สมรภูมิ ‘เขากระโดง’ เดือด ‘เพื่อไทย’ เปิดเกมรุก ยึดพื้นที่คืน-‘ภูมิใจไทย’ สู้ยิบตา
บทความในประเทศ
สมรภูมิ ‘เขากระโดง’ เดือด
‘เพื่อไทย’ เปิดเกมรุก
ยึดพื้นที่คืน-‘ภูมิใจไทย’ สู้ยิบตา
ต้องยอมรับว่า “ที่ดินเขากระโดง” จำนวนกว่า 5 พันไร่ ในพื้นที่ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เป็นปัญหาข้อพิพาทที่ยืดเยื้อมาเป็นระยะเวลายาวนาน กระทั่งมาถึงรัฐบาลชุดปัจจุบัน หลังกระทรวงมหาดไทย กลับมาอยู่ในความรับผิดชอบของพรรคเพื่อไทย (พท.) โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำคนสำคัญของพรรค พท. ทำหน้าที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
พลันที่ก้าวเข้ามารับตำแหน่ง นอกจากการขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ แล้ว ประเด็นสำคัญคือ การเดินหน้าสางปัญหา “ที่ดินเขากระโดง” ด้วยการดำเนินการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบคําสั่งอธิบดีกรมที่ดิน กรณีไม่เพิกถอนโฉนดที่ดินบริเวณเขากระโดง
กระทั่ง เมื่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำทีมแถลงผลสอบสวนที่ดิน “เขากระโดง”
นายภูมิธรรมระบุว่า จากกรณีดังกล่าวได้รับการร้องเรียนเรื่องเขากระโดงและสื่อมวลชนมีการเปิดประเด็นว่าการดำเนินการนั้นโดยชอบหรือไม่ เนื่องจากขัดกับที่ศาลปกครอง ศาลฎีกา และศาลอาญา ได้มีการสรุปและตัดสินไปแล้วว่าที่ดินนี้เป็นของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)
ซึ่งเรื่องการบังคับใช้ หากดูแผนที่ที่ได้รับพระราชทานโปรดเกล้าฯ จากรัชกาลที่ 5 บ่งบอกว่าเป็นที่ดินของหลวงและเป็นที่ดินของรัฐโดยแท้ และเมื่อปี 2465 มีการออกพระราชกฤษฎีกา ขณะนั้นมีชาวบ้านครอบครอง 18 ครอบครัว และการรถไฟฯ ได้ไปซื้อที่ดินมาจากชาวบ้าน ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ในอดีตที่ดินที่มีการครอบครองจากชาวบ้านได้ขายให้การรถไฟฯ ซึ่งถือว่าเป็นที่ดินของการรถไฟฯ โดยชอบทั้งหมด
ฉะนั้น กระบวนการทางกฎหมายที่ดินต่างๆ จะต้องถูกประกาศยกเลิกขีดฆ่าออกจากสารบบเพราะเป็นที่ดินของรัฐ ซึ่งถือเป็นพื้นฐานที่สำคัญ หลังจากที่ได้ดำเนินการและฟ้องร้องกัน
นายภูมิธรรมระบุอีกว่า ใจกลางของที่ดินที่นำไปทำสนามฟุตบอลและสนามแข่งรถของที่ดินแปลงนี้ จึงมิชอบด้วยกฎหมาย จึงไม่มีเหตุที่ทำให้เอกชนมายึดครองที่ดินของรัฐ แล้วมาอ้างว่าเป็นที่ดินของตัวเอง จากการสืบสวนสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้อง สรุปออกมายืนยันว่าเป็นที่ดินของรัฐ และศาลได้พิจารณาเรื่องนี้แล้วชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ตามมาตรา 61 (8) กรมที่ดินมีอำนาจเพิกถอนได้ทันที ตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม เป็นต้นไป ฉะนั้น ที่ดินเหล่านี้ตกเป็นของรัฐ ส่วนที่ดินชายขอบที่มีปัญหาอยู่บ้าง ที่มีการทับซ้อน จะต้องมีการตรวจสอบ หากเป็นเอกชนรายใด จะต้องมีการดำเนินการต่อจากนั้นให้เกิดความชัดเจนตามกรอบของที่ดิน
ทั้งนี้ นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน ได้ยื่นใบขอย้ายออกจากกรมที่ดิน เพื่อให้สามารถพิจารณาเรื่องต่างๆ ให้ชัดเจน และไม่ต้องคำนึงว่าท่านเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งปลัดกระทรวงก็จะดำเนินการให้ถูกต้องต่อไป
รมว.มหาดไทยย้ำว่า เมื่อเข้ามาทำหน้าที่ได้มีประชาชนเข้ามายื่นเรื่องให้ตรวจสอบ ไม่เกี่ยวกับการไล่บี้หรือไม่ไล่บี้ใคร หรือไม่พอใจใครหรือพอใจใคร แต่เกี่ยวกับที่ศาลฎีกาและศาลปกครองมีคำสั่งเป็นที่ยุติแล้ว และที่ผ่านมามีการดำเนินการตามคำสั่งของศาลไม่ครบถ้วน ซึ่งได้มีการมาเคลียร์และดูตรงนี้ทั้งหมด พบว่าสามารถดำเนินการตามกฎหมาย 61 วรรค 8 ซึ่งสามารถดำเนินการนำที่ดินกลับมาเป็นของรัฐตามที่ประชาชนเฝ้ามองอยู่
