ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ | หนุ่มเมืองจันท์
ตอนที่เริ่มต้นทำ Wednesday Song ผมแบ่งรูปแบบของโชว์เป็น 2 ช่วง
ช่วงแรก คือ ช่วงเพลย์ลิสต์ เชิญคนในวงการเพลงมาคุย และให้เขาเลือกเพลงมา 5 เพลง
จะเป็นเพลงเปลี่ยนชีวิต หรือเพลงที่เขาชอบก็ได้
แล้วแต่เขาเลย
และช่วงที่ 2 เป็นการแสดงของศิลปิน
ไม่มีสคริปต์อะไร ให้เล่นได้ตามใจเลย
ขอเพียงแต่ช่วยบอกก่อนว่าจะร้องเพลงอะไรบ้าง
เพราะต้องขอลิขสิทธิ์เพลง
แต่จะเล่นเพลงอะไร
ตามใจเลยครับ
ศิลปินกลุ่มหนึ่งที่ผมกับ “เอก-สยามพิฆ” อยากได้มาก คือ “เฉลียง”
ศิลปินแต่ละคนในวงนิสัยน่ารัก คุยง่าย
แต่พอรวมกันแปลงกายเป็นวงเฉลียง
อะไรที่ง่ายกลายเป็นยากไปเลย
เพราะศิลปินแต่ละคนคิดไม่เหมือนกัน
ผมเคยอ่านบทสัมภาษณ์ของ “พี่อั๋น” วัชระ แวววุฒินันท์ เพื่อนถาปัดของ “พี่จิก” ประภาส ชลศรานนท์ “พี่ดี้” นิติพงษ์ ห่อนาค และ “พี่เจี๊ยบ” วัชระ ปานเอี่ยม
เขาเคยจัดงานเอเชี่ยนเกมส์ในเมืองไทยมาแล้ว
“พี่อั๋น” บอกว่าจัดงานเอเชี่ยนเกมส์ง่ายกว่าจัดคอนเสิร์ต “เฉลียง”
เราจึงพักความคิดนี้ไว้ก่อน
ส่วน “เพลย์ลิสต์” คนหนึ่งที่อยากได้มาก
ชื่อ “ประภาส ชลศรานนท์”
เอาไอเดียนี้ไปคุยกับ “พี่จิก”
พี่ท่านชมว่าเป็นไอเดียที่สนุกดี และมีการเอ่ยชื่อเพลงเล่นๆ 2-3 เพลง
แล้วก็ฟุตเวิร์กหายไป 555
การเชิญ “พี่จิก” ขึ้นเวทีกับจัดคอนเสิร์ต “เฉลียง”
เป็นเรื่องที่ “อยาก”
แต่รู้ว่า “ยาก”
ไอเดียนี้อยู่ในความคิดมานาน จนในที่สุดเราได้ไอเดียใหม่
เราคิดแบบ “ก้าวเล็กๆ ที่จะบอกรัก”
เราเชื่อว่าแฟนๆ “พี่จิก” และ “เฉลียง” อยากดูคอนเสิร์ต “เพลงประภาส” และคอนเสิร์ต “เฉลียง”
แต่ทั้ง 2 เรื่องนี้เป็นไปได้ยาก
เมื่อก้าวใหญ่ๆ ไม่ได้
เราก็เริ่มที่ก้าวเล็กๆ
ในส่วนของ “เพลงประภาส” เราก็เชิญ “พี่อั๋น” วัชระ แวววุฒินันท์” เพื่อนสนิทของ “พี่จิก” มาเป็น “เพลย์ลิสต์”
ขอให้ “พี่อั๋น” เล่าเรื่องเพลงของ “ประภาส” ในมุมของเพื่อน
แก้คิดถึงไปได้ 1 เรื่อง
ส่วน “เฉลียง” เราลดขนาดความฝันลง
ใช้วิธีการเดิม เริ่มที่ก้าวเล็กๆ ด้วยการเชิญ “พี่เจี๊ยบ” วัชระ ปานเอี่ยม และ “เกี๊ยง” เกียรติศักดิ์ เวทีวุฒาจารย์ มาแค่ 2 คน
