bg-single

‘จาฟาร์ ปานาฮี’ จาก ‘นักโทษขังเดี่ยว’ สู่ ‘ผู้คว้าปาล์มทองคำ’

01.06.2025

“จาฟาร์ ปานาฮี” ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวอิหร่านวัย 64 ปี เพิ่งได้รับรางวัล “ปาล์มทองคำ” อันเป็นรางวัลสูงสุดของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส จากผลงานเรื่อง “It Was Just an Accident” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากประสบการณ์ตรงของเจ้าตัว ที่เคยต้องโทษจำคุกในข้อหาต่อต้านระบอบการปกครอง

“It Was Just an Accident” เป็นหนังแนวล้างแค้น ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวของตัวละคร 5 ราย ที่พยายามสืบหาบุคคลนิรนาม ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐผู้ลงทัณฑ์ทรมานพวกเขาระหว่างถูกคุมขังในเรือนจำ

โดยพล็อตดังกล่าวดัดแปลงมาจากประสบการณ์ชีวิตของปานาฮี ซึ่งเคยต้องโทษจำคุกมาแล้วถึงสองรอบ

นักทำหนังผู้นิยามว่าผลงานของตนเองเป็น “ภาพยนตร์เกี่ยวกับสังคม” ซึ่งมุ่งถ่ายทอดวิถีชีวิตในสังคมอิหร่าน ด้วยมุมมองที่มีมนุษยธรรมและจริงใจ กลับถูกรัฐบาลอิหร่านพิพากษาว่า กำลังผลิต “โฆษณาชวนเชื่อที่มีเนื้อหาต่อต้านระบอบ”

กระทั่งเขาต้องเข้าไปเป็นนักโทษในเรือนจำ เคยอดอาหารประท้วงอำนาจรัฐในคุก และต้องขายบ้านเพื่อหาเงินมาประกันตัว

 

ปานาฮีเปิดเผยถึงที่มาของหนังเรื่องล่าสุด ซึ่งเพิ่งคว้ารางวัลใหญ่ระดับโลก เอาไว้ว่า

“ครั้งแรกที่ผมถูกส่งตัวเข้าคุก ผมก็โดนขังเดี่ยวเลย ผมต้องอยู่คนเดียวในห้องขังแคบๆ จากนั้น พวกผู้คุมก็จะผูกผ้าปิดตาผมและพาเดินออกไปยังสถานที่ที่ผมต้องนั่งหันหน้าหากำแพง โดยผมจะได้ยินเสียงพูดของใครบางคนดังมาจากทางด้านหลังของตัวเอง

“เจ้าของเสียงดังกล่าวเป็นบุรุษผู้คอยทำหน้าที่สอบสวนผม บางครั้งก็ใช้เวลาสองชั่วโมง บางคราว การสอบสวนก็ยืดเยื้อไปถึงแปดชั่วโมง

“แล้วนั่นก็คือเสียงที่จะรบกวนผมอยู่ตลอดเวลาที่อยู่ในคุก จนผมพยายามนึกจินตนาการว่าเจ้าของเสียงนั้นคือบุคคลเช่นไร ก่อนที่ผมจะตระหนักว่า ในวันใดวันหนึ่ง เสียงปริศนาในเรือนจำจะต้องกลายเป็นองค์ประกอบที่ตัวเองนำไปเขียนบทหรือถ่ายทำหนัง และสร้างสรรรค์ให้มันมีชีวิตชีวาขึ้นมา

“พอต้องเข้าคุกรอบสอง ประสบการณ์ของผมกลับแตกต่างออกไป คราวนี้ ผมได้อยู่ในห้องขังที่มีขนาดใหญ่ขึ้น โดยมีเพื่อนร่วมห้องเป็นนักโทษการเมืองรายอื่นๆ ซึ่งบางคนก็อยู่ในนั้นมาแล้ว 10-15 ปี

“ประสบการณ์และเรื่องเล่าของพวกเขา มุมมองที่พวกเขามีต่อการถูกจองจำ ล้วนเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ผม เรื่องเหล่านั้นช่วยเปิดโลกให้ผม จนในที่สุด ผมก็นำเอาส่วนเสี้ยวต่างๆ ที่ตนเองพบเจอในเรือนจำ มาประกอบสร้างเป็นแนวคิดในการทำหนัง”

