรงที่แฝงเร้นในเรื่องเล่าในเชิงชาติพันธุ์วรรณนาเกี่ยวกับความสัมพันธ์และวิถีชีวิตของผู้คนในภูมิภาคนี้นับแต่อดีตกาลนานมา นำมาถ่ายทอดผ่านผลงานภาพวาดสีสันฉูดฉาด ทว่า แฝงความหม่นมัว และฝีแปรงดิบกระด้างหากทรงพลังของเขา

“เราหยิบเอาภาวะของความเป็นแม่ลูก และความรู้สึกที่มีต่อแม่ ไปผูกโยงกับเรื่องราวต่างๆ ทั้งเรื่องราวของความผิดพลาดที่ลูกมีต่อแม่ ความผิดพลาดที่แม่มีต่อลูกเช่นกัน ความกล้าหาญ พลังอำนาจของความเป็นแม่ อย่างผลงานชิ้นหนึ่งเราได้แรงบันดาลใจมาจากนิทานเรื่อง สังข์ทอง ที่แม่ของสังข์ทองทุบหอยสังข์จนแตกเพื่อไม่ให้ลูกกลับเข้าไปอยู่ในหอยสังข์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนความผิดพลาดของแม่ที่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ หรือภาพเด็กคนหนึ่งที่นั่งบนโครงกระดูกในป่า ก็เป็นภาพของพระสังข์ที่นั่งอยู่บนโครงกระดูกของนางยักษ์พันธุรัต ซึ่งเป็นแม่บุญธรรมที่เก็บสังข์ทองมาเลี้ยงดู เพื่อสื่อถึงการที่ลูกฆ่าแม่ในนิทาน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนสิ่งที่ลูกทำให้แม่เสียใจ ลูกทำผิดพลาดต่อแม่โดยไม่ได้ตั้งใจ”

“เป็นการหวนคำนึงถึงการกระทำของเราที่เคยทำไม่ดีต่อแม่ ก็วาดภาพเด็กนั่งอยู่บนโครงกระดูก เด็กในรูปก็คือเป็นภาพของตัวเราเองตอนเด็กๆ”

ณภัทรยังหยิบเอาประเด็นเกี่ยวกับความเป็นแม่ในประวัติศาสตร์ไทย มานำเสนอถึงพลังอำนาจแห่งความรักของแม่ ที่ทำทุกอย่างเพื่อลูกของตนเองอย่างไม่มีเงื่อนไข โดยไม่แบ่งแยกว่าจะอยู่ในชนชั้นไหน หรือฐานันดรใดก็ตาม

พลังอำนาจแห่งเพศแม่ หรืออันที่จริง พลังอำนาจแห่งสตรีเพศที่ว่านี้ แท้จริงแล้วยังเป็นพลังที่แฝงเร้นเป็นลมใต้ปีกเกื้อหนุนผลักดันให้เหล่าบรรดามหาบุรุษทั้งหลายในประวัติศาสตร์ก้าวขึ้นสู่ความยิ่งใหญ่และดำรงคงอำนาจเอาไว้ตราบนานเท่านาน ไม่ว่าจะเป็นในนามของแม่หรือเมียก็ตาม

“ภาพวาดภาพนี้เป็นภาพของเหล่าบรรดาพระมเหสีและพระสนมของพระมหากษัตริย์ในอดีต ถ้าดูเผินๆ ก็เป็นเหมือนภาพถ่ายหมู่ แต่ในความเป็นจริงกลับเป็นองค์ประกอบที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ เพราะผู้หญิงทุกคนในภาพมีชีวิตต่างยุคต่างสมัยกัน เป็นการประกอบสร้างภาพแทนของอำนาจแห่งความเป็นแม่และเมียในประวัติศาสตร์ไทยที่ไม่สามารถเกิดขึ้นจริงได้”

ด้วยความที่ถูกปลูกฝังกล่อมเกลาด้วยเรื่องราวลึกลับจากเพลงกล่อมเด็ก และนิทานก่อนนอน ในยามราตรีจากแม่ของเขา ทำให้เราไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดผลงานในนิทรรศการครั้งนี้ของเขาจึงเต็มไปด้วยบรรยากาศของความมืดหม่น ให้อารมณ์ลึกลับ น่าพิศวงอยู่ไม่น้อย

