bg-single

ภารกิจจากพ่อสู่ลูก ‘บิ๊กตุ๋ย’ สู่ ‘ผบ.อ๊อบ’ พิทักษ์ปฐพี ช่องบก กับ บทบาท ‘ศบค.เขมร’ จับตา ท่าทีทหาร หลัง ‘ฮุน เซน’ ทิ้งระเบิด

22.06.2025

รายงานพิเศษ

ภารกิจจากพ่อสู่ลูก ‘บิ๊กตุ๋ย’ สู่ ‘ผบ.อ๊อบ’

พิทักษ์ปฐพี ช่องบก กับ บทบาท ‘ศบค.เขมร’

จับตา ท่าทีทหาร หลัง ‘ฮุน เซน’ ทิ้งระเบิด

ยุทธการช่องบก เวอร์ชั่น 2568 แม้จะมีกองทัพบกเป็นเหล่าทัพรับผิดชอบหลัก โดยมีบิ๊กปู พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. เป็นแม่ทัพใหญ่ นำทัพสู้ศึกเขมรก็ตาม

แต่บิ๊กอ๊อบ พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผบ.ทหารสูงสุด ก็ทำหน้าที่เป็นกองหลัง ให้การสนับสนุน พล.อ.พนา และกองทัพบกอย่างเต็มที่ และเต็มกำลัง ทั้งในฐานะผู้บัญชาการทางทหาร (ผบท.) ที่มีอำนาจบัญชาการการรบร่วม และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน (ศอ.ปชด.) ที่มีกลไกราชการในมือที่จะช่วยสนับสนุนมาตรการกดดันกัมพูชาได้

อีกทั้งมีคอมมิตเมนต์ ระหว่าง ผบ.เหล่าทัพ กับ พล.อ.พนา ที่จะร่วมทุกข์ร่วมสุข และสนับสนุนเต็มที่โดยไม่ให้กองทัพบกโดดเดี่ยวต่อสู้เพียงลำพัง

จนเกิดม็อตโต้ที่ว่า “We are One We win”

พล.อ.ทรงวิทย์ พยายามจะผลักดันให้ยกระดับมาตรการในการกดดันฝ่ายกัมพูชา ด้วยการเสนอให้ตัดไฟ ตัดอินเตอร์เน็ต ที่ฝั่งปอยเปตของกัมพูชา โดย ศอ.ปชด.ได้ทำหนังสือถึงสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เพื่อให้เรียกประชุมและมีมติดังกล่าว

แต่ทางรัฐบาลเห็นว่าให้รอการเจรจาของคณะกรรมาธิการเขตแดน JBC 14 มิถุนายน 2568 ก่อน เพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศสู่การเจรจา

ในที่สุด สมเด็จฮุน เซน และ พล.อ.ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีบุตรชาย ก็ตอบโต้ฝ่ายไทยด้วยการชิงยกเลิกการซื้อไฟฟ้าและอินเตอร์เน็ตจากประเทศไทยเสียก่อน

จนฝ่ายความมั่นคงถูกวิจารณ์ว่าขยับตัวช้ากว่ากัมพูชา

ที่น่าจับตามองคือ ใต้หมวก ศอ.ปชด. จะมีการแก้เกมโดยเดินหน้ามาตรการตัดไฟ ตัดเน็ตต่อไป เพราะพบว่าฝั่งกัมพูชายังไม่ได้ตัดไฟ ตัดเน็ตทั้งหมด เพื่อกดดันไปยังกาสิโนและสถานบันเทิงในฝั่งปอยเปต เนื่องจากเป็นแหล่งผลประโยชน์สำคัญของผู้มีอำนาจในกัมพูชา

พร้อมๆ กับการเดินหน้าปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ ยาเสพติด แหล่งหลอกลวงออนไลน์ ที่กำลังถูกนานาชาติจับตามองว่าเป็นแหล่งอาชญากรรมข้ามชาติ หรือที่เรียกว่า Scamtopia จนเกิดวาทกรรมเรียกกัมพูชาว่าเป็น Scambodia

ศอ.ปชด. จะปฏิบัติตามนโยบาย Seal-Stop-Safe ของรัฐบาล ในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และกวาดล้างเครือข่าย ผู้สนับสนุน เพื่อกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ

โดยจะเห็นได้ว่าฝ่ายความมั่นคงทั้งกองทัพบก กองกำลังบูรพาได้มีการยกระดับมาตรการเปิด-ปิดด่านและห้ามไม่ให้คนไทยออกไปเล่นที่บ่อนการพนัน รวมทั้งห้ามไม่ให้คนไทยไปทำงานในบ่อนการพนัน ที่ปอยเปตด้วย เพื่อหวังตัดแขนขาของบ่อนกาสิโน ซึ่งเป็นรายได้สำคัญของผู้มีอำนาจในกัมพูชา

เหล่านี้เป็นเพียงมาตรการแบบซอฟต์ ที่ฝ่ายไทยจะทำได้เพราะไม่อาจที่จะใช้กำลังทางทหารเข้าต่อสู้ เพราะเมื่อกัมพูชายื่นเรื่องต่อศาลโลก ในการอ้างสิทธิ์เหนือปราสาทตาเมือนธม ตาเมือนโต๊ด ตาควาย และช่องบก สามเหลี่ยมมรกตแล้ว ฝ่ายไทยก็ต้องพยายามไม่ให้เกิดการสู้รบใน 4 พื้นที่ดังกล่าวนี้

เพราะอาจจะกลายเป็นข้ออ้างให้กัมพูชานำประเทศไทยขึ้นศาลโลกไม่ว่าด้วยทางใดทางหนึ่ง แม้ว่ารัฐบาลไทยจะประกาศไม่รับอำนาจศาลโลกแล้วก็ตาม

นอกจากนั้นจะเห็นได้ว่า พล.อ.ทรงวิทย์ ยังสั่งให้กำลังหน่วยปฏิบัติการพิเศษทุกเหล่าทัพในนามหน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการร่วม (ฉก.ปพ.ร่วม) ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ในการปราบปราม สกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดน ภาคเหนือ ภาคอีสาน เตรียมความพร้อมรบสำหรับทุกภารกิจ โดยมีการฝึกการกวาดล้างกำลังในคูติดต่อ หรือคูเลต ซึ่งทหารกัมพูชามักจะชอบขุดคูเลตเสมอเมื่อรุกล้ำพื้นที่มาตั้งฐานทหาร

ในขณะที่ฝั่งกัมพูชามีการเสริมกำลังทหารจากกองกำลังพิทักษ์ฮุน เซน (BHQ-Bodyguard Headquaterd) พร้อมอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยเข้ามาในพื้นที่จังหวัดพระวิหาร และโดยเฉพาะช่องบก สามเหลี่ยมมรกต

ในเวลานี้ กองทัพมีการเตรียมพร้อม มาตรการต่างๆ ตามแผนป้องกันประเทศด้านตะวันออก หรือแผนกษัตริย์ศึก ที่มีการปรับปรุงใหม่ให้ตรงกับภัยคุกคาม

โดยจะเห็นได้ว่าในเอกสารที่กองทัพบกได้แถลงตั้งแต่หลังการปะทะระหว่างทหารไทยและกัมพูชา 28 พฤษภาคม 2568 ที่ลงนามโดย พล.อ.พนา นั้นได้ระบุไปแล้วว่า กัมพูชาเป็นภัยคุกคามความมั่นคงของประเทศ

ดังนั้น กองทัพและฝ่ายความมั่นคงจะต้องมีการปรับแผนในการรับมือกับภัยคุกคามนี้ โดยทุกองคาพยพของฝ่ายความมั่นคงและกองทัพจะต้องปรับเปลี่ยนไปตามยุทธศาสตร์ของกองทัพเมื่อระบุถึงภัยคุกคามที่ชัดเจน

การที่กัมพูชาฟ้องศาลโลกอ้างสิทธิ์ 3 ปราสาท 1 พื้นที่ซึ่งอยู่บนผืนแผ่นดินไทย ฝ่ายความมั่นคงไทยถือเป็นการสะท้อนถึงการไม่ให้เกียรติและไม่รักษาสัมพันธ์กับประเทศไทยแล้ว ประเทศไทยจึงไม่จำเป็นที่จะต้องรักษามิตรภาพ เพราะถือเป็นการแย่งชิงแผ่นดินไทย

ที่สำคัญพื้นที่ช่องบก สามเหลี่ยมมรกต รอยต่อไทย-ลาว-กัมพูชา เคยมีการสู้รบกันเมื่อกว่า 30 ปีก่อนมาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งครั้งนั้นแม่ทัพอิสระพงศ์ หรือบิ๊กตุ๋ย พล.อ.อิสระพงศ์ หนุนภักดี อดีต ผบ.ทบ. เป็นแม่ทัพภาคที่ 2 ที่สามารถรักษาแผ่นดินไทยไว้ได้แม้ต้องแลกกับชีวิตที่ต้องสูญเสียไปของทหารจำนวนไม่น้อย