ปานาฮีได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2023 จนมีโอกาส “ลักลอบทำหนัง” อีกครั้ง

 

แม้จะได้รับอิสรภาพ ทว่า ผู้กำกับภาพยนตร์ซึ่งเคยคว้ารางวัลสิงโตทองคำจากเทศกาลหนังเวนิส ประเทศอิตาลี และรางวัลหมีทองคำจากเทศกาลหนังเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี กลับยังถูกทางการอิหร่านสั่งห้ามทำหนังต่อไป เช่นเดียวกับการถูกสั่งห้ามให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน

อย่างไรก็ตาม ปานาฮีพยายามดิ้นรนทำหนังเรื่องใหม่ออกมาจนได้ และเมื่อมีโอกาสเข้าร่วมเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ เขาก็ตัดสินใจให้สัมภาษณ์สื่อเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 15 ปี

กว่าหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา ที่เขากลายเป็นคู่ขัดแย้งกับรัฐและถูกห้ามทำหนัง ปานาฮีพยายามสรรหาวิธีการทำงานที่แปลกใหม่ เปี่ยมจินตนาการ และสุ่มเสี่ยงอยู่เสมอ

อาทิ การถ่ายหนังอยู่ภายในบ้านที่หน้าต่างทุกบานถูกปิดคลุมไว้ด้วยผ้าม่าน, การตระเวนถ่ายหนังในรถแท็กซี่, การถ่ายหนังสารคดีด้วยโทรศัพท์ไอโฟน แล้วลอบนำไฟล์หนังออกนอกประเทศผ่านยูเอสบี แฟลชไดรฟ์ กระทั่งหนังเรื่องล่าสุด ก็ถ่ายทำกันในรถตู้เป็นหลัก

ในกรณีของ “It Was Just an Accident” ปานาฮีรู้สึกว่ากระบวนการสร้างสรรค์หนังเรื่องนี้อยู่ถูกที่ถูกเวลาพอดี เนื่องจากหนังถ่ายทำกันในช่วงที่ประเทศอิหร่านมีการเลือกตั้งประธานาธิบดี ซึ่งผู้มีอำนาจอาจวิตกกังวลว่า การจับกุมลงโทษผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังฐานต่อต้านระบอบอีกรอบ อาจสร้างแรงกระเพื่อมไปถึงประชาชนผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงได้

นอกจากนั้น ทางการยังอนุญาตให้ปานาฮีเดินทางออกนอกประเทศ เขาจึงบินไปตัดต่อหนังที่ฝรั่งเศส แล้วนำผลงานมาฉายรอบปฐมทัศน์โลกและเข้าประกวดที่คานส์ในที่สุด

 

 

ก่อนหน้านี้ “ปานาห์ ปานาฮี” บุตรชายของจาฟาร์ ซึ่งเป็นนักทำหนังเหมือนกัน และตัดสินใจอพยพลี้ภัยไปใช้ชีวิตที่สาธารณรัฐไอร์แลนด์เช่นเดียวกับ “โซลมาซ” ผู้เป็นน้องสาว ได้ให้สัมภาษณ์สื่อต่างชาติว่า จุดยืนทางการเมืองอันแข็งกร้าวของผู้เป็นพ่อนั้นส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อครอบครัว และถ้าคิดจากบางแง่มุม นั่นอาจไม่ใช่การต่อสู้ที่ “คุ้มค่า” นัก

กระนั้นก็ดี “จาฟาร์ ปานาฮี” ยังเชื่อมั่นเต็มเปี่ยมว่า การเข้าร่วมขบวนการประชาธิปไตย และการแบกรับพันธกิจดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง คือชะตากรรมที่เขาหลีกไม่พ้น

“เมื่อคุณใช้ชีวิตอยู่ในระบอบเผด็จการทางอุดมการณ์ ซึ่งเป็นระบบปิด คุณก็ไม่มีทางเลือกอื่น แม้แต่เวลาคุณเดินอยู่บนถนน เขา (เจ้าหน้าที่รัฐ) ก็สามารถเข้ามาสอบถามคุณได้ว่า คุณจะออกมาเดินข้างนอกทำไม? คุณกำลังจะไปไหน? แล้วทำไมคุณถึงแต่งตัวแบบนั้น?

