bg-single

จดหมายรักนักฟิสิกส์ควอนตัม แวร์เนอร์ ไฮเซินแบร์ก

23.07.2025

Multiverse | บัญชา ธนบุญสมบัติ

จดหมายรักนักฟิสิกส์ควอนตัม

แวร์เนอร์ ไฮเซินแบร์ก

ปีนี้ ค.ศ.2025 เป็นปีสากลแห่งวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควอนตัม หรือ International Year of Quantum Science and Technology เพราะเมื่อ 100 ปีก่อน คือ ค.ศ.1925 นักฟิสิกส์หนุ่มนาม แวร์เนอร์ ไฮเซินแบร์ก (Werner Heisenberg) ได้คิดค้นกลศาสตร์ควอนตัมรูปแบบแรกสำเร็จที่เกาะเฮลโกลันด์ (Helgoland) ในประเทศเยอรมนี ซึ่งในขณะนั้นเป็นสาธารณรัฐไวมาร์

แต่ก่อนจะเล่าภาพรวมชีวิตของเขา ผมขอเล่าถึงแง่มุมที่น่าจะมีหลายคนสนใจกันก่อน นั่นคือ ความรัก

เนื้อหาต่อไปนี้มาจากหนังสือชื่อ My Dear Li : Correspondence, 1937-1946 ซึ่งเป็นหนังสือรวบรวมจดหมายกว่า 300 ฉบับที่แวร์เนอร์ ไฮเซินแบร์ก และ เอลิซาเบธ ไฮเซินแบร์ก เขียนโต้ตอบกันในช่วงเวลาสำคัญระหว่างปี ค.ศ.1937 ถึง 1946 ครอบคลุมช่วงเวลาที่ทั้งคู่หมั้นหมาย แต่งงาน และที่สำคัญที่สุดคือครอบคลุมเวลาตลอดช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 (เริ่ม 1 กันยายน ค.ศ.1939 และสิ้นสุด 2 กันยายน ค.ศ.1945)

บรรณาธิการของหนังสือคือ อันนา มาเรีย เฮิร์ช-ไฮเซินแบร์ก (Anna Maria Hirsch-Heisenberg) ลูกสาวคนโตของทั้งคู่ และโดยมี ไอรีน ไฮเซินแบร์ก (Irene Heisenberg) ลูกสะใภ้ แปลต้นฉบับจากภาษาเยอรมันเป็นภาษาอังกฤษ

หนังสือ My Dear Li
จัดพิมพ์โดย Yale University Press

ผมคัดบางส่วนมาให้อ่าน ซึ่งน่าจะช่วยให้เห็นบางแง่มุมของนักฟิสิกส์ผู้นี้

ในงานดนตรีของเย็นวันที่ 28 มกราคม ค.ศ.1937 แวร์เนอร์เล่นเปียโนกับเพื่อนนักไวโอลินสองคน ขณะนั้นเขาอายุได้ 35 ปี และได้พบกับสาวงามผู้ชาญฉลาดวัย 21 ปี ชื่อ เอลิซาเบธ ชูมัคเกอร์ (Elisabeth Schumacher) เธอเพิ่งจบการศึกษาจากโรงเรียนศิลปะและเริ่มงานในวงการสิ่งพิมพ์

เขาตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกเห็น ส่วนเธอก็หลงใหลในบทเพลงของเบโธเฟนที่เขาเล่น แวร์เนอร์มีพรสวรรค์ด้านดนตรี ประวัติระบุว่าเขาอ่านโน้ตดนตรีได้ตั้งแต่อายุ 4 ขวบ พอถึงอายุ 13 ปี ก็เล่นบทเพลงคลาสสิกอันซับซ้อนได้อย่างชำนาญ

ดนตรีนำพาแวร์เนอร์และเอลิซาเบธมาพบกัน แล้วทั้งคู่ก็ค้นพบอย่างรวดเร็วว่าอีกคนหนึ่งเป็นคู่แท้ เพียงแค่ 14 วัน ต่อมาก็หมั้นกัน และได้ใช้ชีวิตร่วมกันจนวาระสุดท้าย

ในจดหมายที่แวร์เนอร์เขียนถึงแม่หลังจากที่ได้พบหญิงสาวที่เขาต้องการใช้ชีวิตร่วมด้วย เขาเขียนว่า

