โลกทรรศน์ | อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์
ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา
ในร่มเงาการแข่งขันของมหาอำนาจ
การประกาศหยุดยิงอย่างรวดเร็วด้วยการเป็นตัวกลางของมาเลเซีย ช่วยให้การหยุดยิงได้รับการยอมรับ
แต่ฝุ่นหยุดยิงยังไม่ทันจางหาย เงาทะมึนของการแข่งขันของมหาอำนาจก็คืบคลานเข้ามา
เกิดขึ้นสั้นๆ แต่การปะทะกันรุนแรงและล้มตายระหว่างไทย-กัมพูชาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วกระตุกให้ภูมิภาคสะดุ้ง ระหว่างการสู้รบผู้คนมากกว่า 250,00 คนย้ายถิ่นฐาน มีคนถูกฆ่าตายอย่างน้อย 35 คน และพื้นที่มรดกทางวัฒนธรรมกลายเป็นพื้นที่คู่ขนานกับการต่อสู้แนวชาตินิยม
แต่เหนือลูกกระสุนและเส้นเขตแดนมีการโกหกเรื่องราวที่ล้ำลึกกว่า หนึ่งในนั้นคือ การกระทำทางภูมิรัฐศาสตร์ การดำเนินการทางการทูต
และคำถามค่อยๆ ออกมาคือ ใครคือคนจัดรูปสันติภาพในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
แม้มีการประกาศหยุดยิงอย่างรวดเร็ว แต่ฝุ่นยังไม่ทันจางหาย เงาทะมึนของการแข่งขันของมหาอำนาจก็ก่อตัวอีกครั้ง ทั้งสหรัฐและจีนต่างมีแถลงการณ์ต่างๆ ระหว่างวิกฤตการณ์นี้
ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ แม้เหมือนการแสดง ได้เครดิตการผลักดันเหล่าผู้นำเข้าสู่การเจรจา แล้วประกาศตัวเองเป็น ประธานาธิบดีของสันติภาพ (The President of Peace)
โดนัลด์ ทรัมป์ แถลงในเอกสารของทำเนียบขาว เขาพูดว่า ผมภูมิใจเป็นประธานาธิบดีแห่งสันติภาพ (I am prounded to be President of PEACE1) เขาอ้างว่า ได้ช่วยชีวิตคนหลายหมื่นคน
จีนแสดงบทบาทผู้สร้างสันติภาพ ส่วนอาเซียนกำลังจัดรูปอนาคตของตัวเองหรือเปล่า หรือภูมิภาคมุ่งหน้าข้ามไปที่ผู้เล่นที่ใหญ่กว่าเพียงเท่านั้นเอง
การสู้รบระเบิดเมื่อ 24 กรกฎาคมตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย ทำให้ความรุนแรงระหว่างสองประเทศทะยานขึ้นมากกว่าทศวรรษที่ผ่านมา
การปะทะขยายตัวอย่างรวดเร็วสู่การเผชิญหน้าทางทหารอย่างกว้างขวาง ทั้งการต่อสู้ทางอากาศ ปืนใหญ่ยิงตอบโต้ ทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหาซึ่งกันและกัน มีการกระทำต่อพลเรือน ความวิตกกังวลในภูมิภาคเพิ่มขึ้น
ท่ามกลางทางตันนี้ มาเลเซียในขณะดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนเสนอตัวเป็นตัวกลางเจรจา ต่อมารัฐบาลทั้งกัมพูชาและไทยตกลงพบกันที่มาเลเซีย
หลังจากนั้น ประกาศหยุดยิง ชัยชนะทางการทูตเป็นของมาเลเซีย แต่หนึ่งในนั้น มีการกล่าวบิดเบือน ยังไม่ยุติ ความคับข้องใจอยู่ข้างล่างฉาบไว้ด้วยผิวหน้า
สหรัฐอเมริกา
ความเกี่ยวข้องของมหาอำนาจภายนอกตามมาอย่างรวดเร็ว โดนัลด์ ทรัมป์ แผดเสียงออกมาอ้าง เขาได้เตือนโดยส่วนตัวทั้งไทยและกัมพูชาให้หยุดความเป็นศัตรูต่อกัน หรือจะเสี่ยงกับการสูญเสียแรงกระตุ้นทางการค้ากับสหรัฐ แถลงการณ์ของทรัมป์เปิดเผยบางสิ่งที่ลึกกว่าออกมา นั่นคือ สันติภาพ ในมุมมองบางอย่างคือ สินค้าที่ถูกต่อรอง ไม่ใช่หลักการเพื่อสนับสนุน
หลังการหยุดยิงประกาศออกมา โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เครดิตเต็มที่ เขาโพสต์ในสื่อโซเชียล “…เพิ่งพูดกับรักษาการนายกรัฐมนตรีไทย และนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ผมดีใจประกาศว่า หลังความเกี่ยวข้องของประธานาธิบดีทรัมป์ ทั้งสองประเทศเข้าสู่การหยุดยิงและสันติภาพ ขอแสดงความยินดีกับทุกคน…”