“พวกเขาสร้างกฎเกณฑ์ข้อจำกัดต่างๆ มาบังคับใช้กับพลเมืองทุกคน ไม่ใช่แค่กลุ่มคนทำหนัง มันไม่มีช่องทางสำหรับการหลบเลี่ยง วิถีชีวิตของพวกคุณถูกล้อมกรอบไว้ด้วยระบบ ดังนั้น คุณจึงต้องเรียนรู้หาวิธีการที่จะปรับตัว เพื่อรักษาชีวิต, การงาน, อาหารการกิน และปากเสียงของตัวเองเอาไว้ ในระบบแบบนี้

“ผมจึงต้องเป็นนักทำหนังภายใต้ข้อจำกัดนานัปการ ส่วนสิ่งที่ปานาห์ (ลูกชาย) ให้สัมภาษณ์เอาไว้ ผมไม่ค่อยแน่ใจนักว่า เขาต้องการสื่อถึงอะไรกันแน่

“แต่ถ้าผมต้องถามตัวเองว่าสิ่งที่คุณทำคุณสู้มามันคุ้มค่าหรือไม่? มันคงไม่คุ้ม ถ้าผมต้องรู้สึกอับอายกับหนังเรื่องใดเรื่องหนึ่งของตัวเอง ทว่า ประสบการณ์แบบนั้นกลับไม่เคยเกิดขึ้นเลย

“ผมใส่หัวจิตหัวใจลงไปในผลงานทุกเรื่อง ผมเลือกทำหนังเหล่านั้นด้วยวิถีทางที่เป็นคุณประโยชน์เสมอ ผมรู้สึกมีความสุขกับทางที่ตัวเองเลือกเดิน”

 

ที่สำคัญ ปานาฮียังเลือกที่จะปักหลักต่อสู้อยู่ในประเทศบ้านเกิด ดังที่เขาเล่าว่า หลายสัปดาห์หลังถูกปล่อยตัวจากเรือนจำตนเองมักจะขับรถเวียนวนไปมาบนถนนข้างกำแพงคุก นั่นเป็นเพราะเขาคิดถึงเพื่อนๆ นักโทษการเมืองที่ยังคงถูกจำกัดอิสรภาพอยู่ในนั้น

“ประชาชนเหล่านั้นคือประชาชนของผม ผมจะออกมาใช้ชีวิตข้างนอก แล้วทิ้งพวกเขาไว้เบื้องหลังได้อย่างไร?”

ความรู้สึกนี้ตามมาหลอกหลอนผู้กำกับฯ วัย 64 ปี ระหว่างเปิดตัวหนัง พูดคุยพบปะผู้คน และได้รับรางวัลใหญ่ที่ฝรั่งเศสด้วย

“บางที ผมก็รู้สึกเหมือนกับที่เคยรู้สึกเมื่อตอนได้รับอิสรภาพใหม่ๆ ผมรู้ดีว่ามีเพื่อนๆ และสมาชิกครอบครัวที่เฝ้ารอผมอยู่ในโลกภายนอก แต่เมื่อเดินทางออกมานอกอิหร่านจริงๆ ผมกลับมีความรู้สึกผสมปนเปกันอยู่ภายในจิตใจของตัวเอง

“กระทั่งเมื่อมาอยู่ที่คานส์ ผมก็ยังคงรู้สึกว่าตัวเองยืนอยู่บนถนนเส้นเดิม แล้วต้องหันหลังกลับไปมองกำแพงเรือนจำแห่งเดิม ผมยังต้องเหลียวหลังมองกลับไปและครุ่นคิดถึงผู้คนซึ่งถูกทอดทิ้งเอาไว้ในประเทศของผม”

สอดคล้องกับที่ปานาฮีเผยความรู้สึกบนเวทีมอบรางวัลปาล์มทองคำว่า

“นี่คือห้วงเวลาที่ผมอยากจะวอนขอกับทุกฝ่าย ชาวอิหร่านทุกคนที่อาจมีความคิดเห็นผิดแผกแตกต่างกัน ทั้งที่อยู่ในประเทศอิหร่านหรือที่อื่นๆ ทั่วโลก ผมอยากจะขอสิ่งหนึ่งจากพวกคุณ นั่นคือผมอยากให้พวกคุณละวางปัญหาทั้งหลายและความแตกแยกต่างๆ เอาไว้ก่อน เพราะเรื่องที่สำคัญสูงสุด ก็คือ ประเทศอิหร่าน และเสรีภาพในประเทศพวกเรา”