“เมื่อวานนี้ – โดยถือว่าแม่เห็นด้วย – ผมได้หมั้นหมายแล้ว มิตรภาพของผมกับเอลิซาเบธเพิ่งเริ่มได้ไม่ถึง 14 วัน และเกิดขึ้นในงานสังคมจากการสนทนาที่เป็นกันเองตั้งแต่แรก ความคิดจิตใจของเราสอดคล้องกันในเรื่องสำคัญๆ ความเข้าใจซึ่งกันและกันนี้เปรียบเสมือนว่าเราเพียงแค่ต้องการพูดคุยกันต่อจากที่ได้เคยเริ่มไว้นานมาแล้ว ในไม่ช้าการพูดคุยก็ลึกซึ้งขึ้นอย่างรวดเร็วจนทำให้ผมถามเอลิซาเบธว่าเธอต้องการที่จะอยู่กับผมตลอดไปหรือเปล่า…”

แล้ววันแต่งงานก็ถูกกำหนดไว้เป็นวันที่ 29 เมษายน คือสามเดือนพอดีหลังจากที่ได้พบกัน ในวันที่ 15 มีนาคม แวร์เนอร์ระบายความรู้สึกตามแบบฉบับสำหรับคนที่กำลังมีความรัก กล่าวคือ

“ถึง เอลิซาเบธที่รัก! เป็นเรื่องแปลกที่คิดว่านี่เป็นจดหมายฉบับแรกที่ผมเขียนถึงคุณ เพราะจริงๆ แล้วราวกับว่าเราสนิทสนมกันมาหลายปีแล้ว สภาพของการอยู่คนเดียวตอนนี้เป็นเพียงการขัดจังหวะอันเจ็บปวดในชีวิตคู่ที่สวยงามและคุ้นเคยกัน ผมรู้สึกขอบคุณที่คุณนำความสงบสุขและความมั่นคงมาให้ผมมากเหลือเกิน ผมตั้งตารอคอยเวลาที่เราจะเพลิดเพลินกับการเปลี่ยนแปลงระหว่างเรื่องจริงจังและความสวยงามในแต่ละวันด้วยกัน ขอบคุณสำหรับทุกสิ่ง!”

หลังจากบอกเอลิซาเบธว่าเขาเพิ่งได้รับจดหมายแสดงความยินดีอย่างอบอุ่นจากเพื่อนนักฟิสิกส์ คือ โวล์ฟกัง เพาลี (Wolfgang Pauli) แวร์เนอร์ก็เพิ่มข้อความอันเรียบง่ายแต่หวานซึ้งว่า

“เย็นนี้คุณจะทำอะไร? ผมอยากฝึกเปียโนสักชั่วโมง แล้วจะนอนชดเชย หวังว่าคุณก็กำลังชดเชยช่วงเวลาการนอนที่สั้นลงในช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมาอย่างเต็มที่เช่นกันนะ”

ในขณะเดียวกัน เอลิซาเบธกำลังติดอยู่ในครอบครัวที่แสนเข้มงวด ซึ่งควบคุมโดยพ่อผู้เคร่งครัดและขี้โมโห ผู้ซึ่ง “ไม่พอใจไปเสียทุกอย่าง” แถมยิ่งรู้สึกโกรธเพราะลูกสาวกำลังจะหลุดพ้นจากอำนาจของเขาไป

“เธอต้องมีความเข้มแข็งภายในแบบเหลือเชื่อหากอยู่ในบ้านนี้” เอลิซาเบธบอกแวร์เนอร์ “ถ้าเธอต้องการจะกลบเกลื่อนบรรยากาศที่แสนจะอึดอัด”

แวร์เนอร์ ไฮเซินแบร์ก และเอลิซาเบธ ชูมัคเกอร์ ในวันแต่งงานเมื่อวันที่ 29 เมษายน ค.ศ.1937
ที่มา : https://books.google.co.th/books/about/My_Dear_Li.html?id=pjj2DAAAQBAJ&redir_esc=y

