ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ | หนุ่มเมืองจันท์
ช่วงนี้มีคนชวนไปบรรยายเรื่อง “การเมือง” เยอะมากเลย
เพิ่งรู้ว่าในหัวข้อการบรรยายทั้งหมด เรื่องการเมืองเป็นเรื่องง่ายที่สุด
ขอแค่รู้คำถามคร่าวๆ ก็พอ
อาจเป็นเพราะเป็นนักข่าวเก่ามายาวนาน ฝึกการวิเคราะห์ข่าวเป็นประจำทุกวัน
มีข่าวอะไรขึ้นมาก็คิดต่อเลย
ผมจะไม่ดูข่าวเพียงแค่ว่าเกิดอะไรขึ้นตอนนี้
แต่จะวิเคราะห์ต่อว่าแต่ละฝ่ายจะเดินเกมอย่างไรต่อไป
เวลาคุยกับแหล่งข่าวก็จะเป็นบทสนทนาแลกเปลี่ยน แทนที่จะตั้งคำถามแบบปลายเปิดอย่างเดียว
แต่จะถามเชิงรุกได้เลยว่าจะตัดสินใจแบบนี้หรือเปล่า
หรือถ้าอีกฝ่ายเดินเกมแบบนี้จะทำอย่างไร
อาจจะทำแบบนี้เป็นประจำ ทำให้เมื่อต้องขึ้นเวทีคุยเรื่องการเมืองจึงไม่ต้องเตรียมอะไรมากมาย
ตอนคุยก็แทรกเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยทางการเมือง
ทั้งเรื่องเก่าที่สั่งสมมา หรือเรื่องใหม่ที่เราได้คุยกับแหล่งข่าว
รวมทั้งข่าวที่น้องๆ นักข่าวเล่าให้ฟัง
แค่นี้คนฟังก็สนุกแล้วครับ
มีองค์กรใหญ่แห่งหนึ่งเชิญผมไปคุยเรื่องการเมือง
นัดหมายล่วงหน้าเป็นเดือน
วันหนึ่ง เป็นวันว่างของผม เปิดจอทำงานอยู่ที่บ้าน
ช่วงบ่าย น้องก็ไลน์มาบอกว่ามาถึงแล้วให้จอดรถตรงไหน ให้โทร.หาใคร
ผมก็งงๆ ว่าทำไมบอกรายละเอียดล่วงหน้าเป็นเดือน
พอไล่ไลน์เก่าตอนที่ติดต่อมาถึงกับขนลุกซู่
ผมลงวันผิดครับ
วันที่ต้องบรรยาย คือ วันนี้
ตอนบ่ายสอง
ที่ขนลุกซู่ เพราะตอนที่อ่านไลน์ คือ เวลาบ่ายสอง
ผมรีบโทร.กลับไปสารภาพบาปกับน้องคนนั้น และถามว่ายังทันไหม
น้องบอกว่าทัน
เพราะบนเวทีจะมีวิทยากร 3 คน
2 คนแรก คุยเรื่องเศรษฐกิจ
ส่วนผมจะคุยเรื่องการเมือง
ผมรีบบึ่งรถจากบ้านไปถึงโรงแรมตอนบ่าย 3
วิทยากรคนที่ 2 กำลังพูดอยู่
นั่งได้สัก 10 นาทีก็ถึงคิวผม
ทั้งที่ไม่ได้เตรียมเรื่องมา
แค่นั่งดูประเด็นคำถามบนรถเท่านั้น
แต่ทุกอย่างไหลลื่น
…สบายมาก
อีกวันหนึ่งไปคุยเรื่องการเมืองที่บริษัทใหญ่แห่งหนึ่ง
จะมีคนฟังในห้องประมาณ 20 คน เป็นผู้บริหารระดับสูง
ส่วนคนฟังคนอื่นจะฟังผ่านออนไลน์
น้องทีมงานถามว่ามีสไลด์ประกอบการบรรยายหรือเปล่า
ผมบอกว่าไม่มี
มีแต่ “คำถาม” ครับ
ผมตั้งคำถามทางการเมือง 8 ข้อให้คนฟังตอบก่อน
จะได้รู้ว่าคนฟังมีแนวคิดทางการเมืองอย่างไร
ใช้สแกนคิวอาร์โค้ดแล้วตอบคำถาม
บนจอจะขึ้นคะแนนเลยว่าแต่ละคำถามมีคนตอบข้อไหน เท่าไร
คำถามแรก ผมถามว่า “คุณคิดว่ามี ‘ดีลลับ’ ให้พรรคเพื่อไทยข้ามขั้วและ ‘ทักษิณ’ กลับบ้านหรือไม่”
คนฟังทั้งหมดประมาณ 200 คน
ทุกคนเชื่อว่ามี “ดีลลับ”
ไม่มีใคร “ไม่เชื่อ” เลยครับ
คำถามที่ 2 คุณคิดว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินใจให้คุณแพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหรือไม่
ตอบว่า “พ้น” 192
“ไม่พ้น” 70
คำถามที่ 3 คุณคิดว่าถ้ามีการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีใหม่ในสภาแทนคุณแพทองธาร ใครจะได้เป็นนายกฯ คนใหม่
ผมย้ำว่าอย่าเลือกตามความชอบส่วนตัว แต่ให้ทำตัวเป็นนักวิเคราะห์การเมือง