ทั้งคู่จะร้องเพลง “เฉลียง”
เป็นการแก้คิดถึงอีก 1 เรื่อง
แต่ภาพฝันของเรา คือ การเห็น “เฉลียง” ยืนอยู่บนเวทีครบวง
เพราะคิดว่านี่คือ ภาพฝันของแฟนเพลง “เฉลียง”
เราฝันได้
แต่จะเป็นจริงได้หรือไม่
ไม่ได้ขึ้นกับ “ฟ้าลิขิต”
แต่ขึ้นกับ “เฉลียงลิขิต”
เมื่อส่วนผสมยาแก้คิดถึงครบ
คนที่รับบทบาทหนัก คือ “เอก-สยามพิฆ”
เขาเป็นรุ่นน้องถาปัดที่เติบโตมากับเพลงเฉลียง เคยทำคอนเสิร์ต “เฉลียง” และ “เพลงประภาส” มาแล้ว
“เอก” รับบทผู้ประสานสิบทิศ และโปรดิวเซอร์
เขาทำงานหนักมาก
เริ่มจากการวางเพลงที่จะเล่น หาวงที่มาแบ็กอัพ
และนัดซ้อมกัน
อีกด้านหนึ่งเขาก็รับหน้าที่ชวน “พี่ดี้” นิติพงษ์ ห่อนาค “พี่แต๋ง” ภูษิต ไล้ทอง และ “จุ้ย” ศุ บุญเลี้ยง มาชมคอนเสิร์ตครั้งนี้
แต่ละคนยังแบ่งรับแบ่งสู้
ไม่แน่ใจว่าจะมาหรือไม่
จุดเปลี่ยนสำคัญ คือ “พี่จิก” เริ่มสนุก
ตามปกติทุกครั้งที่มีคอนเสิร์ต “เฉลียง” เขาจะแต่งเพลงใหม่ให้ 1 เพลง
แต่ถ้าจะรอให้มีคอนเสิร์ตก็คงจะนาน และไม่รู้ว่าจะมีหรือเปล่า
“พี่จิก” ตัดสินใจแต่งเพลงรักแนว “เฉลียง” ชื่อ “วิธีเล็กๆ ที่จะบอกรัก” ให้ “พี่เกี๊ยง” ร้องในคอนเสิร์ตนี้เลย
และเพลงนี้มีเครื่องเป่าอยู่ด้วย
ครับ “พี่จิก” ก็ชวน “พี่แต๋ง” มาร่วมด้วยในการอัดเสียงเพลงนี้
และชวนให้ขึ้นเวทีช่วงที่เล่นเพลงนี้ด้วย
“พี่แต๋ง” โอเค
เริ่มสนุกแล้วสิครับ
3 คนแล้ว
ส่วน “จุ้ย” ผมอยากให้เขามาร้องเพลงบนเวทีด้วย แต่ไม่กล้าชวน
จน “พี่อั๋น” ไปเจอกับ “จุ้ย” ที่เชียงใหม่
ทั้งคู่เคยทำนิตยสารไปยาลใหญ่มาด้วยกัน
คุยกันเรื่อง Wednesday Song ครั้งนี้
“จุ้ย” ถาม “พี่อั๋น” ว่าช่วงเพลย์ลิสต์มีเพลงอะไรบ้าง
“พี่อั๋น” ยังไม่บอก ถามว่าจะมาดูหรือเปล่า
ไม่มาดูจะบอก แต่ถ้ามาดู ไม่บอก ให้มารู้เองในงาน
“จุ้ย” บอกว่ายังเคลียร์งานอยู่ไม่รู้จะไปได้หรือเปล่า แต่ถ้ามีเพลงไหนที่ชอบจะไปช่วยร้อง
“พี่อั๋น” บอกว่ามีอยู่ 2 เพลง คือ “เที่ยวละไม” กับ “เพราะอะไร”
“จุ้ย” เลือก “เพราะอะไร”
แม้จะไม่ได้ขึ้นเวทีพร้อมกัน แต่ผมคิดว่าแค่นี้แฟนๆ “เฉลียง” ก็ฟินแล้ว
ส่วน “พี่ดี้” นั้นตอนแรกจะไม่มา เพราะระบบการฟังเสียงของเขามีปัญหา ฟังเพลงแล้วไม่ค่อยชัดเจน
