bg-single

จีนว่ากล่าวตักเตือนสยาม ห้ามรังแกเพื่อนบ้านมลายู | สุจิตต์ วงษ์เทศ

22.06.2025

จีนมีอำนาจปกป้องคุ้มครองเมืองต่างๆ เป็นที่ยอมรับทั่วไปในอุษาคเนย์โบราณ ซึ่งรวมทั้งสยาม อย่างน้อย 2 กลุ่มใหญ่ ที่ประกอบด้วยสยามบกกับสยามทะเล

สยามบก หมายถึงสยามผู้ชำนาญเดินทางไปมาค้าขายทางบกด้วยการขึ้นเขามุดห้วยหนองคลองบึงแม่น้ำลำธาร

ซึ่งประกอบด้วยชนเผ่าพื้นเมืองหลายชาติพันธุ์ เช่น กลุ่มพูดตระกูลภาษามอญ-เขมร ที่เรียกตนเองว่ามอญและเขมร (รวมทั้งชื่ออื่นๆ เช่น ข่าต่างๆ) โดยมีถิ่นฐานอยู่ดินแดนภายใน แผ่นดินใหญ่ภาคพื้นทวีปตั้งแต่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ถึงสาละวิน และโขง-ชี-มูล ครั้นนานไปก็กลายเป็นไทย

ศูนย์กลางสำคัญของสยามบกคือรัฐสุพรรณภูมิ (สุพรรณบุรี) ซึ่งมีเครือข่ายกว้างขวางมากทั่วดินแดนสุวรรณภูมิ

สยามทะเล หมายถึงสยามผู้ชำนาญเดินทางไปมาค้าขายทางทะเลด้วยเรือขนาดต่างๆ ทั้งเลียบชายฝั่งและ “ข้ามสมุทร” ไปไกลๆ ถึงอินเดีย, อินโดนีเซีย ฯลฯ

ซึ่งประกอบด้วยชนเผ่าพื้นเมืองหลายชาติพันธุ์ เช่น กลุ่มพูดตระกูลภาษาชวา-มลายู ที่เรียกตนเองว่าชวาและมลายู (รวมทั้งชื่ออื่นๆ เช่น ชาวเล, ชาวน้ำ) โดยมีหลักแหล่งริมทะเลอ่าวไทย บริเวณคาบสมุทร ตั้งแต่เมืองเพชรบุรี ลงไปถึงเมืองนครศรีธรรมราช ครั้นนานไปก็กลายเป็นไทย

หลักฐานสำคัญที่ยืนยันว่าชวาหรือมลายูเป็นสยามแล้วกลายเป็นไทย พบใน “พระอัยการตำแหน่งนาพลเรือน” สมัยอยุธยาตอนต้น (ราว 500 ปีมาแล้ว) ระบุ “กรมท่าขวา” ดูแลการค้าทางทะเลอันดามัน มหาสมุทรอินเดีย

เจ้ากรมท่าขวามีชื่อตำแหน่งว่า “จุฬาราชมนตรี” เป็นมลายูหรือชวา โดยขุนนางข้าราชการในกรมนี้เป็นชวาและมลายูอีกมาก รับราชการในอยุธยา ครั้นนานไปก็กลายเป็นไทย โดยมีบางตระกูลสืบทอดต่อมาในกรุงธนบุรีและกรุงเทพฯ จนปัจจุบัน

จีนมีทั้งพระเดชและพระคุณต่อสยามโบราณนานมาแล้ว ซึ่งพบหลักฐานในเอกสารจีนจากหนังสือ ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย-จีน พ.ศ.1825-2395 (แปลจากเอกสารทางราชการของจีน) โดยคณะกรรมการสืบค้นประวัติศาสตร์ไทยเกี่ยวกับจีนในเอกสารภาษาจีน (สำนักนายกรัฐมนตรี พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2523) ดังต่อไปนี้

สยามบก ใกล้ชิดจีน

ยามบกในที่นี้น่าจะหมายถึงรัฐสุพรรณภูมิ (มีศูนย์กลางอยู่เมืองสุพรรณบุรี) ลุ่มน้ำ ท่าจีน (ทางตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา) ซึ่งมีเครือข่ายกว้างขวางทั้งดินแดนภายในภาคพื้นทวีปและคาบสมุทร

