bg-single

การปกครองเปลี่ยน-แฟชั่นปรับ : แฟชั่นสมัยคณะราษฎร-สงคราม (16)

07.08.2025

My Country Thailand | ณัฐพล ใจจริง

การปกครองเปลี่ยน-แฟชั่นปรับ

: แฟชั่นสมัยคณะราษฎร-สงคราม (16)

เครื่องแบบทหารสภาพแวดล้อมของแฟชั่นช่วงสงคราม

สมัยรัฐนิยมเป็นยุคแห่งการปฏิวัติทางวัฒนธรรมทั้งด้านพฤติกรรมทางสังคมและการแต่งกายสมัยใหม่ของคนไทยซึ่งคาบเกี่ยวกับสงครามมหาเอเชียบูรพา ด้วยบรรยากาศแห่งสงคราม มองไปทางไหนจะพบเห็นแต่คนในเครื่องแบบทั้งผู้ใหญ่และเยาวชนจำนวนมาก การแต่งกายแบบทหารจึงมีผลต่อแฟชั่นของพลเรือนที่เน้นการออกแบบที่เรียบง่ายเน้นความแข็งแรงคงทน กระฉับกระเฉง การตัดเย็บ สีสันและความประหยัดในการใช้เนื้อผ้าในการตัดเย็บชุด

แม้ว่าที่ผ่านมามีการศึกษาบทบาทของนักออกแบบเสื้อผ้า และห้องเสื้อในช่วงแรกของการพัฒนาเศรษฐกิจแบบทุนนิยมอุตสาหกรรมในประเทศทศวรรษ 2500 ถึงกลางทศวรรษ 2510 ที่พบว่า วงจรธุรกิจเสื้อผ้าประกอบด้วยเจ้าของและอาจารย์โรงเรียนสอนตัดเย็บเสื้อผ้า ผู้เชี่ยวชาญการตัดเย็บเสื้อผ้า และนักคหกรรมศาสตร์ช่วยกันเผยแพร่แนวคิดเรื่องแฟชั่น และการแต่งกายผ่านการตลาดและการสื่อสารมวลชนสมัยใหม่ เช่น ภาพข่าวสังคม ภาพแฟชั่น คอลัมน์ตัดเสื้อทางสิ่งพิมพ์ รายการสตรีทางรายการโทรทัศน์ที่สะท้อนถึงอิทธิพลจากแฟชั่นระดับโลกช่วงยุค 50s และ 60s รวมถึงการรื้อฟื้นชุดไทยที่เข้าถึงผู้หญิงชนชั้นกลางในเมืองหลากหลายกลุ่ม โดยผลงานของนักออกแบบและวงจรแฟชั่นได้นําเสนออุดมคติความงามแบบสากลนิยมพร้อมตอกย้ำขนบธรรมเนียมประเพณีไทยที่ว่า ผู้หญิงสมัยใหม่ต้องแต่งกายให้เหมาะสมกับกาลเทศะ วัย สรีระ และหน้าที่การงาน (วิลลา วิลัยทอง, 2560, 109-161) และในช่วงสมัยดังกล่าวห้องเสื้อไทย (2500-2559) เกิดขึ้นและส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการแต่งกายของคนไทย (วรรณชนก บุญปราภัย, 2563)

กระนั้นก็ดี แม้การศึกษาธุรกิจและวงการแฟชั่นของคนไทยในช่วงหลัง 2500 ภายใต้บริบทสมัยการพัฒนาทางเศรษฐกิจของไทยที่มีผลต่อการบริโภคแฟชั่นและการแต่งกายของสตรีชนชั้นกลางของไทยก็ตาม โดยยังปราศจากการศึกษาแฟชั่นการแต่งกายของคนไทยในช่วงก่อนหน้า คือช่วงภายหลังการปฏิวัติ 2475 จนถึงสมัยสงคราม ทั้งที่เป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างสำคัญที่ปฏิเสธการแต่งกายที่สืบทอดจากระบอบเก่าที่สะท้อนการแบ่งชนชั้นมาสู่การแต่งกายสมัยใหม่ที่มีความเรียบง่ายเท่าเทียมกันมาสู่สมัยสงครามที่เน้นความเรียบง่าย ความทนทานและประโยชน์ใช้สอยมากขึ้น

