29 สิงหาคม ลุ้นระทึก ศาล รธน.ชี้ขาดคดีคลิป ‘ฮุน เซน’ จับกระแส ‘อิ๊งค์’ ชิง ‘ไขก๊อก’ ? แกนนำเพื่อไทยประสานเสียง ‘ไม่ออก’
บทความในประเทศ
29 สิงหาคม ลุ้นระทึก
ศาล รธน.ชี้ขาดคดีคลิป ‘ฮุน เซน’
จับกระแส ‘อิ๊งค์’ ชิง ‘ไขก๊อก’ ?
แกนนำเพื่อไทยประสานเสียง ‘ไม่ออก’
หนึ่งประเด็นร้อนทางการเมืองที่ต้องเฝ้าจับตามองอย่างใกล้ชิด ย่อมหนีไม่พ้นคำร้องถอดถอน “น.ส.แพทองธาร ชินวัตร” ออกจากเก้าอี้นายกรัฐมนตรี จากกรณีคลิปเสียงบทสนทนาระหว่าง “นายกฯ อิ๊งค์” กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ซึ่งยังคงต้องลุ้นระทึกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำตัดสินออกมาเมื่อไร
และมีผลออกมาอย่างไร
โดยคดีนี้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งรับคำร้องกรณีที่ประธานวุฒิสภาส่งคําร้องของสมาชิกวุฒิสภา 36 คน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 106 (4) และ (5) หรือไม่ เนื่องจากไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
นอกจากนี้ ศาลรัฐธรรมนูญยังมีคำสั่งให้ “นายกฯ อิ๊งค์” หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ศาลรัฐธรรมนูญขีดเส้นให้ “นายกฯ อิ๊งค์” ในฐานะผู้ถูกร้อง ต้องยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา หลังก่อนหน้านี้กำหนดเวลาให้ส่งคำชี้แจงครั้งแรกภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง และต่อมาศาลอนุญาตขยายเวลาชี้แจงให้อีกตามคำร้องขอ
ซึ่งหลังจาก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลงนามส่งเอกสารชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ หลังขอขยายเวลาการชี้แจง 2 ครั้งเรียบร้อยแล้วนั้น ตามกระบวนการองค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จะพิจารณาข้อมูลที่นายกรัฐมนตรีส่งคำชี้แจงมาว่าครบถ้วนเพียงพอหรือไม่
ทั้งนี้ หากพิจารณาแล้วเห็นว่าข้อมูลพยานหลักฐานยังไม่เพียงพอในการวินิจฉัย อาจจะเรียกขอข้อมูลเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือเปิดไต่สวนเรียกพยานมาให้ถ้อยคำเพิ่มเติม แต่หากศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าข้อมูลเพียงพอแล้ว จะนัดวันประชุมเพื่อปรึกษาหารือ ลงมติและอ่านคำวินิจฉัย
ระหว่างรอการพิจารณาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กลับปรากฏข่าวลือแพร่สะพัดว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เตรียมชิงลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยปมคลิปเสียงออกมา
พลันที่มีกระแสข่าวออกมา บรรดาแกนนำรัฐบาลและพรรคเพื่อไทย (พท.) ต่างทยอยออกมาปฏิเสธข่าวลือดังกล่าว โดย “หมอมิ้ง” นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ตอบคำถามสื่อมวลชนภายหลังยื่นคำชี้แจงข้อกล่าวหา โดยระบุว่า ตามข้อเท็จจริงบวกกับสิ่งแวดล้อม และข้อกฎหมายต่างๆ ได้พิจารณาอย่างรอบคอบ คำชี้แจงได้ระบุถึงเรื่องการแก้ข้อกล่าวหาที่พูดถึงจริยธรรมอย่างชัดเจน และได้อ้างตัวบทกฎหมายต่างๆ เอาไว้ด้วย จึงขึ้นอยู่กับศาลจะวินิจฉัย
นพ.พรหมินทร์ระบุด้วยว่า เราทำคำชี้แจงไปก็แล้วแต่ศาลรัฐธรรมนูญว่าจะพิจารณาอย่างไร เท่าที่หาข้อมูลไว้เบื้องต้น ต้องส่งให้กับผู้ฟ้องก่อนเพื่อดูว่าคำแก้คำร้องเป็นอย่างไร ขณะที่ศาลต้องพิจารณาส่วนของศาลเอง
ส่วนกระแสข่าวที่นายกฯ อาจตัดสินใจลาออกก่อนที่ศาลจะมีคำวินิจฉัย นพ.พรหมินทร์ยืนยันว่า “ไม่มีครับ เพราะเราดำเนินการตามตัวบทกฎหมาย ที่ยืนยันความถูกต้องของเรา”
ขณะที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ระบุถึงกระแสข่าวว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม จะลาออกหลังผ่านการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 วาระ 2-3 ว่า “ข่าวมาจากไหน ไม่มีกระแสข่าวหรอก เพราะไม่มีคนพูด และ น.ส.แพทองธารก็ไม่เคยพูด ท่านก็พิสูจน์ตัวเอง อย่าไปเอาอะไรที่คนพูดนิดๆ หน่อยๆ มาเป็นกระแสในสังคม เพราะจะเป็นปัญหา ยืนยันว่าไม่มี และท่านนายกฯ ไม่ได้พูด จบนะ”