เขายังเพิ่มเติมว่า ผมได้สั่งทีมเจรจาการค้าของผมให้เริ่มต้นเจรจาการค้าอีกครั้ง
จีน
ความเกี่ยวข้องของจีนแตกต่างจากสหรัฐมาก
จีนเสนอข้อเรียกร้องทั่วไปต่อการยับยั้งความขัดแย้งในภูมิภาค และยอมรับในกระบวนการของอาเซียน
ในขณะที่จีนใช้วิถีของผู้สังเกตการณ์ทางการทูตในการเจรจา
จีนเสียใจอย่างลึกซึ้งจากการล้มตายของทั้งสองฝ่าย
ในแถลงการณ์ของกระทรวงต่างประเทศจีน 27 กรกฎาคม “…จีนจะรักษาสถานะที่มีความยุติธรรมและเท่าเทียม และสื่อสารอย่างใกล้ชิดกับทั้งสองฝ่าย อำนวยการพูดคุยเรื่องสันติภาพอย่างแข็งขัน และเล่นบทบาทหยุดยิงอย่างสร้างสรรค์…”
ไม่เหมือนกับสหรัฐเลย จีนไม่ได้วางกรอบอิทธิพลของตนในลักษณะบังคับหรือการค้า แทนที่จะเพิ่มการวางท่าทีอย่างยาว จีนทำตัวเป็นกลาง ในขณะที่ระมัดระวังการเป็นพันธมิตร
เหนือกว่าที่กล่าวมาแล้วทั้งหมด บทบาทจีนมีการเติบโตทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานและเศรษฐกิจการเมืองในกัมพูชา กัมพูชาเอียงข้างจีนอย่างเฉียบแหลม
ตรงกันข้ามกับที่กำลังพูดกันอยู่ สหรัฐต้องการความเหนียวแน่น และทำการคัดง้าง จีนชอบแสดงอิทธิพลและการปรากฏตัว
อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 มหาอำนาจหาหนทางจัดรูประเบียบภูมิภาค และทั้งคู่กำลังติดตามและมองอย่างใกล้ชิดต่อบทบาทการทำหน้าที่อำนวยการพูดคุยของมาเลเซีย
แล้วอาเซียนล่ะ
อาเซียนอาจมีได้ทั้งโอกาสและเป็นคำเตือน
ท่วงท่าการทูตมาเลเซียแสดงว่า อาเซียนยังคงสามารถทำหน้าที่อย่างมีความหมายเมื่อความขัดแย้งปะทุ การเคลื่อนไหวของนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย อันวาร์ อิบราฮิม เป็นเจ้าภาพการพูดคุย และนำทั้ง 2 ฝ่ายเข้าสู่โต๊ะเจรจา ชัดเจนและเป็นเรื่องจำเป็น
การหยุดยิงจะไม่เป็นรูปธรรม ถ้าปราศจากการแทรกแซง ที่แน่ๆ ความแตกร้าวมีอยู่ชัดเจน
หลักการไม่แทรกแซง (non interference) ของอาเซียนยึดถือได้เพิ่มมากขึ้นในการเผชิญหน้าวิกฤตการณ์ด้านมนุษยธรรม และชาตินิยมหัวรุนแรง
ที่สำคัญมากกว่านี้ อาเซียนอยู่ในจุดเสี่ยงที่กำลังกลายเป็นโรงละครเพื่อมหาอำนาจภายนอกมากกว่าที่จะเป็นแพลตฟอร์มหนึ่งเพื่อความสมานฉันท์ภายใน
การทูตของโดนัลด์ ทรัมป์ กดดันผู้นำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านการคุกคามทางการค้าคือ การสร้างสันติภาพข้ามการกระทำต่างๆ ไปอยู่ในส่วนที่แย่ที่สุด แล้วอาจส่งผลทันที แต่มันบ่อนเซาะ ความเป็นเจ้าของของคนในท้องถิ่นเพื่อสรุปความขัดแย้งในภูมิภาค
ดังนั้น ถ้าสันติภาพคือ ผลของแรงกดดันภายนอก ไม่ใช่การสนทนาภายใน มันเปราะบางโดยการออกแบบการเจรจา
การรบในร่มเงามหาอำนาจ
อย่างไรก็ตาม ความน่าสนใจของเงาทะมึนของการแข่งขันระหว่างสหรัฐกับจีน เตือนให้เราเห็นการแข่งขันระหว่างสหรัฐกับจีนที่มากด้วยกลเกม
เราจะเห็น ประตู แห่งหมากกลการเมืองระหว่างประเทศ นั่นคือ 1 สิงหาคม 2568 ทั้งไทยและกัมพูชาถูกสหรัฐเก็บภาษีการค้า 19% หลายฝ่ายเบาใจ แถมบอกว่าคาดการณ์ไว้แล้วว่าอัตราภาษีการค้าน่าจะใกล้เคียงกับเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