ห้าสัปดาห์ก่อนวันแต่งงาน เอลิซาเบธสารภาพกับแวร์เนอร์ว่า

“นั่นคือความทุกข์ยากเก่าๆ ที่ฉันมีมาตั้งแต่เด็กที่นี่ พวกเขาไม่เคยเข้าใจว่าอะไรที่นำความสุขอันยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตมาให้ฉัน และอะไรที่ฉันรักในตัวผู้คน ฉันไม่ใช่คนที่มีความสุขได้ด้วยตัวเองล้วนๆ ช่างดีเหลือเกินที่ฉันมีเธอ ดีที่เธออยู่ตรงนั้น และฉันสามารถมอบทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันมีให้เธอได้…

ราตรีสวัสดิ์ค่ะที่รัก! ฉันรักเธอเหลือเกิน ฉันรู้สึกเหมือนติดอยู่ที่นี่โดยไม่มีเธอ ฉันจะกลับไปอยู่กับเธออีกครั้งในอีกห้าวัน ลี”

วันต่อมา เอลิซาเบธ เขียนว่า

“ฉันไม่ค่อยตระหนักเลยว่านี่เป็นจดหมายฉบับแรกๆ ที่เราเขียนหากัน เพราะเราเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันมากมาย แต่ในวันนี้ ตอนนี้ ฉันรู้สึกว่าการเขียนจดหมายนั้นไม่เพียงพอ เพราะใจของฉันเต็มเปี่ยมเหลือล้น และมีเพียงส่วนเล็กๆ เท่านั้นที่จะสื่อไปถึงคุณได้ และเมื่อสิ่งนั้นอยู่กับเธอ มันก็จะกลายเป็นสิ่งไม่ค่อยจะเกี่ยวข้องอะไร ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วมันควรจะอยู่ท่ามกลางความคิดและความรู้สึกอันท่วมท้นทั้งมวล”

จดหมายหลั่งไหลมาทุกวัน แวร์เนอร์เริ่มรู้สึกไม่พึงพอใจกับงาน เพราะว่ามันดึงเวลาและความคิดของเขาไปจากเอลิซาเบธ เขาบอกเธอว่า

“ทันทีที่คุณกลับมาที่นี่อีกครั้ง ผมอยากจะลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องของเราโดยเฉพาะ ผมเชื่อว่าโดยทั่วไปแล้วน่าจะดีถ้าฟิสิกส์ถูกเก็บไว้ก่อนในช่วงฤดูร้อนนี้ เอาไว้หยิบขึ้นมาทีหลัง เพราะก่อนอื่นเลยผมมีเรื่องที่จะเรียนรู้จากคุณมากกว่าจากตำราทุกเล่มในโลก”

เอลิซาเบธตอบกลับในลักษณะที่แสดงถึงความรักและการสนับสนุนอย่างไม่มีเงื่อนไข นั่นคือ

“หากเธอต้องการหยุดพักจากฟิสิกส์ในช่วงฤดูร้อน ที่รัก นั่นจะเป็นเหมือนสวรรค์สำหรับฉันเลย เธอมั่นใจได้เลยว่าฉันจะไม่มีวันเสียใจในภายหลังหากเธอใช้เวลายาวนานไปกับฟิสิกส์เท่านั้น ฟิสิกส์ก็ต้องการเธอเช่นกัน ฉันรู้เรื่องนั้นดี และฉันอยู่ได้ด้วยตัวเองหากฉันรู้ว่าเธอรัก”

สามสัปดาห์ก่อนวันแต่งงาน เอลิซาเบธรู้สึกยินดีในเรื่องเหลือเชื่อที่ทั้งคู่ได้พบกัน เธอเขียนว่า

“ที่รัก ฉันมักจะคิดว่ามันแปลกจังที่จู่ๆ ทุกอย่างก็ลงตัว ทุกความฝันกลายเป็นจริง คงมีไม่กี่คนที่โชคดีอย่างนี้!”

