การปกครองเปลี่ยน-แฟชั่นปรับ : แฟชั่นสมัยคณะราษฎร-สงคราม (12) เจ้านายสนับสนุนรัฐนิยมในสมัยสร้างชาติ
My Country Thailand | ณัฐพล ใจจริง
การปกครองเปลี่ยน-แฟชั่นปรับ
: แฟชั่นสมัยคณะราษฎร-สงคราม (12)
เจ้านายสนับสนุนรัฐนิยมในสมัยสร้างชาติ
ในช่วงสมัยรัฐบาลจอมพล ป.เดินหน้าสร้างชาติขึ้นใหม่ด้วยการปฏิวัติทางวัฒนธรรมให้ไปสู่สมัยใหม่ ผ่านประกาศรัฐนิยมและ พ.ร.บ.วัฒนธรรมและประกาศอื่นๆ การโน้มน้าวให้คนไทยทั้งชาย-หญิงปฏิวัติการแต่งกายคนไทยให้เป็นสมัยใหม่ ด้วยให้ชายแต่งกายสมัยใหม่และให้สวมกางเกงขายาวแบบสากลแทนการนุ่งเสื้อราชประเตนและโจงกระเบน ให้หญิงสวมกระโปรงหรือซิ่นแทนโจงกระเบน ครั้งนั้น สุภาพชนคนหนุ่มสาวหญิงสาวต้องการนุ่งกระโปรงตามแบบฝรั่งจึงชักชวนไม่ยาก ต่อมา ชักจูงใจให้สวมหมวก จากนั้นไม่นาน หญิงไทยก็เริ่มสวมหมวกกันอย่างกว้างขวาง
ในครั้งนั้น เจ้านายระดับสูง เช่น พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา (2447-2489 ประธานผู้สำเร็จราชการ) หม่อมกอบแก้ว อาภากร (2451-2551) พระชายาของพระองค์เจ้าอาทิตย์ฯ พระนางเธอลักษมีลาวัณ (2442-2504) ม.จ.สกลวรรณากร วรวรรณ (2431-2496) ม.จ.วรรณไวทยากร วรวรรณ (2434-2519) และเจ้านายอื่นๆ ที่สนับสนุนระบอบประชาธิปไตยล้วนแต่งกายตามสมัยรัฐนิยมด้วยเช่นกัน ควรบันทึกด้วยว่า หม่อมกอบแก้วได้รับการยกย่องให้เป็นแบบอย่างของสตรีไทยภายหลังการปฏิวัติ 2475 ที่มีความทันสมัยในแบบของสาวตะวันตก
พระองค์เจ้าอาทิตย์ฯ เป็นเจ้านายหัวใหม่ เคยศึกษาในสหรัฐและอังกฤษ สำเร็จการศึกษาทางประวัติศาสตร์และการปกครองแล้วได้กลับมารับราชการที่กระทรวงมหาดไทย
กษิดิศ อนันทนาธร เล่าไว้ว่า ครั้งเกิดการปฏิวัติ 2475 ใหม่ๆ ขณะที่พระองค์เป็นผู้ว่าฯ ที่จังหวัดนครปฐมได้วิพากษ์วิจารณ์การปฏิวัติอย่างรุนแรง ต่อมา พระองค์ปรับตัวเข้ากับระบอบการปกครองใหม่ด้วยการทำหนังสือการปกครองระบอบใหม่แจกจ่ายสร้างความเข้าใจให้แก่ชาวนครปฐม เมื่อคณะราษฎรรู้ถึงการสนับสนุนระบอบใหม่ของพระองค์ คณะราษฎรจึงได้กล่าวสรรเสริญไว้ว่า “เป็นเจ้าที่รักชาติพระองค์หนึ่ง สมควรเป็นเยี่ยงอย่างแก่เจ้าอื่นๆ ได้” (the101.world/aditya-dibabha/)

