bg-single

ร่างพ.ร.บ.พระคลังข้างที่ : แง่มุมการเมืองวัฒนธรรม

02.07.2025

การเมืองวัฒนธรรม | เกษียร เตชะพีระ

ร่างพ.ร.บ.พระคลังข้างที่

: แง่มุมการเมืองวัฒนธรรม

(สืบเนื่องจากทางคณะรัฐมนตรีได้เสนอร่างพระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ (ฉบับที่…) พ.ศ…. ต่อสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมศกนี้ โดยมีสาระสำคัญเพื่อเปลี่ยนชื่อ “สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์” เป็น “สำนักงานพระคลังข้างที่” และร่างดังกล่าวได้ผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนฯ ไปอย่างเป็นเอกฉันท์แล้วนั้น (https://www.bbc.com/thai/articles/c1e632x7p8vo)

ผมได้แสดงความเห็นวิเคราะห์วิจารณ์ไว้ตามที่มีข้อสอบถามมาในงานเสวนา “ประชาธิปไตยบนทางแพร่ง” ณ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคมศกนี้ คิดว่าเนื้อหาอาจเป็นประโยชน์ต่อการคิดอ่านเรื่องดังกล่าวในสังคมไทยต่อไปข้างหน้า ประจวบกับทางมติชนผู้จัดเสวนา ได้กรุณาถอดเทปคำอภิปรายของผมส่วนนี้ไว้ด้วย จึงขอขอบคุณและขออนุญาตปรับปรุงเพิ่มเติมข้อมูลเพื่อนำมาลงในคอลัมน์การเมืองวัฒนธรรมสัปดาห์นี้ครับ)

ในร่างกฎหมายที่รัฐบาลจะยื่นเข้าสภาบอกว่าร่าง พ.ร.บ.นี้ มิได้มีผลกระทบต่อประชาชน ซึ่งผมคิดว่าส่วนหนึ่งก็จริง เพราะว่ามันไม่ได้ไปเปลี่ยนแปลง พ.ร.บ.เรื่องทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ในแง่ของการปฏิบัติจัดการอย่างมีนัยสำคัญ แค่เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนจากทรัพย์สินพระมหากษัตริย์เป็นพระคลังข้างที่ ก็ถ้าเปลี่ยนแค่ชื่อก็ไม่น่าจะกระทบใคร

คือผมก็เพียงแค่คิดแบบนี้ว่า ถ้าวัฒนธรรม patrimonial คือวัฒนธรรมแบบอุปถัมภ์กินเมือง (ดูคำอธิบายเรื่องนี้ที่ “ประจักษ์ ก้องกีรติ : ปัญหากองทัพ ยังมองชาติเป็นสมบัติส่วนตัว | 14 พฤษภาคม 2568”, https://www.facebook.com/watch/?v=680640391248887) ยังเป็นปัญหาสำคัญของบ้านเมือง เราควรจะระมัดระวังเกี่ยวกับเรื่องการใช้ถ้อยคำ วาทกรรม วัฒนธรรมให้ดี อย่าลืมความสำคัญของคำเพราะถ้า “คุมคำ->คุมความหมาย->คุมความคิด->คุมคน”

ทำไมการคุมคำจึงสำคัญแม้กระทั่งในปัจจุบันนี้ เพราะมันมีจินตนากรรมที่แตกต่างกันเกี่ยวกับ “ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ผมคิดว่าในประเทศเรา สังคมเดียวกันนี่ เรามีจินตนากรรมที่แตกต่างกันเกี่ยวกับ “ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข”

ใน “ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ศาสตราจารย์นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ บอกว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์ทางความคิดที่ยิ่งใหญ่ ฝรั่งคิดไม่ถึง อย่างน้อยอริสโตเติลคิดไม่ถึง มันแยก monarchy กับ democracy แต่ว่าประเทศไทยเราสามารถคิดระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยเอา monarchy กับ democracy มาบวกกันด้วยก็ได้ (นครินทร์ เมฆไตรรัตน์, กรณี ร.7 ทรงสละราชสมบัติ : การตีความและการสานต่อความหมายทางการเมือง, 2549, น.2-3, 5)

ประเด็นอยู่ตรงที่ว่าพอบวกกันแล้ว มันไม่นิ่ง เพราะมันมีจินตนากรรมของการบวกที่ต่างกัน ผมคิดว่ามีคนที่บวก democracy กับ monarchy แล้วให้ความสำคัญ monarchy มากกว่า democracy แล้วก็มีคนที่ให้ความสำคัญกับ democracy มากกว่า monarchy

ที่เห็นได้ชัดก็คือว่าคนอย่างคุณคำนูณ สิทธิสมาน และคุณจรัญ ภักดีธนากุล ได้เห็นการใช้และการตีความ “ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ตามรัฐธรรมนูญ 2540 ของรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร แล้วแกวิตก แกคิดว่าอันนี้ไม่ถูกต้อง อันนี้ให้ democracy มากเกินไป จนไม่ได้ให้น้ำหนักกับ monarchy เท่าที่ควร เกรงว่าจะเป็น “สาธารณรัฐจำแลง” พูดง่ายๆ อันนี้ยืมคำของ Bagehot

(หมายถึง Walter Bagehot ผู้เขียนตำราต้นแบบระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญของสหราชอาณาจักร The English Constitution, 1867; และดู คำนูณ สิทธิสมาน, ปรากฏการณ์สนธิ : จากเสื้อสีเหลืองถึงผ้าพันคอสีฟ้า, 2549, น.70-71; สรวิศ ชุมศรี และอริน เจียจันทร์พงษ์, สัมภาษณ์พิเศษ “ถอดรหัสใจจรัญ ภักดีธนากุล ถอดความประธานาธิบดีแบบลับๆ”, มติชน, 5 กุมภาพันธ์ 2550, น.11)