บ้างก็บอกว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ให้รางวัลแก่ไทยและกัมพูชาด้วยภาษีการค้า 19% เพราะไทยและกัมพูชาตกลงประกาศหยุดยิงภายใต้การอำนวยการประชุมของมาเลเซีย
แต่ความจริงมันมากกว่ารางวัล และมากกว่าเงินรายได้จากภาษีการค้า นี่เป็น ประตูบานหนึ่ง หรือช่องทางของการปรับความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับกัมพูชา
กัมพูชาประเทศที่ใกล้ชิดและเอียงเข้าข้างจีนมาต่อเนื่อง หันกลับไปสัมพันธ์กับสหรัฐอย่างแยบยล น่าสนใจ
อินฟลูเอนเซอร์ชาวกัมพูชาเชื้อสายยูเครนชื่อ Lim Roma โพสต์ขอบคุณประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ช่วยความสำเร็จหยุดยิงและสันติภาพ (กับไทย -ขยายความโดยผู้เขียน) สนับสนุนโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อรับรางวัลสันติภาพ (Noble Peace Price) เขาโพสต์ในวันที่ 31 กรกฎาคม 25682
ช่างเหมือนและเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่โดนัลด์ ทรัมป์ ออกประกาศอย่างเป็นทางการว่า เขาเป็นประธานาธิบดีแห่งสันติภาพในเอกสารทำเนียบขาวอย่างบังเอิญ
แล้วชาวกัมพูชาที่ติดตามอินฟลูเอนเซอร์กัมพูชาที่ทั้งหล่อ เท่ และทรงพลัง จะไม่คล้อยตามความนิยมโดนัลด์ ทรัมป์ และสหรัฐหรือ
นี่เป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งสำคัญของกัมพูชา ด้วยเกิดขึ้นในช่วงที่นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ได้โพสต์ขอบคุณโดนัลด์ ทรัมป์ เผยแพร่ เขาโพสต์ว่า
“…ผมได้รับโทรศัพท์จาก ฯพณฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เขาติดต่อผมเพื่อแสดงความยินดีที่การเจรจาหยุดยิงในค่ำนี้ระหว่างนายกรัฐมนตรีกัมพูชากับนายกรัฐมนตรีไทย ผมแสดงการเริ่มใหม่อีกครั้งเพื่อขอบคุณประธานาธิบดีทรัมป์ที่ริเริ่มและอำนวยการเพื่อเจรจาหยุดยิงอย่างว่องไว และสหรัฐเป็นผู้ร่วมจัดการพบปะพิเศษที่มาเลเซีย…”3
เอกสารนี้เผยแพร่วันที่ 31 กรกฎาคม 2568
นอกจากนี้ จากรายการตอบโจทย์ ทางสถานีโทรทัศน์ช่องไทยพีบีเอส ซึ่งกำลังวิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็งในความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา ยังรายงานอีกว่า ตัวแทนกองทัพกัมพูชาได้เดินทางเข้าพบกับ Chief Commander ของสหรัฐ ที่ฮอนโนลูลูอีกด้วย4
กัมพูชาหันกลับเข้าหาสหรัฐอย่างแยบยล ท่ามกลางร่มเงามหาอำนาจระหว่างความขัดแย้งไทย-กัมพูชา
รัฐไทยคิดอย่างไรต่อการเคลื่อนไหวของกัมพูชา หรือยังตามไม่ทัน และงง
1 The White House, 28 July 2025
2 Lim Roma-Ukrain born Lim Roma Revives Siem Reap Tourism Through Photography 31 July 2025
3 “Somdech Thipadei Expressed Gratitude to President Donal Trump for Initiating and Facilitating Rapid Ceasefire Negotiation” http://en.cmf-cnv.org.kh/samdech-thipadei-expressed-gratitude-to-president-donald-trump-for-initiating-and-facilitating-rapid-ceasefire-negotiations/ 30 July 30, 2025
4 ทางการไทยช้า ทำสงครามข่าวสารไม่เก่ง กัมพูชาใช้ hybrid warfare ให้ข่าว (ที่อาจลวง ไม่จริง -ขยายความโดยผู้เขียน) แต่มีคนเชื่อก่อน แล้วต้องค้นหาความจริงภายหลัง อ้างจาก รายการตอบโจทย์ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม 2568