คำตอบที่ออกมา คุณชัยเกษม นิติสิริ 62
คุณอนุทิน ชาญวีรกูล 73
และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 113
ถ้าดูจากคำตอบนี้ แสดงว่าคนเกือบครึ่งคิดว่าจะมีความผิดปกติเกิดขึ้นในระบอบประชาธิปไตย
เพราะดูจากจำนวนเสียง ส.ส.พรรครวมไทยสร้างชาติแล้ว
ยากมากที่พรรครวมไทยสร้างชาติจะรวมเสียงพรรคอื่นได้
แต่ถ้าดูจากคำตอบจากคำถามแรกที่ทุกคนเชื่อว่ามี “ดีลลับ”
แสดงว่าคนฟังส่วนใหญ่คิดว่าอาจมี “อำนาจพิเศษ” เกิดขึ้นได้
คําถามต่อมา “คุณคิดว่าภายใน 2 ปีนี้จะมีการรัฐประหารอีกหรือไม่”
มี 138
ไม่มี 122
ตอนเห็น “คำตอบ” รู้สึกเศร้าใจนิดๆ
แสดงว่าทางเลือกนี้ยังอยู่ในใจคนไทยเสมอ
แต่พอถามว่า “เห็นด้วยกับการรัฐประหารหรือไม่”
คนที่ “เห็นด้วย” มีแค่ 87
แต่ “ไม่เห็นด้วย” 170
…ค่อยยังชั่ว
แม้ว่าเป็นการทำโพลแบบไม่เป็นทางการ และกับคนในบริษัทแค่ 200 กว่าคน
แต่แสดงว่ายังมีคนไม่เห็นกับการรัฐประหารเยอะมาก
ค่อยมีความหวังหน่อย
และเมื่อถามว่าถ้าวันนี้มีการยุบสภา เลือกตั้งใหม่ คุณจะเลือกพรรคการเมืองไหน
ตอนแรกผมทายว่าคะแนนนิยมของพรรคประชาชนน่าจะลดลงหลังเกิดเหตุปะทะกันระหว่างไทย-กัมพูชา
และองค์กรนี้น่าจะออกแนวอนุรักษนิยมหน่อย
แต่ผลที่ออกมาน่าตกใจ
พรรคเพื่อไทย 2
พรรคประชาชน 117
พรรคภูมิใจไทย 13
พรรครวมไทยสร้างชาติ 14
พรรคประชาธิปัตย์ 3
และ “อื่นๆ” 124
เรื่องนี้ตีความได้เยอะเลยครับ
พอถามเรื่องการปะทะกันระหว่างไทย-กัมพูชา
ถามว่า “มีความเห็นอย่างไรต่อการหยุดยิงทันที”
เห็นด้วย 139
ไม่เห็นด้วย 122
แสดงว่าความรู้สึก “รักชาติ” ระดับ “อยากปะทะ” ตอนนี้แรงจริงๆ
และเมื่อถามต่อว่า “หลังเกิดคลิปลับและมีการปะทะกันระหว่างไทย-กัมพูชา คุณคิดว่า ‘ทักษิณ-ฮุน เซน’ โกรธกันจริงหรือฮั้วกัน”
โกรธจริง 51
ฮั้วกัน 205
ประเด็นนี้น่าสนใจมาก
เพราะผมเพิ่งเจอคนถามแบบนี้หลายคน
ทุกคนเชื่อว่า “ทักษิณ” กับ “ฮุน เซน” ฮั้วกัน
หลังจากเล่าเรื่องอื่นๆ แล้ว ผมยกประเด็นนี้ขึ้นมาถก
ตั้งคำถามง่ายๆ ว่าถ้าเราเป็นพ่อหรือแม่ และลูกสาวของเราโดน “เพื่อนสนิท” ทำร้ายจนถึงขั้นถูกประณามว่า “ขายชาติ”
คุณจะถือว่าคนนี้เป็น “เพื่อน” อีกหรือไม่
จะนั่งคุยเจรจาแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กับมันอีกหรือ
เรื่องนี้หนักหนาสาหัสมากนะครับ
เพื่อนทำกับเรา ยังโกรธไม่เท่ากับทำลูกสาวเรา
ยิ่งเป็นลูกสาวที่รักที่สุด
คุณทักษิณน่าจะแค้นมาก
เรื่องนี้ผมไม่ได้คิดแบบ “การเมือง”
แต่คิดแบบมนุษย์ทั่วไปคนหนึ่ง
ผมเชื่อว่าผู้ชายทุกคนที่ยังมีความเป็น “พ่อ” อยู่บ้างน่าจะรู้สึกเหมือนกัน
คือ ถ้าเจอหน้ากับเพื่อนคนนี้เมื่อไร ต่อให้ใฝ่สันติแค่ไหนก็คงต้องชกหน้าสักครั้ง
หรือถ้าเราตัวเล็กกว่าก็ขอติดอาวุธไปด้วย 55
ผมไล่เรียงไปเรื่อยๆ คนฟังก็เริ่มพยักหน้าเห็นด้วย
ในมุมของผม เรื่องนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า “ความเกลียด” มีพลังมาก
คนที่เราเกลียด ทำอะไรก็ผิด
ต่อให้มีเหตุผลรองรับน้อยมาก
เราก็พร้อมจะเชื่อ