ในแง่กลับกัน อาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ ตอนที่เห็นปัญหาที่ปิยบุตร แสงกนกกุล ทักท้วงรัฐบาลว่าบิ๊กตู่นำ ครม.เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณแล้วกล่าวคำไม่ครบตามรัฐธรรมนูญ เสร็จแล้วมันจบแบบที่มันจบ คือไม่เป็นปัญหา อาจารย์นิธิก็งง แล้วถามว่านี่คือระบอบอะไร? ระบอบอะไรที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับรัฐธรรมนูญที่มาโดยกระบวนการลงประชามติ เขียนเป็นลายลักษณ์อักษรชัดเจน แต่ไปเน้นที่ความสัมพันธ์เฉพาะระหว่างสถาบันกษัตริย์กับ ครม. ตามคำอธิบายของศาลรัฐธรรมนูญ (นิธิ เอียวศรีวงศ์, “หน้าใหม่ของประวัติศาสตร์”, ประชาไท, 29 กันยายน 2562, https://prachatai.com/journal/2019/09/84547)

นั่นแปลว่าในสายตาอาจารย์นิธิหรือนักการเมืองบางคน ก็เกรงว่าได้มีการใช้และการตีความ “ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ไปในทิศทางของ “เสมือนสัมบูรณาญาสิทธิ์” (ดูงานของผู้เขียนเรื่อง “สาธารณรัฐจำแลงกับเสมือนสัมบูรณาญาสิทธิ์ : สองแนวโน้มฝังแฝงที่ขัดแย้งกันในระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญไทย,” ประชาธิปไตยใส่ชฎา : จากเสรีนิยมประชาธิปไตยถึงทางแพร่งแห่งอำนาจนำ, สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน, 2568, น.241-265)

ดังนั้น มีจินตนากรรมเรื่องนี้ในระบอบเดียวกันที่ชื่อว่า “ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” สองทาง และผมคิดว่าเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งทางการเมืองที่ยืดยาว แล้วมันก็ยังไม่ลงตัว ยังไม่จบ ซึ่งอันนี้ในความรู้สึกผมคือเรื่องเดียวกับ Who has the authority to decide who gets what, when and how?

พูดให้ถึงที่สุด จินตนาการที่ต่างกันนี้คือปมอันนี้ Who has the authority to decide who gets what, when and how? นี่คือปมปัญหาที่ยังไม่ได้รับการเฉลย เป็นปมปัญหาขั้นมูลฐานของ “ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข”

ดังนั้น มันก็ไม่ได้เปลี่ยนอะไรนะครับ ร่าง พ.ร.บ.นี้ไม่ได้มีผลกระทบต่อประชาชน แต่ผมคิดว่ามองในมุมการเมืองวัฒนธรรม ร่าง พ.ร.บ.นี้กระทบต่อการเมืองวัฒนธรรมไทยอย่างมีนัยยะสำคัญ แล้วก็เสนอโดยรัฐบาลอุ๊งอิ๊ง ซึ่งก็เป็นรัฐบาลข้ามขั้ว ผมก็เลยงงว่าตกลงในการจัดการร่าง พ.ร.บ.นี้ รัฐบาลข้ามขั้วจะข้ามไปไหน? มันมีจินตนาการสองแบบ คุณจะข้ามไปไหน?

พูดในความรู้สึกผม สำคัญไหม? ในแง่ปฏิบัติหรือเปลี่ยนแปลงการใช้อำนาจ ก็อาจจะไม่สำคัญ แต่ผมคิดว่าเป็นสัญญาณการเปลี่ยนแปลง ผมคิดว่ามันเป็น “สัญลักษณ์แห่งจินตนากรรมสภาวะยกเว้นย้อนยุคในนิติรัฐ”

การเปลี่ยนชื่ออันนี้เป็น “สัญลักษณ์แห่งจินตนากรรมสภาวะยกเว้นย้อนยุคในนิติรัฐ” ครับ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ย้อนอ่าน 5 ข้อเสนอ ‘ผ่าทางตันการเมือง’ สุรพล นิติไกรพจน์ ขณะเป็นอธิการบดี มธ.
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (16)
เชลยศึกสงครามลาว (33) เป็นเชลย
ฝังจำ ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ต่อระบบราชการ
กับดักธูซิดิดิส (1) ทฤษฎีการเปลี่ยนผ่านของอำนาจ
ถ้าผู้ใหญ่ยังเลี่ยงบาลี เรียนฟรีก็จะยังไม่ฟรีจริง
E-DUANG | เลือก บอร์ด ประกันสังคม พลังแห่งอดีต กับ อนาคต
อาเศียรวาท
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 2) เรื่อง ปัญหาเส้นเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ประเทศไม่ไหวแล้ว เด็กรุ่นต่อไปจะอยู่กันอย่างไร เปิดใจ ‘เพียงพนอ’ ร่วมทางพรรคประชาชน
‘สุชาติ’ ค้านขึ้น VAT-กู้ 4 แสนล้านแจกเงิน จี้ปฏิรูปราชการอุดรูรั่วทุจริต ดีกว่ารีดภาษีประชาชน
ยศชนัน-ประเสริฐ ชูหลักสูตรฐานสมรรถนะ ยกระดับวิชา “ประวัติศาสตร์-หน้าที่พลเมือง-ภาษาไทย” ปั้นเด็กไทยสู่พลเมืองโลกที่สมบูรณ์