พรรคเพื่อไทยจะต้องเตรียมแผนรองรับไว้หรือไม่นั้น นายภูมิธรรมระบุว่า ไม่มี เพราะนายกฯ เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามปกติ ไม่ได้มีปัญหาอะไร ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ พรรคเพื่อไทยก็ไม่ได้เคลื่อนไหวอะไร ซึ่งนายกฯ ก็พูดชัดเจนแล้วว่าเข้าสู่กระบวนการ ดังนั้น อย่าไปทำให้มีประเด็นอะไร จริงๆ ไม่มีอะไรเลย ย้ำว่าพวกเราไม่เคยได้ยินอะไรเลย
พร้อมยืนยันว่า “พรรคเพื่อไทยไม่มีแผนสำรอง ทุกอย่างว่าไปตามกระบวนการ”
ด้านนายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ระบุว่า ทางพรรคไม่ได้กังวลรวมถึงไม่ได้มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้
“ยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่ได้ทำให้พรรคเพื่อไทยเสียกำลังใจ และกำลังใจยังดีอยู่”
นายดนุพร ปุณณกันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรค พท. ระบุเช่นกันว่า พรรคยังไม่มีการพูดคุยกันถึงกระแสข่าว ซึ่งเรื่องที่นายกรัฐมนตรีจะลาออกก่อนการตัดสินนั้นถือเป็นเรื่องใหญ่ จากการที่ได้พูดคุยกับ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ก็บอกว่าไม่มีการคุยกันในเรื่องนี้
ส่วนพรรค พท.ได้ประเมินหรือไม่ว่าสถานการณ์จะออกมาในทิศทางใด นายดนุพรระบุว่า เราคุยกันทุกทางออกที่จะเกิดขึ้น ซึ่งถ้านายกรัฐมนตรีอยู่ต่อก็ทำงานไป แต่หากนายกรัฐมนตรีถูกศาลตัดสินให้จะเป็นอย่างไร เราก็พร้อมน้อมรับคำตัดสินของศาล แต่อย่าลืมว่าพรรค พท.ยังเหลือแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอีก 1 คน คือ นายชัยเกษม นิติสิริ ยังสามารถนำนโยบายและงบประมาณที่สภาดำเนินการต่อได้
ส่วน นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ออกมาระบุว่าอยากให้ศาลรัฐธรรมนูญชะลอการพิจารณาคดีไว้ประมาณ 6 เดือน พร้อมทั้งให้ยกเลิกคำสั่งพักการปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี เพื่อให้กลับมามีอำนาจบริหารราชการแผ่นดิน ในช่วงภาวะวิกฤตทั้งปัญหาสงครามชายแดน กรณีภาษีการค้าสหรัฐอเมริกา และแก้ปัญหาภายในประเทศต่างๆ ทั้งการปราบยาเสพติด คดีเขากระโดง เมื่อแก้ปัญหาต่างๆ ผ่านไปแล้ว ค่อยนัดตัดสินคดีอีกครั้ง
ขณะที่ท่าทีของ “นายกฯ อิ๊งค์” น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะผู้ถูกร้อง ปฏิเสธที่จะตอบคำถามสื่อมวลชนเกี่ยวกับกระแสข่าวการลาออก ก่อนศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยคดีคลิปเสียงการสนทนากับสมเด็จฮุน เซน โดยเพียงแต่บอกกับสื่อมวลชนว่า
“คิดถึงนะคะ”
ทั้งนี้ การประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ที่ประชุมพิจารณาโดยการอภิปรายแล้วเห็นว่า เพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณา กําหนดนัดไต่สวนพยานบุคคล จำนวน 2 ปาก คือ ผู้ถูกร้องและเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 เวลา 10.30 น.
หากพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกไม่มาตามกำหนดถือว่าไม่ติดใจเป็นพยานบุคคล และให้ผู้ร้องหรือผู้ถูกร้องที่ประสงค์จะแถลงปิดคดียื่นเป็นหนังสือต่อศาลภายในวันพุธที่ 27 สิงหาคม 2568 หากไม่ยื่นภายในกำหนดถือว่าไม่ติดใจยื่น
โดยศาลรัฐธรรมนูญนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติในวันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม เวลา 09.30 น. นัดฟังคำวินิจฉัย เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป
นับจากนี้ไปจนถึงวันตัดสิน คงต้องรอลุ้นกันว่า “นายกฯ อิ๊งค์” จะชิงลาออกก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินตามกระแสข่าวลือหรือไม่
รวมทั้งยังคงต้องลุ้นระทึกอีกว่าท้ายที่สุดแล้ว น.ส.แพทองธาร ชินวัตร จะรอดจากบ่วงคดีถอดถอนออกจากตำแหน่ง เนื่องจากไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงจากปมคลิปเสียง และสามารถกลับมาทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีได้ตามเดิมหรือไม่
29 สิงหาคมนี้ได้รู้กัน
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
