การเมืองวัฒนธรรม | เกษียร เตชะพีระ
โฉมหน้าของศักดินาภิวัตน์ในปัจจุบัน (3)
นัยสำคัญที่ควรสะดุดใจเวลาพิจารณาคำว่า “Refeudalization” หรือศักดินาภิวัตน์รอบใหม่ คือคำอุปสรรค ว่า “re-” หมายถึง again หรือ “อีกครั้ง” ที่อยู่นำหน้าคอยกำกับความหมายของ feudalization หรือศักดินาภิวัตน์ ให้เปลี่ยนแปรตามไป (Oxford Advanced Learner’s Dictionary of Current English, 9th edition)
เอาเข้าจริงนัยของ re- จะบ่งบอกว่าทุนนิยมกำลังไถลถอยหลังกลับไปในอดีต ทำให้สังคมสมัยใหม่หวนกลายเป็น “ศักดินา” ก็หามิได้
สิ่งที่ re- บ่งชี้ก็คือ ขณะสังคมทุนนิยมปัจจุบันกำลังมุ่งหน้าไปในอนาคต ได้เกิดปรากฏการณ์ที่ความสัมพันธ์ทางสังคมบางอย่างซึ่งเคยโดดเด่นชัดเจนยิ่งในอดีตสมัยศักดินาและก่อนหน้านี้คิดกันว่ามันเกินความจำเป็นหรือถูกเอาชนะไปหมดสิ้นแล้วนั้น กลับเริ่มผุดโผล่ขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ทว่า ในแบบที่กลายพันธุ์และแตกต่างไปจากเดิม
นักวิชาการผู้ขยายความเพิ่มเติมจากเยอร์กึน ฮาบาร์มาส เกี่ยวกับวิกฤตศักดินาภิวัตน์รอบใหม่ของปริมณฑลสาธารณะกระฎุมพีในสังคมทุนนิยมตะวันตกที่ได้เสนอไว้ตั้งแต่ปี 1962 ออกไปครอบคลุมพัฒนาการหลายด้านของสังคมทุนนิยมโดยรวมปัจจุบัน และนำเสนอทฤษฎีศักดินาภิวัตน์รอบใหม่ของทุนนิยมสมัยใหม่ จนทุนนิยมกลับกลายเป็นระบบทุนนิยมสืบสันดานหรือระบบทุนนิยมสมัยใหม่ที่ปราศจากโครงสร้างแบบกระฎุมพี (the theory of refeudalization of modern capitalism –> a patrimonial capitalism or a modern capitalism without bourgeois structures) ได้แก่ ศาสตราจารย์สังคมวิทยาชื่อ ซีกฮาร์ด นิกเคิล แห่งคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮัมบูร์ก เยอรมนี ในบทความที่ตีพิมพ์ออกมาห้าปีก่อนเรื่อง Sighard Neckel, “The refeudalization of modern capitalism”, Journal of Sociology, 56 : 3 (2020), 472-486.
นิกเคิลเสนอว่า :
– “ศักดินาภิวัตน์รอบใหม่” (refeudalization) คือพลวัตทางสังคมปัจจุบันซึ่งส่งผลเชิงปฏิทรรศน์ (paradox) ค่าที่การสร้างความทันสมัยเกิดขึ้นในลักษณะแตกหักผ่าเหล่าผ่ากอออกจากความต่อเนื่องของระเบียบสังคมสมัยใหม่ดังที่เคยเป็นมา โดยเฉพาะในด้านความเหลื่อมล้ำทางสังคมและปริมณฑลเศรษฐกิจ
– การทำให้เศรษฐกิจทันสมัยในแนวทางเสรีนิยมใหม่ (neoliberal modernization) โดยเน้นที่ทุนนิยม ตลาดการเงินได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายพื้นที่ของสังคมปัจจุบัน
– โดยกลับบันดาลสร้างรูปแบบทางสังคม ลำดับชั้นลดหลั่นและโครงสร้างอำนาจในแบบก่อนสมัยใหม่ (pre-modern) ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง
– นี่นับเป็นผลลัพธ์เชิงปฏิทรรศน์ของการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่ก่อให้เกิดสิ่งเก่าขึ้นมาในฐานะสิ่งใหม่ และฉะนั้นจึงผลิตแบบแผน “ศักดินาใหม่” (neo-feudal patterns) ขึ้นมาในด้านการกระจายความมั่งคั่ง การยอมรับนับหน้าถือตาและอำนาจ
