เทศกาลภาพยนตร์ปูซาน ยกย่อง ‘จาฟาร์ ปานาฮี’ เป็น ‘คนทำหนังเอเชียแห่งปี’
ยิ้มเยาะเล่นหวัวเต้นยั่วเหมือนฝัน | คนมองหนัง
ปีนี้นับเป็นปีทองหรือหมุดหมายสำคัญของ “จาฟาร์ ปานาฮี” ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวอิหร่านอย่างแท้จริง
เพราะนอกจากจะได้รับรางวัล “ปาล์มทองคำ” รางวัลสูงสุดของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส และเป็นคนสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่มุ่งมั่นวิจารณ์ระบอบสาธารณรัฐอิสลามในบ้านเกิดอย่างซื่อตรง รวมถึงวิพากษ์การรุกรานอิหร่านของอิสราเอลแล้ว
ล่าสุด เขายังเพิ่งได้รับการยกย่องให้เป็น “คนทำหนังเอเชียแห่งปี” จากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน ประเทศเกาหลีใต้

โดยเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซานครั้งที่ 30 ได้ตัดสินใจมอบรางวัลเกียรติยศดังกล่าวให้แก่ปานาฮี ในฐานะบุคคลผู้สร้างคุณูปการสำคัญให้แก่พัฒนาการของอุตสาหกรรมและวัฒนธรรมภาพยนตร์เอเชีย
เทศกาลหนังปูซานยกย่องว่า ปานาฮีคือบุคลากรชั้นครูผู้โดดเด่นแห่งวงการภาพยนตร์อิหร่าน ผ่านการแสวงหาที่ทางในการทำหนังและเสรีภาพในฐานะปัจเจกบุคคล ท่ามกลางนโยบายการเซ็นเซอร์และการกดปราบทางการเมืองที่เข้มงวดกวดขันในประเทศบ้านเกิด
หนังของปานาฮีมักจับภาพความขัดแย้งทางการเมืองและสังคมภายในอิหร่าน ผ่านมุมมองที่เป็นกระแสรอง ซึ่งทวนกระแสหลักที่ถูกกำหนดควบคุมโดยรัฐ นอกจากนั้น เขายังต้องแอบทำหนังแบบลับๆ และต้องใช้ความกล้าหาญในการส่งผลงานที่ตัวเองสร้างสรรค์ขึ้นมา เข้าร่วมเทศกาลหนังนานาชาติต่างๆ
แม้ว่านั่นจะส่งผลเสียหายให้ปานาฮีต้องถูกจับกุม คุมขัง โดนลงโทษ ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ และห้ามทำหนัง ครั้งแล้วครั้งเล่า

กระนั้นก็ตาม คนทำหนังชาวอิหร่านรายนี้กลับได้รับรางวัลสูงสุดของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติที่สำคัญที่สุด (เทศกาลเมเจอร์) ของโลกสามแห่ง
ประกอบด้วย การได้รับรางวัล “ปาล์มทองคำ” ของคานส์ จากหนังเรื่อง “It Was Just an Accident” ในปี 2025, ได้รับรางวัล “สิงโตทองคำ” ของเวนิส จากผลงานเรื่อง “The Circle” เมื่อปี 2022 และได้รับรางวัล “หมีทองคำ” ของเบอร์ลิน จากภาพยนตร์เรื่อง “Taxi” ในปี 2015
ผลงานภาพยนตร์อันทรงพลังของปานาฮีสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ชมทั่วโลก จนส่งผลให้เขาเป็นทั้งสัญลักษณ์ของการต่อต้านอำนาจผ่านกระบวนการทำงานศิลปะ และเป็นประจักษ์พยานที่ยังมีชีวิตอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์

หลังทราบว่าตนเองได้รับรางวัล “คนทำหนังเอเชียแห่งปี” จากปูซาน ปานาฮีได้ออกแถลงการณ์ว่า
“ณ ห้วงเวลาที่การทำหนังในประเทศของผมกลายเป็นเรื่องยากลำบากมากขึ้นในทุกๆ วัน การได้รับการยกย่องคราวนี้ช่วยย้ำเตือนให้ผมตระหนักว่า ภาพยนตร์ยังสามารถเชื่อมโยงมนุษย์เรา โดยก้าวข้ามพรมแดน, ภาษา และข้อจำกัดนานัปการ
“ผมไม่ได้รับรางวัลเกียรติยศนี้ในนามของตัวเองเท่านั้น แต่ยังรับมันในฐานะตัวแทนของคนทำหนังทุกๆ ราย ที่ต้องเงียบเสียงของพวกตนลง ต้องลี้ภัย ต้องอยู่ภายใต้แรงกดดัน ทว่า พวกเขายังคงพยายามสร้างสรรค์ผลงานอย่างไม่หยุดหย่อน”
ทั้งนี้ เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน ครั้งที่ 30 จะมอบรางวัล “คนทำหนังเอเชียแห่งปี” ให้แก่ “จาฟาร์ ปานาฮี” ในพิธีเปิดเทศกาลประจำปี 2025 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 17 กันยายน
ข้อมูลจาก https://press.biff.kr/eng/artyboard/mboard.asp?Action=view&strBoardID=9622_04&intSeq=96598