 

ล่าสุด ปานาฮีได้เดินทางกลับถึงบ้านเกิดพร้อมรางวัลปาล์มทองคำเป็นที่เรียบร้อย โดยมีมิตรสหายผู้สนับสนุนหลายสิบคนมารอต้อนรับแสดงความยินดีกับเขาที่สนามบิน ส่วนรัฐบาลอิหร่านก็ยังมิได้มีปฏิกิริยาก้าวร้าวใดๆ ต่อการละเมิดข้อห้ามของผู้กำกับฯ รายนี้

กระนั้นก็ตาม แม้ปานาฮีจะเป็นคนทำหนังชาวอิหร่านลำดับที่สอง ซึ่งได้รับรางวัลปาล์มทองคำ ถัดจาก “อับบาส เคียรอสตามี” ที่เคยพาหนังเรื่อง “Taste of Cherry” คว้ารางวัลเดียวกันเมื่อปี 1997 แต่สื่อของรัฐบาลกลับรายงานข่าวนี้ไม่มากนัก และประเด็นกลับเฉไฉไปยังเรื่องการตอบโต้กับรัฐบาลฝรั่งเศสแทน

เมื่อ รมว.ต่างประเทศฝรั่งเศส ได้โพสต์แสดงความยินดีกับปานาฮีผ่านแพลตฟอร์ม “เอ็กซ์” โดยระบุว่าชัยชนะครั้งนี้คือ “การแสดงออกถึงปฏิกิริยาต่อต้านระบอบแห่งการกดขี่ในอิหร่าน”

ส่วนโฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่านก็ออกมาตอบโต้ทันควันว่า “แม้ผมจะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องศิลปะ แต่พวกเราเชื่อว่านิทรรศการศิลปะใดๆ และผลงานศิลปะโดยทั่วไป ไม่ควรถูกฉวยใช้ประโยชน์ เพื่อบรรลุเป้าประสงค์ในทางการเมือง” •

 

ข้อมูลจาก

https://www.theguardian.com/film/2025/may/24/iranian-director-jafar-panahi-wins-palme-dor-at-cannes-for-it-was-just-an-accident

https://www.theguardian.com/film/2025/may/20/prison-iran-film-maker-jafar-panahi-hunger-strike-banned

https://www.theguardian.com/film/2025/may/26/jafar-panahi-returns-to-iran-in-triumph-after-cannes-palme-dor-win-it-was-just-an-accident

 

| คนมองหนัง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กู้ดบาย แซม นีล
วิดีโอสั้นครองโลก ถอดสูตรปั้นคอนเทนต์ TikTok ให้ติดกระแสในปี 2026
เมื่อ One China บนแผ่นดินไทย ไม่ Smooth : เปิดเบื้องหลังการคุกคาม เทศกาลสารคดีและภาพยนตร์ไต้หวันแห่งประเทศไทยครั้งที่ 8
ส่องลึกอิหร่าน: 12) แผนแบ่งแยกรัฐอิหร่านของอิสราเอล-อเมริกา
E-DUANG | ยุทธวิธี ในแบบ แยกกันเดิน บนเป้า ยุทธศาสตร์ รวมกันตี
เส้นทางชีวิต – ความรัก ‘พิ้งกี้’ กับ สถานะโสด เลิกไม่มีเหตุผล ใจพังแต่มูฟออนได้
เปิดโผรางวัล “สุพรรณหงส์ครั้งที่ 34 ประจำปี 2568” “ผีใช้ได้ค่ะ” ท็อปฟอร์มเข้าชิงสูงสุด 15 รางวัล
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (185)
ครุฑยุดนาค ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
อดีตผู้ต้องหาอาชญากรสงครามรำพึง : พระสารสาสน์ฯ กับความคิดสันติภาพ (23)
เชลยศึกสงครามลาว (40)
พฤษภาเลือด เสียงปืน จาก บ่อนไก่ สวนลุม เสียงปืน ที่ราชปรารภ ดินแดง