มาในเวลานี้ ปี 2568 พล.อ.ทรงวิทย์ ลูกชายของ พล.อ.อิสระพงศ์ ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด แม้จะไม่ได้เป็น ผบ.ทบ.ที่รับผิดชอบโดยตรง แต่ก็มีรายงานว่า พล.อ.ทรงวิทย์ ได้กล่าวกับกำลังพลทุกครั้งที่ไปตรวจเยี่ยมการฝึก ยืนยันว่าจะต่อสู้อย่างเต็มที่เพื่อรักษาอธิปไตยและดินแดนเอาไว้

ประการหนึ่ง เป็นเหมือนการสานต่ออุดมการณ์ของ พล.อ.อิสระพงศ์ ผู้เป็นบิดา ที่เคยรักษาแผ่นดินพื้นที่ช่องบกนี้ไว้ให้ลูกหลาน

แต่มาวันนี้กัมพูชากลับจะมาอ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของบนพื้นแผ่นดินนี้ ในฐานะที่เป็นลูกชายของอดีตแม่ทัพภาคที่ 2 และอดีต ผบ. ทบ. จึงต้องสานต่อการปกป้องพื้นที่ดังกล่าว

อีกประการหนึ่ง ในฐานะที่ พล.อ.ทรงวิทย์เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นผู้บังคับบัญชาของผู้บัญชาการเหล่าทัพ จึงยิ่งไม่อาจจะนิ่งเฉยในการร่วมกับกองทัพบกเพื่อรักษาแผ่นดิน

แม้ว่ากองบัญชาการกองทัพไทยจะไม่ใช่หน่วยกำลังรบหลัก แต่ก็ได้สนับสนุนอุปกรณ์พิเศษให้กับกองกำลังป้องกันชายแดนมาอย่างต่อเนื่อง

รวมถึงใช้กำลังรบที่มีอยู่ เช่น ศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายสากล (ศตก.) ที่ต้องฝึกความพร้อมรบในการที่จะเสริมความแข็งแกร่งให้กับกองทัพบก

สำหรับ พล.อ.ทรงวิทย์ ที่แม้จะเกษียณราชการ 30 กันยายนนี้แล้ว แต่กองทัพบกยังมี พล.อ.พนา นั่งเก้าอี้ ผบ.ทบ.อย่างมั่นคงแข็งแรงยาวนานถึง 2570

จึงจะยังคงเป็นหลักให้กับกองทัพในยามที่ต้องมีการเปลี่ยนตัวผู้บัญชาการเหล่าทัพ ในการแต่งตั้งโยกย้ายกันยายน 2568 นี้

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาตอนนี้ยังไม่คลี่คลาย แม้ว่าทหารกัมพูชาจะยอมถอยออกจากอธิปไตยไทย ที่แนวต้นพญาสัตตบรรณช่องบกที่เขมรล้ำเข้ามา 150 เมตรไปแล้วก็ตาม

แต่กำลังทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์หนักของกัมพูชา ยังคงวางประชิดอยู่ชายแดนเป็นจำนวนมาก

จึงมีความพยายามที่จะเจรจาให้มีการปรับกำลังออกไปทั้งสองฝ่าย แต่กัมพูชาก็ยังไม่ยอม ซึ่งอาจเป็นเพราะกัมพูชามีแผนเรื่องการก่อเหตุหรือการสร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรงในพื้นที่ช่องบก เพื่อที่จะใช้เป็นประเด็นในการกดดันให้ประเทศไทยขึ้นศาลโลก

รัฐบาลพยายามลดความตึงเครียดด้วยการตั้งหน่วยเฉพาะกิจไทยแลนด์ หรือศูนย์บริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) ขึ้นมาดูแลโดยตรง โดยมอบหมายให้บิ๊กเล็ก พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม เป็นผู้อำนวยการศูนย์ และเพื่อเป็นตัวกลางในการประสานระหว่างรัฐบาล กระทรวงกลาโหมกับกองทัพ ด้วยความที่ พล.อ.ณัฐพล เป็นทหารเก่าและเคยทำงานมากับผู้บัญชาการเหล่าทัพชุดปัจจุบัน

เพราะเป็นเรื่องสถานการณ์ชายแดนความมั่นคง จึงไม่สามารถที่จะให้นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม มารับผิดชอบโดยตรงเช่นที่ผ่านมา อีกทั้ง พล.อ.ณัฐพล เคยเป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ซึ่งต้องใช้กลไกนี้ในการขับเคลื่อนศูนย์