แม้กระทั่งเมื่อขัดแย้งกันครั้งแรกทั้งคู่ก็แก้ปัญหาได้อย่างหวานชื่น ระหว่างเดินทางด้วยรถไฟ เอลิซาเบธซึ่งรู้สึกสุขใจก็เริ่มร้องเพลง แต่แวร์เนอร์ขอให้เธอหยุดร้อง เธอจึงรู้สึกน้อยอกน้อยใจ วันรุ่งขึ้นแวร์เนอร์ขอโทษที่ทำให้เธอเสียใจโดยไม่ได้ตั้งใจ เขายอมรับว่าตัวเขาเองนั้นชอบเก็บตัวและรู้สึกไม่มั่นใจ อีกทั้ง “มักกลัวที่จะต้องแสดงออกแบบมีชีวิตชีวาให้คนอื่นเห็น” เอลิซาเบธตอบกลับด้วยความรัก โดยเปิดเผยความเปราะบางของเธอเองเช่นกันว่า

“ที่รัก ฉันมีความสุขอย่างเหลือล้นทุกครั้งที่เราอยู่ด้วยกัน ฉันรู้ดีว่าเราความสัมพันธ์ของเราก้าวหน้าเสมอมา เราก้าวไปข้างหน้า แต่ละครั้งเป็นก้าวสำคัญ ตอนนี้ก็เห็นได้ชัดขึ้นเรื่อยๆ และมั่นใจว่าเราจะบรรลุทุกสิ่งที่เป็นไปได้ เธอรู้ไหมว่าช่วงเวลาที่ฉันเต็มไปด้วยความกลัวว่าเธออาจจะผิดหวังในตัวฉันได้น้อยลงเรื่อยๆ คนอื่นมักจะไม่เห็นด้วยกับความจริงจังของฉัน แต่ฉันรู้ว่าเธอเพียงแค่ต้องรับมือเท่านั้น ฉันก็จะสงบลงอีกครั้ง เมื่อฉันรู้สึกสงสัย เรื่องที่สงสัยนั้นไม่เกี่ยวกับเธอเลย แต่มันกลับมาจากความจริงที่ว่าฉันไม่มีความนับถือตัวเองมากนัก แต่ถ้าเธอรักฉันอย่างเหมาะสมแล้ว ฉันก็จะเข้าใจได้เช่นกัน… ฉันคิดว่าฉันสามารถช่วยได้ด้วยการรักเธอให้มากๆ จนในไม่ช้าเธอก็จะเชื่อในความรักนั้นจนถึงส่วนลึกที่สุดของหัวใจของเธอเอง”

สองสัปดาห์ก่อนวันแต่งงานแวร์เนอร์วาดฝันชีวิตของพวกเขาประหนึ่งคำมั่นสัญญาก่อนแต่งงานว่า

“เรื่องที่ว่าเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปและเริ่มในอีกสิบสี่วันนี่ ผมยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ แต่ถ้าการได้อยู่ด้วยกันนี้ไม่เกิดขึ้น ผมก็จะไม่รู้ว่าจะทำอะไรกับชีวิตตัวเองอีกต่อไป ในตอนแรกผมจะไม่คิดมาก และเพียงแค่มีความสุข ค่อยๆ ตระหนักว่าคุณอยู่กับผมเสมอ แต่ในภายหลังเราจะต้องการสร้างชีวิตคู่ที่มีสติ ต้องรู้ว่าความซื่อสัตย์เป็นสิ่งสำคัญที่สุด และควรเห็นได้อย่างชัดเจนถึงแก่นแท้ของชีวิตที่อยู่เบื้องหลังความรัก เสียงเพลง หรือการงาน”

ช่งสองปีแรกของการแต่งงาน แวร์เนอร์และเอลิซาเบธอยู่ด้วยกันไม่เคยห่าง จึงไม่ค่อยได้เขียนจดหมายให้กัน ถึงปลายปี ค.ศ.1937 เอลิซาเบธก็ตั้งครรภ์แรก ซึ่งต่อมาพบว่าเป็นฝาแฝด คือ โวล์ฟกัง และ มาเรีย

วันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ.1937 ซึ่งขณะนั้นแวร์เนอร์พาน้องชายวัย 13 ปีของเอลิซาเบธไปเล่นสกีบนภูเขา เขาเขียนจดหมายถึงเอลิซาเบธ ความตอนหนึ่งว่า

“ลีที่รักของผม…

คุณทำให้ปีที่ผ่านมาของผมงดงามอย่างมากมาย! ถึงกระนั้นทุกสิ่งก็ดูเหมือนเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น และจะตามมาด้วยความงามและความผูกพันที่ยิ่งใหญ่กว่า ตอนนี้เราสามารถสร้างชีวิตของเราได้อย่างแท้จริง ผมตั้งตารอช่วงเวลาต่อไปอย่างที่สุด”

ในขณะที่โลกก้าวเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 ใกล้เข้าไปทุกขณะ เอลิซาเบธเขียนตอบกลับแบบสุขทุกข์ระคนกันว่า

“ที่รักของฉัน!