ภายหลังการปฏิวัติแล้ว พระองค์เจ้าอาทิตย์ฯ ได้เป็นอาจารย์พิเศษที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้บรรยายในเรื่องการปฏิวัติฝรั่งเศส ต่อมา พระองค์เขียนหนังสือชื่อ ประวัติศาสตร์สมัยการปฏิวัติฝรั่งเศสและสมัยนโปเลียนโบนาปาร์ต ภาคที่ 1 (2477) โดยมีนายปรีดี พนมยงค์ เขียนคำนำให้ เนื้อหาในหนังสือของพระองค์วิเคราะห์ว่า การทุจริตของชนชั้นนำฝรั่งเศสที่ไม่ต้องเสียภาษี ในขณะที่สามัญชนส่วนใหญ่นั้นอดอยากและยากจนแต่ต้องแบกรับรายจ่ายมหาศาลของประเทศจนกลายเป็นสาเหตุของการปฏิวัติฝรั่งเศส
พระองค์เจ้าอาทิตย์ฯ เป็นเจ้านายพระองค์หนึ่งที่ทำงานร่วมกับคณะราษฎรได้ ต่อมา ในปี 2478 พระองค์เป็นผู้สำเร็จราชการแทนสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ติดตามด้วย ตำแหน่งประธานคณะผู้สำเร็จราชการฯ พระองค์ให้การสนับสนุนระบอบใหม่อย่างเข้มแข็ง เช่น การเสด็จไปเป็นประธานเปิดอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ (2479) มีบทบาทสนับสนุนรัฐบาลในการสร้างชาติสมัยรัฐบาลจอมพล ป. นอกจากนี้ พระองค์แต่ง “ลิลิตรัถนิยม” (2485) สนับสนุนการปกครองและแนวทางการสร้างชาติให้เป็นสมัยใหม่ของรัฐบาลไว้ว่า
“สรีสวัสดิวิชัย ประเทสไทยฟูเฟื่อง ลือล้ำเลื่องทั่วหล้า ราสดร์มีหน้าแช่มชื่น รุ่งโรจน์รื่นจรัส วิรัชรุ่งประเทือง มเลืองดุจแดนสวรรค ทุกสิ่งสรรพ์สมบูรน์ เพียบพูนผลตลอดกาล ธัญญาหารอุดม คมนาคมบกเรือ อากาสเมือมุ่งสู่ จู่หนเหนือหนไต้ ติดต่อได้ทุกทิส กอบเสถกิจก้าวหน้า กอบการค้าทั่วเขต ไนประเทสบ่ขัด ไนไพรัชบ่ขาด ประชาราสดร์ไร้เข็น เพ็นโภคพูนโสมนัส โดยมีรัถธัมนูญ อนุกูลก่อเกื้อ ชนชาติเชื้อชาวไทย สมสมัยสุขสานต์ มีรัถบาลคอยประคอง ภัยผยองคอยขจัด ผดุงรัถสีมา สู่มหาประเทสสภาพ… “(อาทิตย์ฯ, 2485, 1)

พระองค์เจ้าอาทิตย์ฯ เขียนถึงไทยภายใต้ระบอบใหม่ไว้ว่า “เวียงไทยทวีเกียรติก้อง กังวาน เผยแพร่แผ่ไพสาล ทั่วหล้า อิงหลักพิทยาการ ร่วมกอบ กิจเฮย กเสตรอุสาหกัมจ้า เจิดเรื้องเรืองหลาย รัถบาลหมายก่อเกื้อ อนุกูล ตามบทรัถธัมนูญ เอ่ยอ้าง เสิมสิทธิราสดร์สมบูรน์ บ่มสุข สืบนอ วางรากแผนการส้าง ชาติไห้วัธนา” (อาทิตย์ฯ, 2485, 2)
ส่วนในหัวข้อการสร้างความถาวรให้กับชาติเป็นอย่างไรนั้นมีการแสดงทัศนะไว้ว่า “รัถบาลมีงานมาก เหลือล้นหลากต้องทำ อันจะนำประเทส ไปสู่เขตจเริน เกินจักพร่ำพรรนนา…ปรากตเปนผู้ก่อ กล่าวโดยย่อส้างชาติ ไห้สามาถมั่นคง ไห้ยืนยงถาวร นิรันดรวัธนา เพื่อพรึติยาการสอดคล้อง ก็จำต้องจับงาน นิมมานกิจจิตรกร ปติสังขรสิ่งสลัก หักพังสู่สภาพเดิม เสิมวัธนาแน่วไว้” (อาทิตย์ฯ, 2485, 3)