เอกสารจีนระบุชัดเจนว่าจีนใกล้ชิดสนิทสนมคุ้นเคยมากที่สุดกับสยามสุพรรณภูมิ ราว 630 ปีมาแล้ว พบในเอกสารจีน พ.ศ.1936 ดังนี้

“นับตั้งแต่วันที่เรา (จักรพรรดิ) เถลิงราชสมบัติได้ส่งราชทูตไปยังประเทศต่างๆ ทุกทิศทาง ถึง 36 ประเทศ และมีการติดต่อกับอีก 31 ประเทศ และถ้าเปรียบเทียบกับประเทศใหญ่ 18 ประเทศ และประเทศเล็กทั้ง 149 ประเทศ ซึ่งมีประเพณีและขนบธรรมเนียมแตกต่างกัน สยามเป็นประเทศที่สนิทสนม คุ้นเคย มากที่สุด—-“

สยามทะเล ทำร้ายมลายู

ยามทะเลมีกำลังทางทะเลเหนือกลุ่มมลายู ดังนั้น สยามทะเลจึงปะทะขัดแย้งกับมลายู จนรู้ถึงจีนต้องว่ากล่าวตักเตือนสยามห้ามรังแกเพื่อนบ้านมลายู ซึ่งมีเอกสารจีน พ.ศ.1838 (730 ปีที่แล้ว) จดไว้ดังนี้

“ด้วยเหตุที่ชาวประเทศสยามและชาวหมาหลี่อี้เอ่อร์ (มลายู) เป็นศัตรูฆ่าฟันกันมานาน บัดนี้ต่างสวามิภักดิ์ (ต่อจีน)

จึงมีพระบรมราชโองการมิให้ชาวประเทศสยามทำร้ายชาวมลายูตามคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้”

มะละกาฟ้องจักรพรรดิ์จีน ถูกรังแกจากสยาม

สยามทะเลมีกำลังเข้มแข็งรอบดินแดนคาบสมุทร เพราะเอกสารจีนระบุชัดเจนว่าบรรดาบ้านเมืองบริเวณคาบสมุทรและหมู่เกาะ รวมกันฟ้องต่อจักรพรรดิจีนว่าถูกรังแกจากสยาม ครั้งนั้นจักรพรรดิจีนต้องอบรมสั่งสอนสยาม มีในเอกสารจีน 617 ปีที่แล้ว พ.ศ.1951 ดังนี้

“ก่อนหน้านี้ ทูตจากจัมปาซึ่งเชิญเครื่องราชบรรณาการมาถวายจักรพรรดิ ขณะที่กำลังเดินทางกลับไปประเทศของตน เรือถูกพายุพัดลอยไปยังเมืองเผิงเฮิง (ปะหัง) สยามได้ยึด (เรือ) และกักขังทูตไว้ ไม่ยอมปล่อยให้กลับไป (บ้านเมืองของเขา)

ส่วนสุมาตรากับหม่ลาเลีเจีย (มะละกา) ก็ฟ้องมา (ยังจักรพรรดิ) ว่าสยามถือว่า (ตน) เข้มแข็งกว่า จึงส่งกองทัพไปแย่งชิงพระราชโองการประทับพระราชลัญจกร ซึ่ง (จักรพรรดิ) พระราชทานให้ (แก่สองเมืองนั้น) ไป

จักรพรรดิจึงมีพระราชโองการตำหนิไป (ยังกษัตริย์สยาม) ว่า

‘จัมปาสุมาตรา มะละกากับท่านต่างยอมรับเชื่อถือพระราชโองการ (ของจักรพรรดิ) ไฉน (กษัตริย์สยาม) จึงกลับไปแสดงอำนาจจับทูตเชิญเครื่องราชบรรณาการของเขา และแย่งชิงพระราชโองการประทับพระราชลัญจกรของเขา สวรรค์นั้นมีความยุติธรรมจะประทานความสุขความเจริญให้แก่ผู้กระทำความดี และบันดาลภัยพิบัติให้แก่ผู้ประพฤติชั่ว พวกโจรตระกูลเลในญวนเป็นตัวอย่างได้ดี (กษัตริย์สยาม) จะปล่อยทูตของจัมปากลับไป คืนพระราชโองการประทับพระราชลัญจกรให้สุมาตราและมะละกา (และ) ต่อแต่นี้ไปจงปฏิบัติตามกฎหมายและเหตุผลรักษาอาณาเขตของตน มีไมตรีต่อเพื่อนบ้านเพื่อความสันติสุขในบ้านเมือง (ของตน) ตลอดไป'”