ขอบคุณมากๆ เลยสำหรับจดหมายรักที่เปี่ยมด้วยรักและซาบซึ้ง ฉันก็เช่นกันที่รู้สึกราวกับว่าทุกอย่างที่ผ่านมาเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น จะมีสิ่งที่ดีกว่าอีกมากตามมาจากปีที่แล้วนี้ แต่เมื่อฉันฝันถึงมัน ฉันมักจะสะดุ้ง ฉันรู้สึกลังเลที่จะมองไปข้างหน้าด้วยความหวัง มันเต็มไปด้วยภาพหลอนที่น่ากลัว ฉันไม่สามารถเชื่อได้ว่าจะไม่มีราคาสูงที่ต้องจ่าย เมื่อคิดถึงวิถีที่ผู้คนกำลังใช้ชีวิตอยู่ในตอนนี้คือ หยิ่งยโส ไม่รับฟังอะไร บ้าคลั่งอย่างไร้สติ เยาะเย้ยพระเจ้า จากนั้นเราทุกคนก็จะเผชิญกับมันไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ดังนั้น ฉันจึงพยายามอยู่ในปัจจุบันให้มากที่สุด และมีความสุขกับสิ่งต่างๆ ที่มีอยู่ตอนนี้ สิ่งเหล่านี้ดีพอที่จะมีความสุขจากก้นบึ้งของหัวใจของเราใช่ไหม?”

ทั้งแวร์เนอร์และเอลิซาเบธยังคงมีความสุขอีกสี่สิบปี ทั้งในฐานะพ่อแม่มือใหม่ในช่วงสงครามโลก ทั้งในฐานะคู่ชีวิตที่สนับสนุนความก้าวหน้าของกันและกัน จนกระทั่งแวร์เนอร์เสียชีวิตเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1976 อายุ 75 ปี

จดหมายจากเก้าปีแรกได้รับการรวบรวมอยู่ในหนังสือ My Dear Li ซึ่งเต็มไปด้วยข้อความสะท้อนความคิดเกี่ยวกับชีวิตและวิทยาศาสตร์ นับเป็นมุมมองต่อโลกภายในของสุดยอดนักฟิสิกส์ผู้ให้กำเนิดกลศาสตร์ควอนตัมรูปแบบแรกของโลก อันทำให้มนุษย์เข้าใจโลกทางกายภาพอย่างลุ่มลึก – แวร์เนอร์ ไฮเซินแบร์ก

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024


เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

APEC ในยุคเปลี่ยนผ่าน เศรษฐกิจและซัพพลายเชนสะดุด
จากช่องแคบฮอร์มุซ ถึงช่องแคบมะละกา
อีกสิบปีเราจะมีนายกฯ ชื่อ…?
กระแสตีกลับพรรคส้ม ดราม่าถล่ม เปิดตัว ‘สุรพล นิติไกรพจน์’ ตัวช่วย-ตัวฉุด ดร.โจ? หรือจะสู้ ‘ชัชชาติ’ ได้? แม้เผชิญกระแส ‘ระบอบอากง’
เหมืองทองที่ล่องแจ้ง
E-DUANG | ปรากฎการณ์ พนัส ไทยล้วน ความเป็นจริง ใน สังคมไทย
อัพสกิล เอไอ อัพสกิล การเมือง
‘ระบอบ’ หมายถึงอะไร? | ปราปต์ บุนปาน
สิ่งใหม่หลังเลิก MoU ! | สุรชาติ บำรุงสุข
E-DUANG | กรณี สุรพล นิติไกรพจน์ ท่ายาก พรรคประชาชน
ย้อนอ่าน 5 ข้อเสนอ ‘ผ่าทางตันการเมือง’ สุรพล นิติไกรพจน์ ขณะเป็นอธิการบดี มธ.
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (16)