แต่ พล.อ.ณัฐพล ยืนยันว่า ศบ.ทก.นี้ ไม่ได้มีอำนาจในการสั่งการ แต่แค่เป็นหน่วยประสานงานทุกส่วนราชการเพื่อประเมินสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และทำหน้าที่ในการสื่อสารตอบโต้ ทำศึกโซเชียลมีเดีย ที่ฝั่งกัมพูชามี 2 พ่อลูก สมเด็จฮุน เซน และ พล.อ.ฮุน มาเนต เป็นแม่ทัพสู้ศึกโซเชียลด้วยตนเองเพราะใช้เพจเฟซบุ๊กในการโพสต์สื่อสาร ตอบโต้ฝ่ายไทย แบบไม่หยุดหย่อน

และหลายกรณีที่ไม่ทำตามข้อตกลงในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เช่น การแถลงการณ์ที่ไม่ตรงกับการประชุม หรือข้อตกลง หรือการคุยหลังไมค์ อย่างไม่เป็นทางการ แต่นำมาเปิดเผย

จนทำให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แถลงต่อหน้าผู้บัญชาการเหล่าทัพโจมตีทั้งสมเด็จฮุน เซน และ พล.อ.ฮุน มาเนต ที่ใช้การสื่อสารในการสร้างความขัดแย้ง และถือว่าไม่เป็นมืออาชีพ ที่นำเรื่องที่คุยหลังไมค์มาเปิดเผย

ส่งผลให้ พล.อ.ฮุน มาเนต ไม่พอใจและออกมาตอบโต้ทันที ตามมาด้วยสมเด็จฮุน เซน ที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับสังคมโลกและคนไทยด้วยการปล่อยคลิปบันทึกเสียงสนทนาทางโทรศัพท์กับ น.ส.แพทองธาร และนายภูมิธรรมออกมา

ส่งผลให้ น.ส.แพทองธาร ถูกโจมตีอย่างหนัก เพราะบทสนทนาถูกมองว่าสะท้อนถึงความเป็นพวกเดียวกันกับสมเด็จฮุน เซน และยังระบุว่า พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นฝ่ายตรงข้าม หลัง พล.ท.บุญสินได้ออกมาพูดตอบโต้ โดยเฉพาะประโยคที่ว่า “แผ่นดินกู ถ้าจะเอาก็ต้องดวลกัน” ที่ทำให้สมเด็จฮุน เซน โกรธมาก จนเป็นเหตุให้ น.ส.แพทองธาร ต้องโทร.ไปเคลียร์และพยายามจะปรับความเข้าใจ

แม้ น.ส.แพทองธาร จะพยายามชี้แจงอย่างไรกับบทสนทนาทางโทรศัพท์นี้ก็ตาม แต่ก็ถูกโจมตีอย่างหนักและรุนแรง ถึงขนาดหลายฝ่ายออกมากดดันให้ยุบสภาหรือลาออก

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในระหว่างที่มีการต่อรองเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรีกับพรรคภูมิใจไทยอย่างเข้มข้น หลัง น.ส.แพทองธาร ขอคืนเก้าอี้ รมว.มหาดไทยกลับมาเป็นโควต้าของพรรคเพื่อไทย แต่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ไม่ยอม และถึงขั้นประกาศจะไปเป็นพรรคฝ่ายค้าน

การเมืองภายในประเทศที่กำลังวุ่นวาย สมเด็จฮุน เซน ซึ่งติดตามความเคลื่อนไหวของประเทศไทยตลอด ได้อาศัยช่วงความวุ่นวายภายในปล่อยคลิปนี้ออกมาเพื่อหวังให้เกิดความแตกแยกและให้คนไทยรบกันเอง

ซึ่งก็เป็นไปเช่นนั้น เพราะ น.ส.แพทองธาร ถูกกดดันอย่างหนัก

แม้แต่บรรดาผู้บัญชาการเหล่าทัพซึ่งได้ฟังคลิปเสียงต่างก็เห็นถึงความไม่เหมาะสมในบทสนทนา

แต่ที่หนักกว่าคือการกระทำของสมเด็จฮุน เซน ที่แม้ผิดมารยาทอย่างสูง แต่เป็นการสร้างปัญหาให้เกิดความวุ่นวายทางการเมืองภายในของไทยอย่างมาก