ช่วงนั้น รัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม มีนโยบายสร้างชาติส่งเสริมการค้าส่งผลให้กิจการขายผ้าของชาวอินเดียในไทยขยายตัวทำให้ธุรกิจตัดเสื้อในช่วงทศวรรษ 2480 ช่างตัดเสื้อหาผ้าที่หลากหลายมาตัดเย็บให้ลูกค้าได้ง่ายขึ้น ผ้าที่ได้รับความนิยมในยุคดังกล่าวเป็นพวกผ้าชีฟอง ผ้าไนลอน และผ้าลูกไม้ชั้นดีจากเมืองนอก ซึ่งเป็นผ้าที่สวมใส่สบายเหมาะกับสภาพอากาศ ด้วยนโยบายเรื่องเครื่องแต่งกายช่วง 2485-2487 ทำให้เกิดกิจการรับตัดเย็บเสื้อผ้าในแหล่งชุมชนต่างๆ มากขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการตัดเย็บและซื้อขายเสื้อผ้า (วรรณชนก, 23) สมัยนั้นคนไม่นิยมใส่เสื้อผ้าสำเร็จ ส่วนใหญ่มักจะซื้อผ้ามาตัดหรือจ้างช่างตัดเสื้อตัดตามขนาดตัวของตนเอง

ยุวนารีและยุวชนนายสิบ กำธน สินธวานนท์ ขณะเป็นนักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา แห่งจุฬาลงกรณ์ 2485

เครื่องแบบยุวชนทหาร

กระทรวงกลาโหมจึงได้ตรากฎกระทรวง (2481) ขึ้นเพื่อกำหนดให้กองกำลังยุวชนทหารแต่งเครื่องแบบอย่างเดียวกัน ทั้งนี้ เครื่องแบบยุวชนทหารสวมมีลักษณะ ดังนี้ เครื่องแบบยุวชนนายสิบ ยุวชนทหาร และยุวชนทหารสํารอง ในหน่วยทหารบก แบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ 1) เครื่องปกติ 2) เครื่องหัด 3) เครื่องสนาม 4) เครื่องยศเครื่องปกติ ประกอบด้วย

เสื้อ เสื้อผ้าสีกากีแกมเขียวผ่าอกตลอด ที่อกเสื้อทําเป็นสาบ มีดุมขนาดใหญ่ 5 ดุม แขนยาวรวบที่ข้อมือ และมีดุมขนาดเล็กขัดในแนวดิ่งข้างละ 2 ดุม กระเป๋าติดแนวราวนมทั้งสองข้าง ข้างละ 1 กระเป๋า คอเสื้อจะมีเครื่องหมายของเหล่าที่สังกัด เช่น ทหารราบเป็นสัญลักษณ์ปืนไขว้กับตับกระสุนปืนติดทั้งสองข้างของคอเสื้อ หน้าอกซ้ายของเสื้อจะปักคำว่า ย.ว.ท (ยุวชนทหาร) และมีเลขประจำตัว อกข้างขวาจะมีตราสัญลักษณ์สามเหล่าทัพ ปักอยู่ ประกอบด้วย สมอเรือ, กงจักร และปีก มีอินทรธนูสีเดียวกับเสื้อเย็บเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมเรียวจากด้านไหล่ไปทางคอ ติดอยู่เหนือบ่าทั้งสองข้าง บนบ่าจะมีเข็มบั้งเดี่ยว พร้อมเลขของหน่วยฝึกนั้นๆ

หมวก หมวกทรงหม้อตาลผ้าสีกากีแกมเขียว มีกะบังและสายรัดคางหุ้มผ้าสีเดียวกับหมวก สายรัดคางกว้าง 1 เซนติเมตร กับมีดุมขนาดพิเศษติดที่ข้างหมวก ข้างละ 1 ดุม ขอบหมวกมีสักหลาดสีแดงพันรอบ ที่กึ่งกลางด้านหน้าของหมวก ตรงขอบหมวกติดตราทําด้วยโลหะสีทอง ลายดุนเป็นรูปวงจักร กับสมอไขว้ ตรงกลางวงจักรมีรูปอุณาโลมมีลายเปลวล้อมภายนอก ในขอบวงจักรมีอักษรเป็นลายฉลุว่ารักชาติยิ่งชีพ กับมีสักหลาดสีแดงซับไว้ด้านใน

กางเกง กางเกงผ้าสีกากีแกมเขียว รูปกางเกงขาสั้นปลายตัดเพียงเข่า ผ่าตรง ส่วนหน้ามีดุมขัดซ่อนดุมไว้ข้างใน และมีกระเป๋าข้างตามแนวตะเข็บ ด้านละ 1 กระเป๋า ขากางเกงกว้างพองามและปลายขาสอบเล็กน้อย กางเกงที่กล่าวนี้ให้สวมทับชายเสื้อไว้ให้กะทัดรัดเรียบร้อย

