bg-single

ปฏิบัติการเหมันต์ทมิฬ (2) (Operation Dark Winter)

16.07.2025

Biology Beyond Nature | ภาคภูมิ ทรัพย์สุนทร

ปฏิบัติการเหมันต์ทมิฬ (2)

(Operation Dark Winter)

ทีมผู้จัด Operation Dark Winter (ปฏิบัติการเหมันต์ทมิฬ) กำหนดสถานการณ์ตั้งต้นว่าสหรัฐอเมริกาถูกจู่โจมด้วยอาวุธชีวภาพจากฝีดาษ 30 กรัมช่วงต้นเดือนธันวาคมปี 2002 มีผู้ติดเชื้อกลุ่มแรกรวม 3,000 คนใน 3 พื้นที่เป้าหมาย (โอกลาโฮมา, จอร์เจีย และเพนซิลเวเนีย) แต่กว่าผู้ติดเชื้อจะเริ่มแสดงอาการจนแพทย์ (ซึ่งไม่มีใครเคยเจอเคสฝีดาษมาก่อน) จะวินิจฉัยถูกก็ผ่านไปกว่าหนึ่งสัปดาห์แล้ว ที่สำคัญคือผู้ติดเชื้อเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่เคสได้รับรายงานขึ้นไปถึงระบบระวังภัยที่เหลือหลุดรอดไปแพร่กระจายเชื้อต่อ

ทีมผู้จัดประเมินว่าในช่วงเวลานั้นกว่า 40% ของประชากรสหรัฐไม่เคยได้รับวัคซีนฝีดาษ ส่วนคนที่เคยได้รับมาหลายปีและไม่ได้สัมผัสเชื้ออีกก็มีระดับภูมิคุ้มกันที่อ่อนลงไปตามกาลเวลา

ด้วยแบบจำลองทางระบาดวิทยาทีมผู้จัดประเมินว่าประชากรสหรัฐเกือบ 230 ล้านคนขณะนั้นมีโอกาสติดเชื้อและป่วยจากฝีดาษหากเกิดการจู่โจมขึ้น

ทีมผู้จัดประเมินอัตราการแพร่ระบาดจากกว่า 30 กรณีศึกษาในยุโรปช่วงทศวรรษที่ 1950-1970 ที่เชื้อฝีดาษในพื้นที่หมดไปแล้วเหลือแต่การนำเข้าเชื้อโดยบังเอิญจากผู้ป่วยนอกพื้นที่ แบบจำลองการระบาดรวมเอาปัจจัยทางภูมิศาสตร์ สภาพอากาศ กลุ่มประชากร ฯลฯ ให้ค่าระดับการติดเชื้อพื้นฐาน (Basic Reproduction Number, R0) อยู่ที่ 10

นั่นแปลว่าผู้ป่วย 1 คนแพร่เชื้อไปติดอีก 10 คนโดยเฉลี่ย

โจทย์ยากในการจัดการวัคซีนที่มีจำกัดเพื่อควบคุมการระบาด
Cr.ณฤภรณ์ โสดา

ในการประชุมสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (NSC) รอบแรก (วันที่ 9 ธันวาคม 2002 ตามท้องเรื่องในสถานการณ์จำลอง) คณะกรรมการได้รับรายงานการระบาดและสรุปข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับเชื้อ รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนฝีดาษที่สหรัฐมีสำรองอยู่ประมาณ 12 ล้านโดส

คณะกรรมการ NSC ต้องถกประเด็นหาข้อสรุปการตัดสินในหลายโจทย์สำคัญ เช่น เราจัดสรรวัคซีนที่มีอยู่จำกัดนี้อย่างไร?

จะปูพรมไปทั่ว (mass vaccination) หรือตีวงล้อมเฉพาะพื้นที่ระบาด (ring vaccination)?

จะแจกจ่ายลงพื้นที่เท่าไรและเก็บสำรองไว้ฝ่ายกลาโหมส่วนกลางเท่าไร?

ควรให้อำนาจการตัดสินใจอะไรบ้างกับรัฐบาลกลาง อะไรบ้างกับมลรัฐและท้องถิ่น?

ควรบังคับฉีดวัคซีนหรือปล่อยให้ประชาชนสมัครใจ?