– ฉะนั้น “ศักดินาภิวัตน์รอบใหม่” จึงเป็นแนวคิดสำคัญอย่างหนึ่งที่พึงใช้มาทำความเข้าใจพัฒนาการของสังคมทุนนิยมสมัยใหม่ทุกวันนี้
– การแบ่งแยกรูปแบบการเปลี่ยนแปลงของทุนนิยมออกเป็นทวิวิภาคระหว่าง “ก้าวหน้า” กับ “ถอยหลัง” พึงต้องเสริมเติมด้วยตัวแบบการเปลี่ยนแปลงทางสังคมเชิงปฏิทรรศน์ที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น อันได้แก่ “ศักดินาภิวัตน์รอบใหม่” นั่นเอง

เพื่อช่วยให้เข้าใจ ศาสตราจารย์นิกเคิลได้เสนอภาพลักษณ์เปรียบเทียบว่ามันเหมือนเทคนิคถ่ายทำหนัง แบบ Dolly Zoom ที่เซอร์อัลเฟรด ฮิตช์ค็อก (1899-1980) ผู้กำกับหนังระทึกขวัญชื่อดังชาวอังกฤษใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์ระทึกขวัญเชิงจิตวิทยาเรื่อง Vertigo (1958)
Dolly Zoom คือกระบวนการที่เราเคลื่อนกล้องเข้าใกล้เป้าถ่ายทำยิ่งขึ้น ขณะเดียวกับที่ซูมเลนส์ถอยห่างออกจากเป้าถ่ายทำนั้นพร้อมกันไป (moving the camera closer to the subject while zooming out)
หรือไม่ก็ดึงกล้องถอยหลังห่างไกลออกมาจากเป้าถ่ายทำยิ่งขึ้น ขณะเดียวกับที่ซูมเลนส์กล้องเข้าไปที่เป้าถ่ายทำนั้นพร้อมกันไป (moving the camera further away from the subject while zooming in)
โดยตลอดเวลานั้นเราก็พยายามให้เป้าถ่ายทำอยู่ในพื้นที่เดิมเดียวกันของกรอบภาพโดยสัมพัทธ์และมีขนาดเดียวกันเท่าเดิมด้วย (ดูคำอธิบายและตัวอย่างใน Camber Film School, “DOLLY ZOOM Effect Examples in Film – Cinematic Camera Movement for Storytelling,” YouTube, posted 19 September 2024, https://www.youtube.com/watch?v=t80R7-wJEyY)
ลูกเล่นของการถ่ายทำหนังแบบนี้สร้างผลลัพธ์ที่หลอกตาเราขึ้นมา กล่าวคือ คนหรือสิ่งที่เรากำลังถ่ายหนังอยู่นั้นดูเหมือนคงอยู่ตามสัดส่วนปกติ แต่ทว่าฉากหลังของภาพกลับซูมอินเด่นชัดขึ้น หรือซูมเอาต์ถอยห่างรางเลือนไป (ดูภาพประกอบจากซ้ายไปขวา)
อาจารย์นิกเกิลชี้ว่ากระบวนการศักดินาภิวัตน์รอบใหม่ก็ทำงานทำนองเดียวกันกับ Dolly Zoom นี่แหละ คือเอาเข้าจริงสังคมทุนนิยมเรากำลังเดินหน้าไปแต่ในลักษณะพิลึกพิเรนทร์ที่มันกลับดึงเอาองค์ประกอบส่วนต่างๆ ที่เคยถูกกดทับไว้ของความสัมพันธ์ทางสังคมศักดินาแต่เก่าก่อนให้กลับมาเด่นชัดถนัดตาอยู่หน้าฉากอีกครั้งหนึ่ง!
หรือถ้าพูดด้วยสำนวนภาษาของนักทฤษฎีวิจารณ์วัฒนธรรมฝ่ายซ้ายชาวเยอรมันเชื้อสายยิวนาม Walter Benjamin (1892-1940) ก็คือ ได้มีการถอดถอนชิ้นส่วนความสัมพันธ์ทางสังคมศักดินาแต่เดิมออกนอกบริบททางประวัติศาสตร์ในอดีตของมัน (decontextualization) แล้วย้ายมันใส่เข้าไปในบริบทเศรษฐกิจทุนนิยมเสรีนิยมใหม่ปัจจุบัน (recontextualization) ซึ่งส่งผลเปลี่ยนการทำหน้าที่ของมันจากเดิมไปทำหน้าที่ใหม่นั่นเอง (functional transformation)
(สรุปสกัดความคิดจากความเรียงเรื่อง “The Work of Art in the Age of Mechanical Reproduction”, 1936 ใน Walter Benjamin, Hannah Arendt, ed., Harry Zohn, translated, Illminations, 1969, pp.217-251)
(อ่านต่อสัปดาห์หน้า)