สําหรับกัมพูชาแล้วอาจถือว่าเป็นชัยชนะครั้งสำคัญที่สามารถสั่นคลอนเก้าอี้นายกรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ซึ่งเป็นลูกสาวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นเพื่อนรักของสมเด็จฮุน เซน เอง

อันเป็นการสะท้อนว่าสมเด็จฮุน เซน ตั้งเป้าที่จะเอาเรื่องดินแดนและปราสาทให้ได้ จนมองข้ามความสัมพันธ์กับครอบครัวชินวัตร ที่อาจทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชาขาดสะบั้นในอีกไม่ช้า

ในยามที่การเมืองภายในวุ่นวายและอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง กองทัพจึงถูกคาดหวังว่าต้องยิ่งเป็นหลักให้ชาติบ้านเมือง โดยเฉพาะในยามที่มีศึกนอกกับกัมพูชาซึ่งมีกำลังทหารและยุทโธปกรณ์หนักประชิดอยู่ชายแดนและไม่ยอมถอนกำลังออกไป ซึ่งสมเด็จฮุน เซน ก็คงรอวันที่ประเทศไทยอ่อนแอทั้งจากปัญหาภายในและปัญหาชายแดน จนเสมือนว่าไทยเราได้เพลี่ยงพล้ำพ่ายศึกแก่ผู้นำเขมรคนนี้ไปแล้ว

มีรายงานว่า มีผู้ใหญ่บางคนเคยเตือนนายกฯ แล้วว่า อย่าไว้ใจเขมร เมื่อรู้ว่านายกฯ มีการคุยส่วนตัวกับสมเด็จฮุน เซน และ พล.อ.ฮุน มาเนต เสมอๆ

จนกลายเป็นประเด็นร้อนที่ผู้บัญชาการเหล่าทัพได้มีการหารือกันอย่างไม่เป็นทางการ และสั่งให้มีการเตรียมพร้อมที่ชายแดนอย่างเต็มที่

ส่วนเรื่องปัญหาการเมืองภายในปล่อยให้เป็นเรื่องของฝ่ายการเมืองที่จะเจรจาตกลงกันและให้เป็นไปตามวิถีของกลไกรัฐสภาและระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

เพราะในสถานการณ์ที่ประเทศเจอภัยคุกคามจากนอกประเทศ จากอริราชศัตรูที่คิดจะยึดแผ่นดินไทย ประเทศไทยจำเป็นต้องมีความเป็นหนึ่งเดียวและมีผู้นำที่เข้มแข็ง ทั้งในส่วนของกองทัพและระดับรัฐบาล

ท่ามกลางกระแสข่าวความเคลื่อนไหว เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างเข้มข้น



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

DPU ปักธงผู้นำ Future Medicine – Wellness & Longevity Education ปั้นกำลังคนสุขภาพแห่งอนาคต ดันไทยสู่Wellness Hubเอเชีย งาน Thailand Wellness & Healthcare Expo X SPORTEC Thailand 2026
สืบวังทองหลาง ไหวพริบเด็ด! เจอ “พอตเค” คาเอว ขยายผลรวบคู่แฟนคาคอนโด ยึดไอซ์ 1 กิโลฯ พร้อมหัวพอตเคกว่า 1,000 ชิ้น เตรียมขาย
พช.ตราด จับมือภาคีเครือข่าย พลิกฟื้นเศรษฐกิจฐานราก ขับเคลื่อน “โครงการพื้นที่สร้างสรรค์ตราดสำหรับทุกคน” ดึงของดี 7 อำเภอสร้างจุดขาย
ท่านเสียดายปฏิทิน แต่ผมเสียดายชีวิต
ส่องลึกอิหร่าน: 5) ระบอบเทววิทยาอิสลามกับฝ่ายค้าน
56 ปียิงสดบอลโลกในไทย ค่าลิขสิทธ์จากร้อยสู่พันล้าน
การแยกทางของ ‘ลิเวอร์พูล’ กับ ‘ชล็อต’ เพราะฟุตบอลใช้หัวใจมากกว่าอัลกอริธึ่ม
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 5 – 11 มิถุนายน 2569
ทดสอบฮอนด้า CR-V e:HEV 2026 เพิ่มออปชั่นขับสนุก-นั่งสบายเหมือนเดิม
หยีทะเล พืชสามัญแต่ไม่ธรรมดา
ต้มซูเปอร์ปีกไก่
อสังหาฯ บ้านคอนโดฯ ‘ไหลย้อนกลับ’