จะปิดพรมแดน กักบริเวณ ใช้กฎหมายภาวะฉุนเฉินใดบ้าง?

ควรแจ้งข้อมูลอะไรกับสาธารณชนและชาติพันธมิตร?

ควรเปลี่ยนแปลงนโยบายการต่างประเทศอะไรไหมกับความขัดแย้งต่างๆ โดยเฉพาะพื้นที่ตะวันออกกลาง?

สถานการณ์จำลองเหตุก่อการร้ายชีวภาพที่ซ้อนทับกับการเมืองระหว่างประเทศ
Cr.ณฤภรณ์ โสดา

ในการประชุมรอบที่ 2 (วันที่ 15 ธันวาคม 2002 ตามท้องเรื่องในสถานการณ์จำลอง) NSC ได้รับรายงานสถานการณ์ที่เลวร้ายลง จำนวนเคสผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นไปถึง 2,000 เคสใน 15 มลรัฐ และอีก 3 ประเทศ ได้แก่ อังกฤษ แคนาดา และเม็กซิโก มีผู้เสียชีวิตแล้ว 300 คน

วัคซีนสำรองของกลาโหมเหลือเพียง 1.25 ล้านโดส ส่วนบริษัทยาที่รับปากว่าจะผลิตวัคซีนเพิ่มให้อีกเดือนละ 6 ล้านโดสก็แจ้งว่าต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 5 สัปดาห์ในการเตรียมการ

เมื่อข่าววัคซีนขาดแคลนแพร่ออกไปก็เริ่มเกิดเหตุจลาจลวุ่นวายแย่งวัคซีนกัน มีทั้งข่าวจริงข่าวลวงเรื่องการจู่โจมและการรักษาแปลกๆ กระจายมั่วไปหมด

รอบนี้ NSC ต้องหารือตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ เพิ่มอีกหลายข้อ รวมทั้งการใช้กำลังทหารเข้าควบคุมสถานการณ์ และการเร่งผลิตวัคซีนที่อาจจะยังไม่ผ่านมาตรฐาน

ในการประชุมรอบที่ 3 (วันที่ 22 ธันวาคม 2002 ตามท้องเรื่องในสถานการณ์จำลอง) จำนวนเคสผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นไปถึง 16,000 เคสใน 25 มลรัฐ มีผู้เสียชีวิตแล้วหลายพันคน

วัคซีนสำรองหมดเกลี้ยง วัคซีนใหม่ต้องรออีกอย่างน้อยเกือบเดือน

โรงพยาบาลล้นเพราะคนที่ทั้งป่วยจริงหรือมีอาการสงสัยว่าจะป่วยแห่กันไปหาหมอ

NSC ได้รับรายงานว่าหากสถานการณ์เข้าขั้นเลวร้ายที่สุดการระบาดเพียง 4 รุ่นจากผู้ป่วยตั้งต้น 3,000 คนจะไปสู่คนอีก 3,000,000 คน

คาดการณ์ผู้เสียชีวิตถึงล้านคน (จากตัวเลขอัตราตาย 30%)

ในการประชุมครั้งสุดท้ายยังได้มีจดหมายลึกลับข่มขู่ให้ทางสหรัฐต้องถอนทหารออกจากตะวันออกกลางภายในหนึ่งสัปดาห์ มิเช่นนั้นจะมีการโจมตีระลอกถัดไป

ผู้ข่มขู่ยังได้ทิ้งลายพิมพ์ดีเอ็นเอไว้กับจดหมายที่ตรงกับดีเอ็นเอของฝีดาษที่ใช้ในการก่อการร้ายเพื่อเป็นการยืนยันว่าพวกเขาสามารถเข้าถึงเชื้อที่ใช้ในการก่อโรคนี้ได้จริง

หลังสิ้นสุด Operation Dark Winter ได้มีการสัมภาษณ์และเปิดเผยบทวิเคราะห์ต่างๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงผู้เข้าร่วมต่างก็ยอมรับว่าไม่ได้คุ้นเคยกับการรับมือสถานการณ์แบบนี้มาก่อน ทรัพยากรโดยเฉพาะวัคซีนที่มีอยู่จำกัดทำให้การบริหารจัดการรับมือทำได้ยากมาก