ต่อมา จีนตักเตือนสยามเรื่องรุกรานมะละกา พบในเอกสารจีน 594 ปีที่แล้ว พ.ศ.1974

“ซีลีมาสะลา กษัตริย์มะละกาส่งทูตมากราบทูล (จักรพรรดิ) ว่าสยามคิดจะรุกรานประเทศของตน กษัตริย์ (มะละกา) จะมาเฝ้า (จักรพรรดิ) ก็เกรงจะถูกขัดขวาง จะส่ง (ราชสาส์น) มาทูต (จักรพรรดิ) ให้ทรงทราบก็ไม่มีผู้เขียน (หนังสือจีน) ได้ (กษัตริย์มะละกา) จึงให้อามาตย์สามคน โดยสารเรือของสุมาตราที่อัญเชิญเครื่องราชบรรณาการ (ของสุมาตรา) เข้ามา เพื่อกราบทูลฟ้องร้อง (จักรพรรดิ) (จักรพรรดิ) จึงรับสั่งให้ทูตมะละกากลับไปกับเรือเจงโห และ (จักรพรรดิ) จึงรับสั่งให้เจงโหอัญเชิญพระราชโองการไปตักเตือน (กษัตริย์) สยามกำชับให้รักษาความสามัคคีต่อเพื่อนบ้านอย่าขัดคำสั่งของจักรพรรดิ”

ชาวพื้นเมืองปัตตานี ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากชาติพันธุ์มลายู (จากบทความเรื่อง วิถีมลายู คนพื้นเมืองอุษาคเนย์ เขียนโดย อัฮหมัด สมบูรณ์ บัวหลวง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ปัตตานี พิมพ์ในศิลปวัฒนธรรม ฉบับที่ 4 กุมภาพันธ์ 2547 หน้า 68-69)

ท่าเรือและเรือสำเภาในมะละกา ช่วงต้นศตวรรษที่ 18 (ที่มา : Valentijn, F. (1726). De Stad Malacka [ภาพพิมพ์โบราณ]. สืบค้นจาก Wikimedia Commons : http://tinyurl.com/lhgmroj



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

DPU ปักธงผู้นำ Future Medicine – Wellness & Longevity Education ปั้นกำลังคนสุขภาพแห่งอนาคต ดันไทยสู่Wellness Hubเอเชีย งาน Thailand Wellness & Healthcare Expo X SPORTEC Thailand 2026
สืบวังทองหลาง ไหวพริบเด็ด! เจอ “พอตเค” คาเอว ขยายผลรวบคู่แฟนคาคอนโด ยึดไอซ์ 1 กิโลฯ พร้อมหัวพอตเคกว่า 1,000 ชิ้น เตรียมขาย
พช.ตราด จับมือภาคีเครือข่าย พลิกฟื้นเศรษฐกิจฐานราก ขับเคลื่อน “โครงการพื้นที่สร้างสรรค์ตราดสำหรับทุกคน” ดึงของดี 7 อำเภอสร้างจุดขาย
ท่านเสียดายปฏิทิน แต่ผมเสียดายชีวิต
ส่องลึกอิหร่าน: 5) ระบอบเทววิทยาอิสลามกับฝ่ายค้าน
56 ปียิงสดบอลโลกในไทย ค่าลิขสิทธ์จากร้อยสู่พันล้าน
การแยกทางของ ‘ลิเวอร์พูล’ กับ ‘ชล็อต’ เพราะฟุตบอลใช้หัวใจมากกว่าอัลกอริธึ่ม
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 5 – 11 มิถุนายน 2569
ทดสอบฮอนด้า CR-V e:HEV 2026 เพิ่มออปชั่นขับสนุก-นั่งสบายเหมือนเดิม
หยีทะเล พืชสามัญแต่ไม่ธรรมดา
ต้มซูเปอร์ปีกไก่
อสังหาฯ บ้านคอนโดฯ ‘ไหลย้อนกลับ’