แต่สุดท้ายก็รับปากว่าจะมา
คอนเสิร์ตนี้มี “เฉลียง” รุ่นแรกครบ 5 คน
เหลือแต่ “เฉลียงลิขิต” ว่าเขาจะยอมขึ้นเวทีพร้อมกันไหม
วันงาน “พี่อั๋น” คุยกับ “พี่เจี๊ยบ” ว่าเพลง “เที่ยวละไม” จะเป็นเพลงแรกในช่วงเพลย์ลิสต์
ขอให้ “พี่เจี๊ยบ” ออกมาร้อง
ทั้งคู่คุยกันด้วยสำเนียงเพื่อนฝูง
ในที่สุด Wednesday Song ครั้งนี้จึงเป็นครั้งแรกที่ศิลปินหลักของงานออกมาตั้งแต่เพลงแรกในช่วงเพลย์ลิสต์
ทุกอย่างเป็นไปได้สำหรับ “เฉลียง”
ส่วน “พี่แต๋ง” เสนอตอนซ้อมว่าเพลงใหม่ “วิธีเล็กๆ ที่จะบอกรัก” เขายังเป่าไม่คล่อง
“เราเล่น 2 ครั้งได้ไหม”
พี่ๆทุกคนโอเค
ตอนแรกคิดว่าพูดเล่น แต่พี่เขาเอาจริง
Wednesday Song จึงน่าจะเป็นคอนเสิร์ตเดียวที่ศิลปินเล่นเพลงเดิม 2 ครั้ง
เล่นจบแล้วขอเล่นใหม่อีกครั้ง
แต่ปรากฏว่าเวิร์กมาก เพราะเป็นเพลงใหม่ที่คนยังไม่คุ้น
รอบแรกทุกคนยังร้องคลอไม่ได้
แต่พอเล่นเป็นครั้งที่ 2
ร้องคลอได้ทั้งโรงละครเลยครับ
บรรยากาศในคอนเสิร์ตดีมาก แต่ภาพที่แฟนเพลงอยากเห็นก็ยังไม่เกิดขึ้น
จนเพลง “วิธีเล็กๆ ที่จะบอกรัก” จบครั้งที่ 2
“เกี๊ยง” บอกว่าไหนๆ ก็มาครบทุกคนแล้ว มาขึ้นเวทีพร้อมกันไหม
เสียงปรบมือเชียร์ดังลั่นยาวนาน
“เกี๊ยง” บอกว่าตอนท้ายๆ ปรบมือแบบนี้อีกครั้งนะครับ
แต่มีเสียงหนึ่งตะโกนแทรกขึ้นมา
“เอาเลยไหม”
เป็นเสียงของ “จุ้ย” ครับ
เสียงเฮและปรบมือดังอีกครั้งหนึ่ง
“จุ้ย” เดินจากที่นั่งของตัวเองไปหา “พี่ดี้”
และจูงมือกันขึ้นบนเวที
ทุกอย่างเกิดขึ้นเองโดยไม่มีการเตี๊ยมกันล่วงหน้า
มวลอารมณ์ของแฟนเพลง และความคิดถึงกันที่อยู่ในใจของทุกคนในวงทำให้ “เฉลียง” 5 คนขึ้นบนเวทีพร้อมกันอีกครั้ง
“ความฝัน” ของแฟนๆ “เฉลียง” เป็นจริง
นี่คือ ช่วงเวลาที่ทุกคนอยากเห็น
“เฉลียง” รุ่นแรก 5 คนยืนอยู่บนเวที
คุยกันอำกันแบบไม่มีสคริปต์ประมาณ 10 นาที
…ฮามาก
ก่อนที่ “จุ้ย” จะชวนทุกคนร้องเพลง “ไม่รักแต่คิดถึง”
ผมมองไปด้านบนที่ “พี่จิก” นั่งดูอยู่
เห็นเขาเช็ดน้ำตา
ไม่ได้ซาบซึ้งจนหลั่งน้ำตา
แต่หัวเราะจนน้ำตาไหลครับ
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