ยิ่งไปกว่านั้นก็ยังมีข้อจำกัดของข้อมูลสำหรับการตัดสินใจที่ยังค่อนข้างกระจัดกระจาย

ผู้จัดได้สรุปบทเรียนสำคัญจากงานนี้ไว้หลายข้อ ที่สำคัญคือสหรัฐเองมีความพร้อมต่อการรับมือการโจมตีแบบนั้นต่ำ และปัญหาวุ่นวายที่เกิดขึ้นไม่ได้มีแค่ตัวโรคอย่างเดียวแต่ยังรวมไปถึงการตัดสินใจที่ยากลำบากในการแบ่งปันผลประโยชน์และความเสี่ยงอย่างเท่าเทียมและประเด็นทางศีลธรรมต่างๆ

ในขณะที่สหรัฐมีกำลังทหารและยุทธภัณฑ์สำรองมากมายแต่ในฝั่งสาธารณสุขแทบไม่มีเผื่อสำหรับภาวะฉุกเฉินเลย

เรื่องตลกร้ายก็คือเพียงไม่กี่เดือนหลัง Operation Dark Winter ก็เกิดการก่อการร้ายใหญ่ขึ้นจริงๆ ตอน 11 กันยายน ตามมาด้วยการโจมตีทางชีวภาพผ่านจดหมายบรรจุเชื้อแอนแทรกซ์ ซึ่งแม้จะไม่ได้ทำให้เกิดการระบาดของโรคเป็นวงกว้างแต่ก็สร้างความตื่นตระหนกและผลกระทบทางจิตวิทยาและเศรษฐกิจอย่างมหาศาล

20 ปีหลังจากนั้นสหรัฐก็ต้องรับมือกับการระบาดของ Covid-19 ที่แม้จะไม่ใช่การจงใจก่อการร้ายและความรุนแรงก็น้อยกว่าฝีดาษมาก แต่สหรัฐก็มีคนป่วยถึงกว่าร้อยล้านคน ตายไปกว่าล้านคน และนำมาสู่ความขัดแย้งที่ยังไม่จบสิ้นทั้งภาคการเมืองและประชาชนในด้านมาตรการรับมือและการสืบค้นต้นตอของโรค

ตอนหน้าเราจะมาดูเรื่องพันธุวิศวกรรม เชื้อก่อโรคสังเคราะห์และอันตรายใหม่ๆ ที่มาจากเทคโนโลยีการออกแบบสิ่งมีชีวิต



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

DPU ปักธงผู้นำ Future Medicine – Wellness & Longevity Education ปั้นกำลังคนสุขภาพแห่งอนาคต ดันไทยสู่Wellness Hubเอเชีย งาน Thailand Wellness & Healthcare Expo X SPORTEC Thailand 2026
สืบวังทองหลาง ไหวพริบเด็ด! เจอ “พอตเค” คาเอว ขยายผลรวบคู่แฟนคาคอนโด ยึดไอซ์ 1 กิโลฯ พร้อมหัวพอตเคกว่า 1,000 ชิ้น เตรียมขาย
พช.ตราด จับมือภาคีเครือข่าย พลิกฟื้นเศรษฐกิจฐานราก ขับเคลื่อน “โครงการพื้นที่สร้างสรรค์ตราดสำหรับทุกคน” ดึงของดี 7 อำเภอสร้างจุดขาย
ท่านเสียดายปฏิทิน แต่ผมเสียดายชีวิต
ส่องลึกอิหร่าน: 5) ระบอบเทววิทยาอิสลามกับฝ่ายค้าน
56 ปียิงสดบอลโลกในไทย ค่าลิขสิทธ์จากร้อยสู่พันล้าน
การแยกทางของ ‘ลิเวอร์พูล’ กับ ‘ชล็อต’ เพราะฟุตบอลใช้หัวใจมากกว่าอัลกอริธึ่ม
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 5 – 11 มิถุนายน 2569
ทดสอบฮอนด้า CR-V e:HEV 2026 เพิ่มออปชั่นขับสนุก-นั่งสบายเหมือนเดิม
หยีทะเล พืชสามัญแต่ไม่ธรรมดา
ต้มซูเปอร์ปีกไก่
อสังหาฯ บ้านคอนโดฯ ‘ไหลย้อนกลับ’