สตรีไทยวัยรุ่นช่วงสงครามในเครื่องแบบยุวนารี

เข็มขัดทําด้วยหนังสีน้ำตาล หัวทําด้วยโลหะสีทองเป็นรูปสี่เหลี่ยมแบน และมีเข็มกลัดกับมีปลอกหนังสีเดียวกันสําหรับสอดปลายเข็มขัด 1 ปลอก เข็มขัดนี้เวลาคาดให้คาดทับกางเกงและสอดเข็มขัดภายในห่วงกางเกงทั้งสามห่วง

ถุงเท้า ถุงเท้ายาวสีดํา มีสายรัดขอบถุงสนิทกับขาเพื่อกันย่น

รองเท้า รองเท้าหุ้มข้อหรือหุ้มส้น หนังสีดํา ไม่มีลวดลาย ชนิดผูกเชือก (กฎกระทรวงกลาโหมออกความตามพระราชบัญญัติเครื่องแบบยุวชน พุทธศักราช 2480 (ฉบับที่ 2), ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 55, (27 กุมภาพันธ์ 2481), 936-940)

เมื่อสงครามระเบิดขึ้นในโลกตะวันตกส่งผลให้การออกแบบเสื้อผ้าในยุโรปและสหรัฐ เสื้อผ้าชุดทำงานไม่ได้รับอนุญาตให้ผลิตที่มีรูปแบบการย้วย ถ่วงคอ และจีบพอง ด้วยเพราะสภาวะสงครามและสภาพเศรษฐกิจขณะนั้นไม่เหมาะสมให้แต่งกายรุ่มร่าม กรุยกราย รูปทรงเสื้อผ้าจึงจำเป็นต้องคำนึงถึงความประหยัด ทะมัดทะแมงและคล่องแคล่วแทน (เดชชาติ ศรีอยู่พุ่ม ,2555, 67)

ดังนั้น แฟชั่นในช่วงสงครามจะเน้นประโยชน์ใช้สอย (Utility) คือ เสื้อผ้าแนวทหาร (Military) นั่นเอง สร้างแรงบันดาลใจในการออกแบบได้จากการใช้สีที่ทำให้นึกถึงความเป็นทหารอย่างสีเขียวมะกอก สีกากี เป็นต้น ผสมผสานโครงสร้างชุดเครื่องแบบของทหารที่มักจะเน้นให้เสื้อนอกปกคอตั้ง การสร้างโครงสร้างที่เน้นการเพิ่มฟองน้ำหนุนไหล่ รวมทั้งของตกแต่งจำพวกห่วงตัวดี ตะขอเกี่ยวต่างๆ เหล่านี้จะช่วยดึงจุดเด่นในการออกแบบให้ชัดเจนมากขึ้น การเลือกใช้การออกแบบที่มีกระเป๋าเสื้อขนาดเหมาะกับการใส่ของและการออกแบบเสื้อผ้าที่เน้นการใช้กระดุมโลหะต่างๆ เป็นต้น (เดชชาติ ศรีอยู่พุ่ม, 2555, 68)

ด้วยภาวะสงคราม การปลุกเร้าความรักชาติและความขาดแคลนสินค้าและผ้าจากต่างประเทศมีผลต่อแฟชั่นการแต่งกายของพลเรือนไทยในครั้งนั้นด้วยเช่นกัน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ย้อนอ่าน 5 ข้อเสนอ ‘ผ่าทางตันการเมือง’ สุรพล นิติไกรพจน์ ขณะเป็นอธิการบดี มธ.
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (16)
เชลยศึกสงครามลาว (33) เป็นเชลย
ฝังจำ ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ต่อระบบราชการ
กับดักธูซิดิดิส (1) ทฤษฎีการเปลี่ยนผ่านของอำนาจ
ถ้าผู้ใหญ่ยังเลี่ยงบาลี เรียนฟรีก็จะยังไม่ฟรีจริง
E-DUANG | เลือก บอร์ด ประกันสังคม พลังแห่งอดีต กับ อนาคต
อาเศียรวาท
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 2) เรื่อง ปัญหาเส้นเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ประเทศไม่ไหวแล้ว เด็กรุ่นต่อไปจะอยู่กันอย่างไร เปิดใจ ‘เพียงพนอ’ ร่วมทางพรรคประชาชน
‘สุชาติ’ ค้านขึ้น VAT-กู้ 4 แสนล้านแจกเงิน จี้ปฏิรูปราชการอุดรูรั่วทุจริต ดีกว่ารีดภาษีประชาชน
ยศชนัน-ประเสริฐ ชูหลักสูตรฐานสมรรถนะ ยกระดับวิชา “ประวัติศาสตร์-หน้าที่พลเมือง-ภาษาไทย” ปั้นเด็กไทยสู่พลเมืองโลกที่สมบูรณ์