 

“เราเองก็ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือเปล่า แต่เราคิดว่าโดยรวมแล้ว ผลงานภาพวาดในนิทรรศการครั้งนี้จะให้อารมณ์ของเวลากลางคืน และความตาย เพราะแม่ของเราชอบเอาเรื่องราวของความตายมาเล่าให้เราฟังอย่างชัดเจน ทำให้เราไม่กลัวความมืด กลางคืน หรือแม้แต่เรื่องของเลือด ศพ กระดูก หรือความตาย เรามองสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมดา ตัวเราเองก็เคยไปช่วยครอบครัวล้างป่าช้ามาตั้งแต่เด็กๆ เคยจับกระดูกคนตายมาขัดถู ทำความสะอาด และพิจารณาเป็นเรื่องปกติ”

“ในนิทรรศการนี้ยังมีผลงานที่สะท้อนเรื่องความเชื่อในเรื่องของกฎแห่งกรรมของเรา ซึ่งเป็นผลพวงจากสิ่งที่แม่สอนเรามาตั้งแต่เด็กอีกด้วย”

สิ่งละอันพันละน้อยที่ประกอบสร้างขึ้นเป็นนิทรรศการครั้งนี้ของณภัทร ที่ถึงแม้จะมืดหม่น ลึกลับ แต่ในขณะเดียวกันก็สื่อสะท้อนให้เห็นถึงสายใยแห่งความผูกพัน ความทรงจำ และประสบการณ์ทั้งดีและร้ายระหว่างศิลปินและแม่ของเขาหรือแม้แต่แม่ของมนุษย์ทุกผู้นามได้อย่างลึกซึ้งและเปี่ยมอารมณ์ความรู้สึกยิ่ง

นิทรรศการ The Lullaby “olahey olahuek” โดย ตง ณภัทร แก้วมณี จัดแสดงตั้งแต่ วันที่ 24 พฤษภาคม-24 มิถุนายน พ.ศ.2568 ณ หอศิลป์ BNC Creatives RCA เปิดทุกวันอังคาร-อาทิตย์ (หยุดทุกวันจันทร์) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือนัดหมายเข้าชมงาน โทร 09-2609-2666, E-mail : [email protected], Line OA : @BNCCREATIVE

ขอบคุณภาพจากศิลปิน ณภัทร แก้วมณี •

อะไร(แม่ง)ก็เป็นศิลปะ | ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

DPU ปักธงผู้นำ Future Medicine – Wellness & Longevity Education ปั้นกำลังคนสุขภาพแห่งอนาคต ดันไทยสู่Wellness Hubเอเชีย งาน Thailand Wellness & Healthcare Expo X SPORTEC Thailand 2026
สืบวังทองหลาง ไหวพริบเด็ด! เจอ “พอตเค” คาเอว ขยายผลรวบคู่แฟนคาคอนโด ยึดไอซ์ 1 กิโลฯ พร้อมหัวพอตเคกว่า 1,000 ชิ้น เตรียมขาย
พช.ตราด จับมือภาคีเครือข่าย พลิกฟื้นเศรษฐกิจฐานราก ขับเคลื่อน “โครงการพื้นที่สร้างสรรค์ตราดสำหรับทุกคน” ดึงของดี 7 อำเภอสร้างจุดขาย
ท่านเสียดายปฏิทิน แต่ผมเสียดายชีวิต
ส่องลึกอิหร่าน: 5) ระบอบเทววิทยาอิสลามกับฝ่ายค้าน
56 ปียิงสดบอลโลกในไทย ค่าลิขสิทธ์จากร้อยสู่พันล้าน
การแยกทางของ ‘ลิเวอร์พูล’ กับ ‘ชล็อต’ เพราะฟุตบอลใช้หัวใจมากกว่าอัลกอริธึ่ม
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 5 – 11 มิถุนายน 2569
ทดสอบฮอนด้า CR-V e:HEV 2026 เพิ่มออปชั่นขับสนุก-นั่งสบายเหมือนเดิม
หยีทะเล พืชสามัญแต่ไม่ธรรมดา
ต้มซูเปอร์ปีกไก่
อสังหาฯ บ้านคอนโดฯ ‘ไหลย้อนกลับ’