การสร้างความวัฒนา “เพื่อไห้งานส้างชาติ ไม่พลั้งพลาดชักช้า เกิดก้าวหน้าเพียบเพ็น เปนแบบแผนทั่วไป จำจูงไจปวงประชา มีลักขนาอันชอบ ตามระบอบแห่งนัย นะสมัยรัถธัมนูญ คือเกื้อกูลส่งเสิม ตกแต่งเติมคุนธัม เปนประจำกิจตน…” (อาทิตย์ฯ, 2485, 7)
สำหรับรัฐนิยมฉบับที่ 10 ว่าด้วยการแต่งกายนั้น ท่านแต่งไว้ว่า “…รัถบาลพลันออกถ้อย ฉบับที่สิบเคลื่อนคล้อย ประกาสแจ้งกิจจา ไห้ประชาทั่วแคว้น ต่างแต่งกายแม่นแม้น แบบเบื้องอารยะชน นั่นเทอน” โดยรัฐบาลปรารถนาให้คนไทยแต่งกายแบบสมัยใหม่ว่า “เหตุผลที่จักต้อง เตือนประชา เพราะบ่แต่งกายา เรียบร้อย เปนเครื่องส่อเสื่อมซา ซามวัธน ธัมแฮ จึงรัถบัญญัติถ้อย ทุกข้อความขยาย…เครื่องแต่งกายเรียบร้อย ดังขาน คือเครื่องแบบรัถบาล บ่งไว้ รือเครื่องแบบตามกาล นิยมเยี่ยม สุภาพเนอ อีกเครื่องสากลไช้ เฉกเชื้อชนจเริน” (อาทิตย์ฯ, 2485, 30)
พระองค์เห็นว่า “รัถนิยมสมเยสอ้าง อัถแถลง คือราชนิยมแปลง นั้นแล้ เปนเครื่องช่วยชี้แจง จัดระเบียบ ทั่วนา ตามมติมหาชนแท้ ถี่ถ้วนทุกสถาน” (อาทิตย์ฯ, 2485, 7)
ทั้งนี้ ลักษณะสำคัญของลิลิตรัถนิยมในสมัยสร้างชาติคือ แม้นจะเป็นการแต่งแบบจารีตก็ตามกลับไม่มีการกล่าวถึงความศักดิ์สิทธิ์ กฤดาภินิหารของพระมหากษัตริย์ตามธรรมเนียมดั้งเดิม แต่กลับเล่าถึงความรุ่งเรืองของประเทศภายใต้การปกครองระบอบใหม่ ความเป็นอารยะสากล ที่ประชาชนมีความมั่งคั่งและมีความสุขภายใต้การปกครองระบอบรัฐธรรมนูญที่มีประชาชนเป็นหลัก

หากพิจารณาทัศนะต่อความเปลี่ยนแปลงของโลกจากงานเขียนของพระองค์เจ้าอาทิตย์ฯ ปรากฏในปาฐกถาสอนประวัติศาสตร์ที่จุฬาลงกรณ์และปาฐกถาทางวิทยุจะพบว่ามีการบรรยายถึงวิวัฒนาการของสังคมมนุษย์ในทางการเมืองจากสมัยบรรพกาล สู่สมัยพ่อบ้าน ด้วยมีทัศนะมองโลกว่ามีความเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาในลักษณะมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องซึ่งเป็นความก้าวหน้า (อาทิตย์, 2478)
กล่าวได้ว่า สถาบันกษัตริย์ในรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทฯ คณะผู้สำเร็จราชการฯ ที่นำโดยพระองค์เจ้าอาทิตย์ฯ สามารถร่วมงานกันได้อย่างราบรื่น ดังเห็นได้จาก พระองค์เจ้าอาทิตย์ฯ ให้การสนับสนุนการดำเนินการของรัฐบาล รวมทั้งการสร้างชาติและการแต่งกายสมัยใหม่ตามรัฐนิยมเป็นอย่างดี