ว่ากันไปตามกฎหมาย หากใครมองว่าไม่ชอบอย่างไรก็สามารถเรียกร้องความเป็นธรรมได้
แต่เรามีหน้าที่ทำให้ที่ดินส่วนนี้กลับมาเป็นที่ดินของรัฐ ไม่เช่นนั้นจะมีปัญหาในเรื่องของการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และยังมีอีกกฎหมายที่เราต้องรับผิดชอบร้ายแรง
ขณะที่นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังจากนี้ส่วนของกระบวนการเพิกถอนโฉนดที่ดินเอกสารสิทธิที่ดิน ยังคงต้องรอคำสั่งจากอธิบดีกรมที่ดินคนใหม่ หรือผู้รักษาราชการแทนก่อน เพื่อสั่งการให้สำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ดำเนินการตามคำสั่งพิพากษาของศาลปกครองกลาง ที่ตัดสินให้เพิกถอนโฉนดตามคำพิพากษาของศาลฎีกา ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยระบุชัดเจนด้วยว่า ในปี 2567 กรมที่ดิน และการรถไฟฯ ได้ร่วมกันสอบแนวเขตออกมาชัดเจนแล้ว ดังนั้น กรมที่ดินมีอำนาจเพิกถอนโฉนดเขากระโดง ตามมาตรา 61 วรรค 8 ของประมวลกฎหมายที่ดินได้เลย ทั้งนี้ การรถไฟฯ จะติดตามผลการเพิกถอนเอกสารสิทธิจากกรมที่ดินเป็นระยะๆ
ส่วนผู้ครอบครองที่ดินภายในพื้นที่ดังกล่าว ผู้ว่าการการรถไฟฯ ระบุว่า “เตรียมดำเนินการตามกระบวนการที่เหมาะสม โดยจะมีการเจรจากับผู้อยู่อาศัย หรือใช้ประโยชน์ที่ดินก่อนว่าประสงค์จะย้ายออก หรือเข้าระบบการเช่าที่ดินตามระเบียบของการรถไฟฯ หากไม่สามารถตกลงกันได้ จำเป็นต้องดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
การรถไฟฯ พร้อมเปิดทางเลือกให้สามารถเช่าที่ดิน ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ซึ่งถือเป็นแนวทางการเยียวยาที่ต้องการให้มีผู้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด”
แน่นอนว่า การแถลงผลสอบพื้นที่เขากระโดงครั้งนี้ ถูกนำไปเชื่อมโยงว่ามีความเกี่ยวข้องกับเกมการเมืองระหว่างพรรคขั้วสีแดงกับขั้วสีน้ำเงินหรือไม่ หรือเป็นการเอาคืนหลังพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ตัดสินใจถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลหรือไม่
โดยเรื่องนี้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยืนยันว่าที่ผ่านมาเรื่องนี้มีการดำเนินการตามกฎหมายอย่างถูกต้องทุกประการ มั่นใจว่าสิ่งที่ผู้เกี่ยวข้องทุกคนได้ทำไป เป็นการปฏิบัติตามระเบีบบ กฎหมาย และตามคำพิพากษาศาลทุกประการ ส่วนใครจะทำอะไรถือว่าเป็นคนละยุคคนละสมัย ต้องรับผิดชอบผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น
นายอนุทินยังระบุกรณีที่หากอธิบดีกรมที่ดินคนใหม่เซ็นเพิกถอนโฉนดที่ดินเขากระโดงด้วยว่า ต้องดูตามกฎหมาย ถ้าสุ่มสี่สุ่มห้าเซ็นแล้วผิดกฎหมาย ทำไปด้วยเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ จงใจทำให้เกิดความเสียหาย หรือเป็นการกลั่นแกล้งกัน ก็ให้ดูว่าในสมัยก่อนมีอธิบดีกรมที่ดิน อดีตปลัดกระทรวง ต้องถูกโทษจำคุกเรื่องแบบนี้เราก็เห็นกันมาหมดแล้ว เที่ยวไปเพิกถอนมติหรืออะไรต่างๆ ก็เห็นตัวอย่างกันมาหมดแล้ว
“ถ้าใครที่ทำเพื่อที่ต้องการจะมาดำรงตำแหน่งนี้ ก็ไม่มีใครห้าม และไม่มีอะไรมาห้ามให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบหรือความเสียหายไม่ให้เขาดำเนินคดี” นายอนุทินระบุ
อย่างไรก็ตาม วันที่ 7 สิงหาคม ที่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ประชาชนชาวบุรีรัมย์ ผู้ประกอบการธุรกิจ และนิติบุคคลผู้มีเอกสารสิทธิครอบครองที่ดินถูกต้องตามกฎหมาย ในพื้นที่การรถไฟฯ อ้างสิทธิ ซึ่งได้รับผลกระทบจากการแถลงข่าวของ รมว.มหาดไทย และ รมช.มหาดไทย ก็ได้นัดร่วมกันแถลงข่าว สู้การเพิกถอนเอกสารสิทธิที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ 5,083 ไร่ จำนวน 995 ราย แบบยิบตา
ฉะนั้น นับจากนี้ไปคงต้องจับตาดูว่า ปมปัญหาที่ดิน “เขากระโดง” ซึ่งเป็นข้อพิพาทมาอย่างยาวนาน จะสิ้นสุดมหากาพย์ปิดฉากลงได้หรือไม่
